บิ๊กตู่ พบ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงนามซื้อถ่านหิน 5-6 หมื่นตัน


ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ภาพจาก Mandel NGAN / AFP

          บิ๊กตู่ พบ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงนามซื้อถ่านหิน 5-6 หมื่นตัน ชี้แม้ขนส่งไกล แต่ประเมินแล้วคุ้มค่า ด้านสื่อต่างประเทศ มองว่าทรัมป์คุยประยุทธ์มีผลประโยชน์แอบแฝง

          วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ภายหลังจากที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ได้เข้าพบ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและสุภาพสตรีหมายเลข 1 ในห้องรูปไข่ ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
          โดย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การเยือนสหรัฐฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์ ถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะหลังการหารือแบบสองต่อสองของผู้นำ และหารือเต็มคณะแล้ว ยังมีการเลี้ยงอาหารกลางวันและพูดคุยกันต่อ ซึ่งแตกต่างจากการเยือนของผู้นำประเทศอื่น ถือเป็นการให้เกียรติผู้นำไทย และเป็นการแสดงออกถึงการยอมรับ รวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อนายกรัฐมนตรีของไทย

          นายดอน กล่าวว่า ไม่กังวลหากผู้นำสหรัฐฯ จะสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองของไทย เพราะสหรัฐฯ รับทราบถึงสถานการณ์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศว่าเป็นอย่างไร และเดินมาถึงขั้นตอนที่จะใกล้เลือกตั้ง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีที่นานาประเทศให้การยอมรับ อีกทั้งในวันที่ 3 ตุลาคม 2560 จะมีการลงนามความร่วมมือในการซื้อถ่านหินจากสหรัฐฯ ประมาณ 5-6 หมื่นตัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาไทยซื้อจากเพื่อนบ้าน แต่เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพกับการขนส่งแล้วถือว่าคุ้มค่า และถือเป็นการสนับสนุนนโยบายหลักของผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มการจ้างงานภายในประเทศด้วย

ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ภาพจาก SAUL LOEB / AFP

          อย่างไรก็ตาม การเยือนสหรัฐฯ ของนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้ เรียกได้ว่าถูกจับตาจากหลายฝ่าย บางส่วนมองว่าการที่ผู้นำไทยไปเยือนทำเนียบขาวในครั้งนี้ ต้องแลกกับการซื้อถ่านหินของสหรัฐฯ นอกจากนี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็ได้ให้ความสนใจ อย่างหนังสือพิมพ์วอชิงตันไทมส์ บอกว่า ผู้สนับสนุนรัฐบาลไทยมองว่าการได้รับคำเชิญอย่างเป็นทางการจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งนี้ ถือว่ารัฐบาลประยุทธ์และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทยมีความชอบธรรม แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนในไทยกลับมองว่าการเยือนของ พล.อ. ประยุทธ์ หนนี้จะกัดกร่อนระบอบประชาธิปไตย และเสรีภาพของประชาชนไทย

          ขณะที่หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ ของฮ่องกง มองว่ารัฐบาลทหารของไทยคงไม่ได้รับการต่อว่าจากสหรัฐฯ อย่างเช่นในอดีต โดยมองว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปของสหรัฐฯ มาจากการที่จีนมีบทบาทในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงขึ้น จีนเพิ่มการลงทุน และให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเล็ก ๆ ในภูมิภาค โดยไม่มีข้อแม้ว่าประเทศเหล่านั้น ต้องปราศจากปัญหาสิทธิมนุษยชน และยึดประชาธิปไตยเป็นหลักในการปกครองเท่านั้น

          ส่วนวอชิงตันไทมส์ บอกอีกว่า การที่นายทรัมป์ เชิญผู้นำอย่าง พล.อ. ประยุทธ์ หรือ นายโรดริโก ดูแตร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ เยือนอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ พร้อมสานสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้เพิ่ม เพื่อไม่ให้จีนแผ่อำนาจมากเกินไป และเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายในภูมิภาคด้วย ขณะที่แชเนลนิวส์เอเชีย มองว่า นอกจากเรื่องจีนแล้ว นายทรัมป์คงจะใช้โอกาสการพบปะกับ พล.อ. ประยุทธ์ เพื่อหารือปัญหาเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ คาดว่าสหรัฐฯ คงจะใช้โอกาสนี้โน้มน้าวให้ไทยใช้ยุทธวิธีทางการทูตกับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเทศที่ยังมีสถานทูตตั้งอยู่ในไทย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
,

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
บิ๊กตู่ พบ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงนามซื้อถ่านหิน 5-6 หมื่นตัน อัปเดตล่าสุด 4 ตุลาคม 2560 เวลา 16:21:21 31,652 อ่าน
TOP
x close