แม่น้องพลอย เหยื่อไอ้เอส อดีตสิบเอกเผานั่งยาง เผยยังส่งไลน์หาลูกทุกวัน เชื่ออีกฝ่ายตั้งใจฆ่า สู้คดีอ้างไม่เจตนา เจอคุกกว่า 30 ปี
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 รายการโหนกระแส ที่ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้สัมภาษณ์ นางพัชรี ปั้นทอง และนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ซึ่งเป็นคนช่วยเหลือคดีนี้
นางพัชรี : น้องกลับบ้านผิดเวลา แม่โทร. ติดต่อหาน้องประมาณ 4 สาย แต่สายที่ 4 ตัดทิ้ง แม่ออกตามหาน้อง สัก 5 ทุ่มแม่ก็ไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความแม่ เพราะยังไม่ถึง 24 ชม. ยังแจ้งไม่ได้
ตอนเช้าตีสี่แม่ก็ออกมาหาน้องอีก มาเจอกุญแจรถจักรยานยนต์ตกอยู่ ก็สงสัยว่าน้องได้รับอันตรายแน่ แม่ก็เข้าแจ้งความเหมือนเดิม ช่วยตำรวจในการตามหาข้อมูลส่วนนึง
นางพัชรี : กล้องเห็นว่าน้องข้ามถนน แต่แม่ได้ข้อมูลจากคนที่ช่วยแม่ว่าเขาหายไปกับใคร หายไปกับทะเบียนรถสีอะไร สิ้นสุดตรงไหน
นางพัชรี : ไม่ค่ะ เขาจอดรอ แล้วน้องข้ามฝั่งไปบ้าน ช่วงนั้นก็ดึงน้องไป
ไปตามจับตอนไหน ?
ทนายรณณรงค์ : เอาตัวมาจากอยุธยา ระหว่างน้องตายก็เอาทรัพย์สินทิ้งระหว่างเดินทางไปค่ายทหารลพบุรี เอายางรถยนต์จากบ้านพักทหารข้างในออกมาแล้วเอาศพน้องพลอยไปเผาที่สระบุรี เอาศพนั่งไปข้าง ๆ ตลอดเหมือนคนหลับ
นางพัชรี : เวลาไปไหนเขาจะเอาเสื้อพ่อคาดไว้ พอด่านตำรวจเห็นยศก็ไม่ตรวจแล้ว
ทนายรณณรงค์ : เขาวางแผนมานะ ไม่ได้พลั้งมือฆ่า ครั้งแรกเขาชี้จุดผิดเพราะเป็นป่าจริง ๆ แต่บังเอิญตรงนั้นมีศพเคยพบอยู่ เลยเอาศพมาเปรียบเทียบว่าใช่น้องพลอยหรือเปลา ถ้าวันนั้นไม่พบศพมาก่อน คดีนี้อาจปิดไม่ได้เลยก็ได้
วันนี้มีการขึ้นศาลเรียบร้อยแล้ว ?

ภาพจาก รายการโหนกระแส
จากกรณีข่าว นายพลกฤต วิเศษ หรือ เอส อดีตทหารสังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว หลังก่อเหตุลักพาตัว น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล หรือ น้องพลอย ไปนานถึง 3 ปี และฆ่าเผานั่งยาง ซึ่งต่อมา นางพัชรี ปั้นทอง แม่ของน้องพลอย ได้ประกาศตามหาลูกสาว กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปพบตัวนายเอส ศัลยกรรมใบหน้าทำงานที่บาร์เกย์ ก่อนจับกุมตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 33 ปี 4 เดือน และชดใช้ค่าเสียหาย 1.5 ล้านบาท [อ่านข่าว : อุ้มฆ่าน้องพลอย ทั้งหมด คลิก]

ภาพจาก ข่าวเวิร์คพอยท์
เหตุการณ์ที่เกิดเดือนพฤษภาคม 2557 เกิดอะไรขึ้น ?
ตอนเช้าตีสี่แม่ก็ออกมาหาน้องอีก มาเจอกุญแจรถจักรยานยนต์ตกอยู่ ก็สงสัยว่าน้องได้รับอันตรายแน่ แม่ก็เข้าแจ้งความเหมือนเดิม ช่วยตำรวจในการตามหาข้อมูลส่วนนึง
น้องเคยมีแฟน สมมติชื่อเอส หรือ สิบเอก เอส มีคุณพ่อเป็นนายทหารระดับใหญ่ได้ไปตามไหม ?
นางพัชรี : คนร้ายโทร. หาแม่เองว่าน้องพลอยหายเหรอ เขาบอกว่าเขาดูตามสื่อ เขาบอกว่าเขาไม่ได้เอาน้องไป เพราะไปขอแล้วแม่ไม่ให้ เขามีครอบครัวใหม่แล้ว ออกตัวก่อนเลย ประมาณอาทิตย์นึงรู้ว่าเขาเป็นคนเอาไปแน่นอน

