
พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยส่วนใหญ่เกษตรกรจะทำการเพาะปลูกยางพาราเป็นส่วนใหญ่ แต่การปลูกยางพารานั้น เกษตรกรหลายรายยังไม่เข้าในถึงทรัพยากรธรรมชาติ ที่อาจไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรหลายราย ต้องประสบปัญหาผลผลิตทางการเกษตรไม่ตรงตามความต้องการ รวมถึงรายได้ที่ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต ด้วยเหตุนี้สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาการทำเกษตรที่ไม่ประสบความสำเร็จ

คุณนิวัฒน์ เนตรทองคำ หมอดินอาสาประจำตำบลทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เคยประสบปัญหาปลูกยางพาราเต็มพื้นที่ แต่พบว่าไม่สามารถผลิตน้ำยางได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งราคายางค่อนข้างต่ำ ทำให้คุณนิวัตน์ตัดสินใจเข้าอบรมเป็นหมอดินอาสา กับสถานีพัฒนาที่ดินสงขลา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาสภาพดินที่ไม่เหมาะสม ให้สามารถกลับมาทำการเพาะปลูกได้อีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินสงขลาได้แนะนำให้คุณนิวัฒน์ ทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่การเพาะปลูกยางพารา ให้เป็นการปลูกพืชผสมผสาน เพื่อให้คุณนิวัฒน์กลับมามีรายได้อีกครั้ง ซึ่งการปลูกพืชผสมผสาน เป็นการปลูกพืชหลายหลายชนิด บนพื้นที่ในบริเวณทำการเกษตรที่จะทำให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งการปลูกพืชผสมผสานนั้นจะสร้างประโยชน์ให้กับทั่งพืชและเกษตรกรเอง

คุณนิวัฒน์เองก็ให้ความสนใจและศึกษาเรียนรู้กระทั้ง กลับมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ของตนเองจากยางพารา เป็นผักกูด ซึ่งเป็นผักพื้นเมืองของภาคใต้ ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวัน รวมถึงผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ กล้วยหอมทอง ลองกอง และพืชอีกหลากหลายชนิด นอกจากนี้ คุณนิวัฒน์ยังนำความรู้ที่ได้จากการเป็นหมอดิน มาประยุกต์การทำปุ๋ยหมัก โดยการนำมูลสัตว์มาหมักกับสารเร่งซุปเปอร์พด.1 ที่ได้จากสถานีพัฒนาที่ดินสงขลา เพื่อเก็บไว้ใช้ดูแลผลผลิต ซึ่งนอกจากปุ๋ยหมักแล้ว ยังมีน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากเศษผักผลไม้เหลือใช้ในพื้นที่ ถือเป็นการนำสิ่งที่มีอยู่รอบตัวมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการทำเกษตรด้วยระบบอินทรีย์อย่างถูกต้องและชัดเจน โดยกว่าจะมีวันนี้ คุณนิวัฒน์จะต้องศึกษาเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับการทำเกษตรอินทรีย์ ที่จะส่งผลดีกับผลผลิตทางการเกษตรและต่อคุณนิวัฒน์เอง

สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ไม่เพียงแค่ให้ความรู้กับเกษตรกรในเรื่องของการปรับปรุงบำรุงดิน และการจัดการบริหารพื้นที่ทำการเกษตรเท่านั้น แต่สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ยังแนะนำให้เกษตรกรทุกราย ทำการเกษตรระบบอินทรีย์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างผลผลิตได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนการผลิต และเพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพ





