
เว็บไซต์ GMLIVE เผยแพร่บทสัมภาษณ์ "หมิว ภวรัณชน์ บรรณารักษ์" หนึ่งในพิธีกรรายการเดินหน้าประเทศไทย..วัยทีน ซึ่งหลังจากออกอากาศไปไม่กี่ตอนเจ้าตัวก็ถูกกระแสสังคมทั้งออนไลน์และออฟไลน์รุมเข้าถาโถมอย่างไม่ทันตั้งตัว อาทิ เรื่องเสื้อผ้า หน้า ผม ฉาก ธีม สคริปต์ รวมไปถึงปมการเมือง
ล่าสุด เนื่องจากยังเป็นประเด็นที่ฮอตอยู่มาก ทางผู้สื่อข่าวกระปุกดอทคอม จึงติดต่อขออนุญาตกับทาง GMLIVE เพื่อนำเนื้อหาบางช่วงบางตอนของการสัมภาษณ์มานำเสนออีกช่องทาง
โดยบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้เพิ่มเติมในโพสต์ด้านล่าง ส่วนเนื้อหาการพูดคุยบางช่วงบางตอนจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปรู้จักกับหมิวตั้งแต่บรรทัดต่อไปนี้กันได้เลย
GM Live: สำหรับบางคนที่อาจยังไม่รู้ประวัติว่าเป็นใครมาจากไหน ช่วยเล่าว่ามาทำพิธีกรได้อย่างไร
สำหรับหมิว ตอนนี้อายุ 28 ปกติหมิวจะทำพิธีกรแล้วก็รับงานพวกพิธีกรบ้างอยู่แล้ว ทีนี้มีพี่ที่เคยถ่ายรายการให้เราติดต่อมาว่า น้องหมิวสนใจแคสต์มั้ย เดี๋ยวส่งโปรไฟล์ไปให้หน่อย เราก็ส่งไป ทีนี้เขาก็บอกกลับมาว่าผู้ใหญ่เค้าเลือกเรานะ ก็เลยได้มาทำ
GM Live: ลองย้อนกลับไปอีกนิดนึงนะครับ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร ทำไมถึงสนใจงานพิธีกร
หมิวมองว่างานพิธีกรเป็นงานที่หมิวรัก เหมือนหมิวชอบพูดตั้งแต่เด็ก คือสมมติว่าถ้าเราอยู่ในกลุ่มเพื่อนอย่างเงี้ย ก็จะเป็นคนที่พูด (ย้ำ) เพื่อนไม่ฟังไม่เป็นไรแต่ขอพูดอย่างนี้ ชอบพูด
GM Live: จากความชอบเรื่อง การพูด พัฒนามาสู่อาชีพได้อย่างไร
เล่าย้อนกลับไปว่าหมิวเริ่มจากงานแรกเลยก็คือ งานพิธีกรของรายการลูกทุ่งมัธยม ลูกทุ่งมัธยมซีซั่น 2 ช่องไทยไชโย อันนั้นก็เป็นเหมือนกับผู้ใหญ่เค้าน่าจะเห็นอะไรในตัวเรา เขาก็ลองให้มาทำ พอมาลองทำ เราก็ได้รู้ว่า งานที่เราเห็นว่าเหมือนกับมาพูด มันไม่ได้ง่ายนะเอาจริง ๆ แล้ว
มันค่อนข้างจะมีอะไรเยอะมากกว่านั้น หลังจากนั้นพอเราเริ่มทำแล้ว เราก็เริ่มรู้แล้วแหละว่าจริง ๆ มันคือสิ่งที่เราชอบนะเรารักในการที่เวลาออกกล้องแล้วมาเห็นผลงานของตัวเอง แล้วก็กับการที่เป็นเหมือนตัวกลางสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ
GM Live: การทำงานเกี่ยวกับเนื้อหาที่สบาย ๆ แต่พอต้องทำงานเป็นรายการที่มีสไตล์วัยรุ่น แต่โทนการสื่อสารจะจริงจังมากกว่า ต้องปรับสไตล์การทำงานอย่างไรบ้าง