ภาพจาก รายการโหนกระแส
เพราะเห็นกล้องวงจรปิด ?
รถสีดำที่เขาขับมาแล้วฉุดน้องขึ้นรถ ?
มีการไปถามก่อนไหม ?
นางพัชรี : อาทิตย์นึงพอแม่ได้ข้อมูลว่ามีรถเก๋งสีดำและพยานรอบข้างที่บอกว่าเห็นรถเก๋งสีดำ มีผู้ชายมายืน 3 คน แต่งชุดทหารมายืนตรงนั้น กับหลักฐานที่แม่ได้มาอาทิตย์นึงแม่ก็ไปหาเขาที่ค่ายทหาร ไปพบหัวหน้าเขา พ่อเขา ซึ่งตอนนั้นเขาทำงานอยู่ข้างบน พ่อเขามาพบกับแม่ เป็นพันโท พ่อเขาก็ปฏิเสธ
พ่อเขาก็บอกว่าไปขอก็ไม่ให้ ลูกเขาก็มีครอบครัวแล้ว จะไปพามาได้ไง ตอนนี้ลูกก็ทำงานอยู่ โทร. ติดต่อก็ไม่ได้ แม่ก็เอาข้อมูลที่ได้ให้พ่อเขาดู เขาก็รู้แล้วว่าหลักฐานที่ได้มัดตัวแน่ แม่ก็ถามว่ารถคันที่จอดอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าขายแล้ว ก็ถามว่าทำไมรีบขาย เขาบอกว่าไม่มีเงินส่ง ก็เอาไปขายที่เต็นท์แห่งหนึ่งคนละจังหวัด
แม่เลยบอกตำรวจว่ามีการขายรถที่เต็นท์นี้เหมือนเป็นการทำลายหลักฐาน แม่สงสัย ตำรวจก็ไปยึดรถมาตรวจ พบเส้นผม เอารถไว้ประมาณ 4 เดือน ช่วง 1 เดือนแม่ก็หาข้อมูลช่วยตำรวจ พอพบพ่อเขาอีกครั้งนึงที่ค่าย พ่อเขาก็ยืนยันว่าเขาไม่รู้ไม่เห็น และเขาก็ตามหาลูกเหมือนกัน
แม่เลยบอกตำรวจว่ามีการขายรถที่เต็นท์นี้เหมือนเป็นการทำลายหลักฐาน แม่สงสัย ตำรวจก็ไปยึดรถมาตรวจ พบเส้นผม เอารถไว้ประมาณ 4 เดือน ช่วง 1 เดือนแม่ก็หาข้อมูลช่วยตำรวจ พอพบพ่อเขาอีกครั้งนึงที่ค่าย พ่อเขาก็ยืนยันว่าเขาไม่รู้ไม่เห็น และเขาก็ตามหาลูกเหมือนกัน

ภาพจาก รายการโหนกระแส
ระหว่างนั้นแม่ส่งไลน์หาน้องพลอย ?
นางพัชรี : ทุกวันนี้ก็ยังส่งค่ะ มันเป็นความเคยชิน แต่ไม่ได้พูดคุยเหมือนก่อน แม่บอกว่าวันนี้จะตัดสินแล้วนะลูก แม่ไม่รู้ว่าน้องพลอยกับแม่จะได้รับความยุติธรรมเท่าไหร่ แต่แม่จะทำให้เต็มที่ที่สุด
ตอนพยายามหาน้องพลอยจนเจอรถคนร้าย เจอเส้นผม วันที่ 5 พฤษภาคม จากการตามหาเจอกระดูก ?
ตอนพยายามหาน้องพลอยจนเจอรถคนร้าย เจอเส้นผม วันที่ 5 พฤษภาคม จากการตามหาเจอกระดูก ?
นางพัชรี : เป็นเรื่องไสยศาสตร์หรือเปล่าไม่รู้ คือมีครอบครัวนึงแม่ไม่รู้จัก เขาบอกว่าสามีเขาหายแล้วเขาไปดูร่างทรง ร่างทรงบอกว่าให้ไปดูที่เขาหินซ้อน พอไปดูเขาก็พบเศษยางตอนเผาแล้ว ขุด ๆ ขึ้นมาก็พบโครงกระดูก แล้วมีจัดฟันซี่นึง หลังจากนั้นคนที่เขาบอกว่าสามีเขาหายก็ปรากฏตัว สามีเขาไม่หาย ศพนี้กลายเป็นศพไม่มีญาติ

