ผู้ป่วยเผชิญภาวะวิกฤตบนเครื่องบิน ใครจะคิดว่าเขาจะรอดชีวิตได้เพราะ นศ. วิศวะ

ช่วยชีวิตคนบนเครื่องบิน

          ผู้ป่วยเผชิญภาวะวิกฤตบนเครื่องบิน ใครจะคิดว่าเขาจะรอดชีวิตได้เพราะ นศ. วิศวะ ที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ ในช่วงเวลาที่แสนตึงเครียด จนเกือบนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน

          วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เว็บไซต์ ladbible.com ได้เปิดเผยเรื่องราวของนักศึกษาหนุ่มวิศวะรายหนึ่ง ที่บังเอิญได้ประสบเหตุไม่คาดฝันขึ้นบนเครื่องบินโดยสาร ทำให้เขาได้มีโอกาสใช้ความถนัดทางด้านวิศวะที่เคยเรียนมา จนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเบาหวานได้จนสำเร็จ

          โดยนักศึกษารายนี้มีชื่อว่า คาร์ตติเกยา มันกาลัม เขาเป็นนักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้า ของสถาบันเทคโนโลยีอินเดีย ในช่วงหลายเดือนก่อนเขาได้รับโอกาสไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ต่างแดน กระทั่งถึงวันที่เขาต้องเดินทางกลับประเทศ เขาได้ขึ้นเครื่องบินออกจากกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่นิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยไม่คิดว่าการเดินทางครั้งนั้นจะเป็นไปด้วยความลุ้นระทึก เมื่อเกิดมีผู้ป่วยฉุกเฉินบนเครื่อง จนเกือบจะทำให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉิน

          คาร์ตติเกยา ได้เล่าในบล็อกของเขาว่า ระหว่างการเดินทางนั้น อยู่ดี ๆ เขาก็ได้ยินเสียงลูกเรือประกาศตามหาหมอมาช่วยดูแลผู้ป่วยบนเครื่อง โดยผู้ป่วยรายนั้นเป็นชายวัย 30 ปี ที่นั่งอยู่เก้าอี้ถัดจากเขาไป 2 แถว โชคยังดีที่บนเครื่องมีผู้โดยสารที่เป็นหมอเดินทางมาด้วย หมอคนนี้รีบเข้ามาช่วยดูอาการของผู้ป่วย จนได้ทราบว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 ซึ่งต้องได้รับการฉีดอินซูลิน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยได้ลืมปากกาสำหรับฉีดอินซูลินไว้ที่จุดตรวจความปลอดภัยของสนามบิน แม้ที่ตัวเขาจะยังมีหลอดใส่อินซูลินอยู่ แต่เขาไม่สามารถฉีดมันสู่ร่างกายได้ อีกทั้งผู้ป่วยรายนี้ได้รับอินซูลินโดสสุดท้ายมาเมื่อ 5 ชั่วโมงก่อนหน้า จึงเลยเวลาที่เขาต้องฉีดอินซูลินหลอดใหม่แล้ว

          อย่างไรก็ตาม ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ตัวหมอก็เป็นโรคเบาหวาน และมีปากกาฉีดอินซูลินของตัวเองเช่นกัน แถมยังมีเข็มสำรองสำหรับใช้กับผู้ป่วยรายนี้ด้วย ทว่าปัญหาได้เกิดขึ้นเมื่ออินซูลินของพวกเขานั้นมีส่วนผสมที่ต่างกัน แถมหลอดอินซูลินของผู้ป่วยยังมีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะใส่ในปากกาอินซูลินของหมอ ดังนั้นหมอจึงตัดสินใจฉีดอินซูลินของตัวเองให้คนไข้ไปก่อน เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกแล้วในตอนนั้น หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการของคนไข้ได้

          หลังจากนั้นแอร์โฮสเตสก็ได้พาผู้ป่วยไปนั่งบริเวณท้ายเครื่องบิน ก่อนที่การเดินทางจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในตอนนั้นคาร์ตติเกยาจึงตัดสินใจหลับตาลง เตรียมหลับพักผ่อนรอเวลาก่อนจะถึงจุดหมาย แต่แล้วหลังจากเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง เขากลับได้ยินเสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง แจ้งว่าเครื่องบินจำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉินในพื้นที่แถบอัฟกานิสถาน-คาซัคสถาน ด้วยเหตุผลด้านการแพทย์

