เปิดชีวิต หญิงสาววัย 20 ปี จากเด็กดีอนาคตไกล สู่เด็กติดยาบ้าจนประสาทหลอน ควักลูกตาตัวเองทิ้ง แต่วันร้าย ๆ ผ่านไปแล้ว กำลังหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ แม้มันจะยากกว่าเดิม
ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ชาวบ้านที่ฟังเทศน์กันอยู่ในโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองแอนเดอร์สัน รัฐเซาท์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ต่างก็ตกตะลึงและสยดสยองกันไปตาม ๆ กัน เมื่ออยู่ดี ๆ เคย์ลี มูทาร์ต หญิงสาว วัย 20 ปี ก็ยกมือขึ้นมาควักลูกตาทั้งสองข้างของตัวเองทิ้ง ชาวบ้านหลาย ๆ คนพยายามเข้าไปช่วยกันห้ามเธอแต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเข้ามาช่วยกันจับตัวเธอ และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ตอนนั้นเคย์ลีแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าทำอะไรลงไป เธอแทบไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ เธอทำแบบนั้นโดยไม่มีสติ เพราะเธอมีอาการประสาหลอน จากการเสพยาเสพติดมากเกินไป
เคย์ลีเปิดเผยถึงชีวิตของตัวเองว่า ตอนแรก ๆ ชีวิตของเธอขาวสะอาด และห่างไกลจากยาเสพติดมาก เธอเป็นเด็กหัวดี ขยัน และเรียนเก่งมาก ได้เอเกือบทุกวิชา แต่ทุกอย่างมาสะดุดลงเมื่อเธออายุ 17 ปี เคย์ลีเรียนไปพร้อม ๆ กับทำงานพาร์ทไทมอย่างหนัก แทบไม่มีเวลาได้พักผ่อน เพราะเธอต้องการเก็บเงินซื้อรถ เธอเริ่มล้มป่วยด้วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะและต้องขาดเรียนบ่อยครั้ง ผลการเรียนของเธอเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ เธอตัดสินใจดรอปเรียนและออกไปอยู่คนเดียว เพราะไม่อยากให้เกรดแย่ ๆ ทำลายโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ และทำลายความใฝ่ฝันในการเป็นนักชีววิทยาทางทะเล

ต่อมาเมื่ออายุได้ 18 ปี เคย์ลียังคงทำงานเก็บเงิน เธอเริ่มดื่มเหล้า และเรียนรู้การสูบกัญชา แต่เธอไม่ได้จัดหนักกับมันมาก สมาชิกครอบครัวหลายคนมีปัญหาติดเหล้า เธอไม่อยากเป็นแบบนั้น และก็หลีกเลี่ยงยาเสพติดร้ายแรงทุกอย่าง
เมื่อเวลาผ่านไป จนกระทั่งอายุได้ 19 ปี เคย์ลีได้ไปสูบกัญชาที่บ้านของคนเพื่อนคนหนึ่ง และมีอาการมึนเมาแปลก ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันรู้สึกชา ซาบซ่าน เหมือนกับตัวเบาหวิวแทบจะลอยได้ เคย์ลีชอบความรู้สึกนี้ เธอเป็นคริสเตียนที่เคร่งครัดมาตลอดชีวิต และเธอมองว่าการเมากัญชามันทำให้เธอรู้สึกใกล้ชิดกับพระเจ้า เคย์ลีว่าในบ้องกัญชานั้นคงยาเสพติดอย่างอื่นผสมอยู่ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นโคเคนหรือยาบ้า ถึงแม้ว่ามันจะรู้สึกดี แต่เคย์ลีไม่เคยคิดอยากเล่นกับยาเสพติดแรง ๆ เธอจึงไม่กลับไปที่บ้านของเพื่อนคนนั้นอีก
ผลของการเสพมันทำให้เคย์ลีประสาทหลอนในหลายรูปแบบ เธอส่องกระจกแล้วคิดไปว่ามีสิวเสี้ยนขนาดใหญ่มากอยู่บนใบหน้า และนั่งบีบนั่งเกาจนเป็นแผลเลือดออก เคย์ลีถูกไล่ออกจากงานในที่สุด และไปใช้ชีวิตอยู่กับพวกติดยาอย่างเต็มตัว เธอเสพทั้งกัญชาผสมโคเคน เมทแอมเฟตามีน และยาอี เธออ่านคัมภีร์ไบเบิลทุกวัน และคิดว่ายาเสพติดเหล่านั้่นให้เธอเข้าถึงพระเจ้า ถึงแม้ว่าชีวิตจะแย่ ไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่ง อาศัยนอนกับเพื่อนไปเรื่อย ๆ แต่เคย์ลีก็ไม่อยากกลับบ้าน เธอบอกแม่อยู่เสมอว่าเธอสบายดี ไม่มีปัญหา แต่ในที่สุดแม่ของเธอก็รับรู้ว่าชีวิตของเธอเลวร้ายแค่ไหน และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ แม่ก็ตัดสินใจจะพาเธอไปบำบัดอย่างจริงจัง ซึ่งเคย์ลีตกลง และในคืนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เคย์ลีไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากคนขายที่คุ้นเคย เธอเสพมันทั้งคืน และมันเป็นปริมาณที่มากที่สุด เท่าที่เคยเสพมาในชีวิต
ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เคย์ลีมีอาการเมายาอย่างหนัก และเห็นภาพหลอน เธอออกไปเดินตามถนนและเข้าไปในโบสถ์แห่งหนึ่งในเวลาประมาณ 10.30 น. เธอมองเห็นทุกอย่างเป็นภาพสลัว มีนกสีขาวบินอยู่รอบ ๆ และเธอก็คิดขึ้นมาว่าจำเป็นต้องมีการบูชายัญ เสียงหลอน ๆ ในหัวมันบอกเธอว่าถ้าเธอไม่เสียสละลูกตาทิ้ง ทุกคนจะต้องตายกันหมด เธอจึงควักลูกตาของเธอเองออก โดยที่ไม่มีสติและไม่รู้สึกเจ็บปวด เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พักรักษาตัวอยู่ตลอดทั้งสัปดาห์ และเข้ารับการรักษาที่แผนกจิตเวชด้วย ตอนแรกเคย์ลีรู้สึกกลัว เพราะเธอมองไม่เห็น แต่เธอก็ทำใจได้ เธอชอบการบำบัดของที่นั่น และตัดสินใจว่าเธอจะไม่ยอมกลับไปใช้ชีวิตเลวร้ายอีก
ปัจจุบันเคย์ลีกลับมาอยู่กับแม่ที่บ้านแล้ว แม่ของเธอเปิดเพจระดมทุนบนเว็บไซต์ Ggofundme.com เพื่อหาเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้กับเธอ และกำลังมองหาสุนัขช่วยเหลือคนตาบอด เคย์ลียังคงต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการใช้ชีวิตมันจะยากกว่าเดิมมอง เพราะมองไม่เห็น แต่ประสบการณ์จากยาเสพติดมันทำให้เธอรักชีวิต เธอก็คิดบวกมากขึ้นและยังคงอยากกลับไปเรียนต่อ เพื่อจะได้เป็นนักชีววิทยาอย่างที่ฝันเอาไว้


ข้อมูลจาก people.com





