
จากกรณีข่าว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาโครงการจัดหารถเมล์ปรับอากาศ NGV 489 คัน มูลค่า 4,261 ล้านบาท ระหว่างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กับกลุ่มร่วมทำงานของ 2 บริษัท คือ สแกน อินเตอร์ และบริษัท ช ทวี โดยล็อตแรกส่งมอบจำนวน 100 คัน ภายในเดือนมีนาคม 2561 และจะต้องทยอยส่งมอบให้ครบทั้ง 489 คัน ภายในเดือนมิถุนายน 2561 นั้น
โดยมีกรณีการจัดหาบริษัทเอกชนที่จัดหารถเมล์ NGV ล็อตใหม่ ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ขสมก. กำหนดราคากลางเปิดประมูลรถเมล์ 3,300 ล้านบาท ก่อนจะยกเลิกประมูล โดยให้เหตุผลว่า ราคากลางต่ำไป ต่อมาเดือนกันยายน 2560 ขสมก. ได้ปรับราคากลางขึ้นเป็น 4,020 ล้านบาท และกำหนดสเปคเกินกว่าเอกชนรายใดจะสามารถทำตามกำหนดได้ ส่อเค้าให้กับบริษัทที่ตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้า ผลคือไม่มีผู้ร่วมประมูล
กระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ทาง ขสมก. ใช้วิธีคัดเลือกพิเศษ จนทำให้ สแกน อินเตอร์ และบริษัท ช ทวี เป็นบริษัทเดียวที่ได้ยื่นเสนอราคาต่อ ขสมก. ราคา 4,221 ล้านบาท ซึ่ง ขสมก. ติดต่อแค่รายเดียว
- รองศาสตราจารย์ธำรงรัตน์ มุ่งเจริญ ให้เหตุผลว่า ไปมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา
- พล.ท. วราห์ บุญญะสิทธิ์ ให้เหตุผลว่า วันนั้นเพิ่งกลับจากลอนดอน
- นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
ซึ่งหากบอร์ดไม่ได้เข้าประชุม 3 คน ก็จะต้องเหลือ 8 คน แต่มติกลับออกมา 6 ต่อ 4 ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวล่มอีก 2 ปีที่ผ่านมา ขสมก. สร้างความเสียหายไปแล้ว 9,186 ล้านบาท
ภาพจาก one31
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
one31