ภาพจาก รายการโหนกระแส
จนเขาเอาไปไว้สถาบันนิติเวช ?
นางพัชรี : แม่มารู้ว่าน้องเสียชีวิตวันที่ 13 สิงหาคม 2560 ผ่านไป 3 ปี 2 เดือน 24 วัน ถึงรู้ว่าลูกเสียชีวิต
นายเอสหนีหรือยัง ?
นายเอสหนีหรือยัง ?
นางพัชรี : วันที่ 25 ที่บอกว่าไปหาพ่อเขา แม่ก็ตีรถไปอยุธยา เขาก็โทร. มาบอกว่าแม่มาหาผมเหรอ ทำไมไม่ขึ้นมาหาผม แม่เจอน้องหรือยัง จะแจ้งความมั้ย แม่ก็บอกว่าแจ้ง แม่ก็ถามเขาว่า เอสให้ตอบแบบลูกผู้ชาย อย่างชายชาติทหาร พาน้องไปมั้ย เขาก็บอกว่าเปล่า ตอบมาเถอะแม่ไม่เอาเรื่อง เขาก็บอกว่าไม่รู้สินะ แล้วก็หายไปเลย

ภาพจาก ข่าวเวิร์คพอยท์
ไปตามจับตอนไหน ?
นางพัชรี : ประมาณปลายเดือนกรกฎาคม แม่ก็ติดต่อท่านทนายรณณรงค์ หลังจากร้องเรียนทุก ๆ สื่อ ก็ติดต่อทนายให้ช่วย 13 วันจับได้
ทนายรณณรงค์ : ไปกันหลายที่ หนึ่งเขาเป็นทหารเขามีความรู้ความชำนาญด้านการติดตามตัว เขารู้ว่าเราติดตามเขายังไง จากที่เคยตามรอยได้ช่วงแรก ๆ เขาไม่ใช้โทรศัพท์เครื่องเดียว เขาไม่ทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่สามารถตามรอยได้เลย
แม่มั่นใจว่าเขาฆ่าแน่ ๆ ?
ทนายรณณรงค์ : ไปกันหลายที่ หนึ่งเขาเป็นทหารเขามีความรู้ความชำนาญด้านการติดตามตัว เขารู้ว่าเราติดตามเขายังไง จากที่เคยตามรอยได้ช่วงแรก ๆ เขาไม่ใช้โทรศัพท์เครื่องเดียว เขาไม่ทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่สามารถตามรอยได้เลย
แม่มั่นใจว่าเขาฆ่าแน่ ๆ ?
นางพัชรี : แม่คิดว่าเขาเอาน้องพลอยไปแน่ ๆ แต่ไม่คิดว่าลูกจะตาย
ศพที่เขานำไปเก็บไว้ที่สถาบันคือศพน้องพลอย แม่รู้วันไหน ?
ศพที่เขานำไปเก็บไว้ที่สถาบันคือศพน้องพลอย แม่รู้วันไหน ?
นางพัชรี : วันที่ 13 ที่จับคนร้ายได้ คนร้ายรับสารภาพ
ตอนไปตามจับ ตามกันยังไง ?
ตอนไปตามจับ ตามกันยังไง ?
ทนายรณณรงค์ : ผมไปพบพนักงานสอบสวน ไปพบผู้บังคับการตำรวจภูธรอยุธยา เป็นคนวางแผนจับกุมให้ จนลามมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ท่านเป็นคนตามให้ ท่านเป็นคนสั่งเฮลิคอปเตอร์ไล่ล่าเลยนะ สืบจนรู้ว่าอยู่ที่ไหน เขาเห็นรถตราโล่วิ่งไปจับที่บ้าน เขาหนีเข้าป่าอ้อย ซึ่งโคราชที่เขาไปกบดาน ตอนแรกเขายังทำงานพัทยาเป็นปกติ จนกระทั่งข่าวแม่น้องพลอยเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เขาหยุดทำงานและมากบดานที่โคราช พอตำรวจไปจับเขาก็หนีเข้าป่าอ้อยอยู่ 2 วัน เอาเฮลิคอปเตอร์ไล่กดดันบนภาคอากาศ เขาเห็นว่ารถแปลกปลอมวิ่งเข้าไปในบ้าน บ้านเขาเป็นทุ่งนาโล่ง ๆ เขาก็สงสัยว่าเป็นรถตำรวจ เขาเลยถอดเสื้อผ้าวิ่งเข้าป่าอ้อยเลย ก่อนหน้านั้นเขาทำงานบาร์เกย์ที่พัทยา เขาศัลยกรรม มีครอบครัวใหม่ ฟิตหุ่นให้ดูดีขึ้น
ทำงานบาร์เกย์เพื่ออำพราง ?
ทำงานบาร์เกย์เพื่ออำพราง ?
ทนายรณณรงค์ : เพราะบาร์เกย์จ่ายเงินเป็นเงินสด ไม่ได้จ่ายเงินเข้าบัญชี นี่คือจุดประสงค์ที่เขาไปอยู่ที่นั่น
หลังจากนั้นพอตามจับได้เขาสารภาพ ?
หลังจากนั้นพอตามจับได้เขาสารภาพ ?
นางพัชรี : เขาให้การรับสารภาพเบื้องต้น โดนแจ้งมาว่าทางทหารขู่เขาว่าถ้าไม่รับสารภาพว่าเอาน้องไว้ไหนจะจับพ่อ เขาเลยยอมรับสารภาพว่าเขาฆ่าน้องพลอย บีบคอน้องพลอยตาย เขาบอกขับรถไป ชวนกันไปดี ๆ แล้วไปทะเลาะกันกลางทาง มีปากเสียงกัน ทะเลาะกันรุนแรงเขาก็บีบคอน้องพลอย เขาไม่รู้ว่าน้องพลอยจะตาย ขับรถไปเรื่อย ๆ จอดกลางทางมารู้ว่าน้องตาย วินาทีนั้นเขากลัว
เขาเลยตัดสินใจเอายางรถยนต์ในค่ายทหาร ในบ้านพักพ่อเขา เขาเอาน้องที่ตายแล้วไปค่ายลพบุรี เอาน้องไปเผาที่ จ.สระบุรี มีการไปซื้อน้ำมัน 3 จังหวัดวันนั้น
เขาเลยตัดสินใจเอายางรถยนต์ในค่ายทหาร ในบ้านพักพ่อเขา เขาเอาน้องที่ตายแล้วไปค่ายลพบุรี เอาน้องไปเผาที่ จ.สระบุรี มีการไปซื้อน้ำมัน 3 จังหวัดวันนั้น