จริง ๆ หมิวเข้าใจว่าในการทำงานทุกงาน มันจะต้องมีคำวิจารณ์หรืออะไรกลับมาอยู่บ้าง ซึ่งหมิวเองก็ทำใจไว้ตรงนี้ส่วนหนึ่งบ้าง แต่ว่าที่เป็นฟีดแบ็คไปเนี่ย ทางทีมงานก็เห็นนะคะแล้วเค้าก็เอากลับไปปรับปรุง ส่วนเรื่องที่ว่าการปรับตัวหนูไม่ได้มองว่ามันเป็นการปรับตัวอะไรมาก เพราะว่าจากคอนเซ็ปต์ที่ฟังมาตอนแรก หมิวก็ถามไปบ้างว่า คำว่า วัยทีน คือของหมิวด้วยความที่อายุ 28 มันยังวัยทีนอยู่มั้ย
อันนี้ก็เป็นอีกหลายข้อที่หลาย ๆ คนถามมา ซึ่งทางโปรดิวเซอร์เองก็บอกว่าผู้ใหญ่อยากได้คนที่สื่อสารช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้กังวลว่าจะต้องเป็นเด็กมาก ๆ มันเลยไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก
GM Live: พอทำไปสักพัก มันมาถึงจุดที่มีเทปที่ดราม่าเป็นเทปที่ 3 สำหรับมุมมองของหมิว เกิดอะไรขึ้นในเทปนั้น
สำหรับวันนั้นหมิว ถ่ายในสตูดิโอเป็นเทปแรก ถ้าหากดูก่อนหน้านี้จะเห็นว่าเราถ่ายนอกสถานที่มาตลอด ส่วนครั้งนี้ก็จะเป็นเทปแรกที่ถ่ายในสตู แล้วหมิวก็มองว่า อาจจะด้วยชุดหรืออะไรหลาย ๆ อย่าง มันก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจหลาย ๆ คน ทำให้หมิวได้บทเรียนกลับมาว่า มันไม่ใช่แค่งานที่มีคนดูน้อย ๆ นะแต่ว่ามันเป็นงานที่เราต้องคิดลึกลงไปมากกว่านั้น
GM Live: ได้ยินว่าเก็บไปร้องไห้ จริง ๆ แล้วมีขนาดนั้นไหม
ใต้เลข 5 มีน้ำตาตั้งเท่าไหร่ใช่มั้ย (หัวเราะ) มี มี เอาตรง ๆ นะเราก็ด้วยความรับมือไม่ถูก เพราะก็ไม่เคยเจอกระแสอะไรขนาดนี้ บางอย่างมันวิจารณ์เลยไปจนถึงแม้กระทั่งเรื่องหน้าตา นู่นนี่นั่น บางอย่างมันเป็นการ bluff และก็ดูถูกกันเกินไป หมิวมองว่าคนที่เป็นมนุษย์สักคน ไม่ว่าใครก็ตามไม่ควรที่จะโดนวิจารณ์หรือว่าเหยียดสีผิว แม้กระทั่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพิธีกรคู่เอง
ร้องไห้ แต่ว่าพอปรึกษาผู้ใหญ่ เราสบายใจขึ้น หมิวว่าคนเรา พอเราเสียใจสักระยะ มันก็จะเหมือนมีแรงฮึดให้สู้ต่อไป คือจริง ๆ ค่อนข้างจะมีคนถามมาว่า ? ถ้าหมิวไม่สบายใจ หมิวเลิกทำเลยมั้ย ? มันเป็นเหมือนอีกจุดหนึ่งที่ทำให้หมิวกลับมาคิดว่า ที่ผ่านมา ที่หมิวสู้มาตลอดหมายความว่า หมิวก็ส่งตัวเองเรียนตั้งแต่ปี 2 ตั้งแต่คุณย่าเสีย คือจะมายอมแพ้กับแค่นี้เหรอ
หมายเหตุ : คลิกที่ลิงก์และโพสต์ด้านล่างเพื่ออ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมดเพิ่มเติม
ที่มา : gmlive.com





