
เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซนทรัล หยิบเรื่องราวน่าสนใจนี้มาเสนอในรายงานเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 ระบุว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2523 ช่างตัดไม้ของบริษัท Georgia Kraft Corp. ได้จัดการตัดต้นโอ๊กเชสต์นัทไปทำไม้ซุง แล้วก็บังเอิญได้พบกับสิ่งชวนอึ้งที่ด้านบนของต้นไม้ซึ่งเป็นโพรง มีซากของสุนัขล่าเหยื่อตัวหนึ่งติดอยู่ในสภาพไม่เน่าเปื่อย สร้างความแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ไม้ดังกล่าวจึงไม่ถูกส่งไปยังโรงเลื่อย แต่ถูกบริจาคให้พิพิธภัณฑ์ป่าไม้ Forest World ในเขตเวย์ครอส ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ ก่อนจะได้รับความสนใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ต่อมามีการให้ประกวดตั้งชื่อมัมมี่สุนัขตัวดังกล่าว จนได้ชื่อว่า สตักกี้ โดยรายงานเผยว่า เจ้าสตักกี้ ติดอยู่ที่ในโพรงไม้ดังกล่าวมาเป็นเวลานานถึง 20 ปี ก่อนที่จะมีการพบ กระทั่งผ่านมาถึงปัจจุบันรวมอายุของมัน 57 ปี ทางผู้เชี่ยวชาญคาดว่า มันน่าจะไล่เหยื่อขนาดเล็ก จึงพาตัวเองปีนขึ้นไปที่ความสูงกว่า 8 เมตร ก่อนจะเข้าไปติดอยู่ในโพรงไม้
แบรนดี้ สตีเวนสัน ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ เผยว่า ผู้คนมักถามว่า เจ้าสตักกี้ขึ้นไปติดอยู่บนนั้นได้อย่างไร ตนจึงตอบไปว่า มันเป็นสุนัขล่าเหยื่อ บางทีมันอาจจะไล่ตามสัตว์อย่างแรคคูนขึ้นไปก็เป็นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเศร้ามาก รู้สึกสงสารมันจริง ๆ

อย่างไรก็ดี คำถามที่ถูกถามมากกว่านั้นคือ เหตุใดร่างของเจ้าสตักกี้ถึงอยู่ในสภาพที่ไม่เน่าเปื่อย โดยปกติแล้วเมื่อสิ่งมีชีวิตตายไป จุลินทรีย์ในร่างกายก็จะเริ่มทำให้เข้าสู่กระบวนการเน่าเปื่อยย่อยสลายตามธรรมชาติ และจะมีแมลงหรือสัตว์อื่น ๆ มากินซากศพ แต่สำหรับเจ้าสตักกี้ เป็นเพราะโพรงกับดักที่มันขึ้นไปติดนั้น ทำให้มันกลายเป็นมัมมี่เช่นนี้
ภาพจาก TheDailyWoo สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม, exploregeorgia.org