ภาพจาก รายการโหนกระแส
ทนายรณณรงค์ : เอาตัวมาจากอยุธยา ระหว่างน้องตายก็เอาทรัพย์สินทิ้งระหว่างเดินทางไปค่ายทหารลพบุรี เอายางรถยนต์จากบ้านพักทหารข้างในออกมาแล้วเอาศพน้องพลอยไปเผาที่สระบุรี เอาศพนั่งไปข้าง ๆ ตลอดเหมือนคนหลับ
นางพัชรี : เวลาไปไหนเขาจะเอาเสื้อพ่อคาดไว้ พอด่านตำรวจเห็นยศก็ไม่ตรวจแล้ว
ทนายรณณรงค์ : เขาวางแผนมานะ ไม่ได้พลั้งมือฆ่า ครั้งแรกเขาชี้จุดผิดเพราะเป็นป่าจริง ๆ แต่บังเอิญตรงนั้นมีศพเคยพบอยู่ เลยเอาศพมาเปรียบเทียบว่าใช่น้องพลอยหรือเปลา ถ้าวันนั้นไม่พบศพมาก่อน คดีนี้อาจปิดไม่ได้เลยก็ได้
วันนี้มีการขึ้นศาลเรียบร้อยแล้ว ?
ทนายรณณรงค์ : วันนี้ศาล จ.สระบุรี ได้ตัดสินคดีนี้ ตัดสินเจตนาฆ่าให้เป็นจำคุกตลอดชีวิต แต่เนื่องจากว่านายเอส ให้การเป็นประโยชน์ เขายอมรับแต่ต่อสู้คดีด้วยนะ เขาบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่า เขาตั้งใจแค่ทำร้ายร่างกาย แต่ถึงแก่ความตายเอง แต่ศาลท่านไม่เชื่อ ท่านว่าดูเจตนาฆ่า ศาลท่านลดโทษให้ 1 ใน 3 จากจำคุกเหลือ 33 ปี 4 เดือน มีข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพอีก
ติดตาม รายการโหนกระแส ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28
ติดตาม รายการโหนกระแส ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28