          เมื่อได้ฟังเช่นนั้น คาร์ตติเกยาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาผู้ป่วยกับหมอ เขาสังเกตเห็นผู้ป่วยเริ่มมีฟองน้ำลายที่มุมปากแล้ว จึงสอบถามว่าพอจะมีอะไรให้เขาช่วยได้บ้าง ฝ่ายหมอได้อธิบายสถานการณ์ให้คาร์ตติเกยาฟังว่า อินซูลินของหมอนั้นใช้ไม่ได้ผลกับผู้ป่วยรายนี้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับอินซูลินของตัวเอง มิเช่นนั้นหากทิ้งไว้เขาจะเริ่มตกอยู่ในภาวะวิกฤต ถึงขั้นอวัยวะล้มเหลว


          แม้ว่าหมอจะพอรู้วิธีการปรับตัวปากกาอินซูลินของตัวเอง ให้นำหลอดอินซูลินของคนไข้มาใส่ได้ แต่หลังจากทำการปรับแล้ว ปรากฏว่าเข็มที่จะฉีดตัวยากลับไม่เด้งออกมาจากปากกา เขาจึงทำอะไรไม่ได้ จำต้องให้เครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน
          
         คาร์ตติเกยา ได้รู้เช่นนั้น เขาจึงขอปากกาอินซูลินของหมอมาตรวจสอบดู พร้อมขอใช้ Wi-Fi บนเครื่องบินเพื่อเปิดดูคู่มือการใช้งานปากกาดังกล่าวผ่านอินเทอร์เน็ต ระหว่างการค้นหาคาร์ตติเกยายังได้เจอภาพแบบทางวิศวกรรมของปากกาอินซูลินด้วย จากนั้นเขาก็ได้แกะดูอุปกรณ์ภายในปากกา และนับชิ้นส่วนทั้งหมดดู จนพบว่าที่แท้แล้วชิ้นส่วนของปากกาได้หายไป 1 ชิ้น ซึ่งก็คือสปริง

          เขารีบเข้าไปค้นหาสปริงที่น่าจะตกอยู่ใกล้ ๆ ตัวผู้ป่วยในทันที แต่ก็หาไม่พบ ชายหนุ่มจึงขอให้แอร์โฮสเตสช่วยรวบรวมปากกาลูกลื่นจากผู้โดยสารบนเครื่อง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แอร์โฮสเตสสามารถหาปากกาลูกลื่นมาให้เขาได้ 4-5 ด้าม และในที่สุดเขาก็พบสปริงในปากกาเหล่านั้น ที่สามารถนำมาใส่ในปากกาอินซูลินได้พอดี ก่อนจะรีบประกอบปากกานี้ให้เหมือนเดิม แล้วให้หมอรีบนำไปใช้ฉีดอินซูลินให้ผู้ป่วย

          ในที่สุดผู้ป่วยก็ได้รับอินซูลินของตัวเขาเอง อาการของเขาดีขึ้นทันตาเห็น ทำให้นักบินไม่ต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินแล้ว ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคนที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น ทั้งนี้หลังสิ้นสุดการเดินทาง คาร์ตติเกยายังได้อาสาติดตามไปเป็นเพื่อนผู้ป่วยรายนี้ถึงโรงพยาบาลอีกด้วย

          ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คาร์ตติเกยาบอกเลยว่า เขาได้รู้ถึงความสำคัญของพื้้นฐานวิศวะที่เคยเรียนมาในชั้นเรียน สมัยเป็นนักศึกษาใหม่ขึ้นมาทันที และแน่นอนว่าในตอนนั้นเขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าความรู้ที่มี จะสามารถช่วยชีวิตใครสักคนได้ในรูปแบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก

          ทั้งนี้หลังจบเรื่องวุ่นวายทั้งหมด คาร์ตติเกยาก็ได้พบว่าผู้ป่วยบนเครื่องบินนั้น ที่แท้เป็นเจ้าของร้านอาหารและเครื่องดื่มในอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเพื่อเป็นการขอบคุณ เขาเลยได้รับเชิญจากเจ้าของร้านรายนี้ ให้ไปใช้บริการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ร้านได้แบบฟรี ๆ เท่าที่ต้องการ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Karttikeya Mangalam
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก scroll.in



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ผู้ป่วยเผชิญภาวะวิกฤตบนเครื่องบิน ใครจะคิดว่าเขาจะรอดชีวิตได้เพราะ นศ. วิศวะ โพสต์เมื่อ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 15:38:16 37,452 อ่าน
TOP