ทีมนักสิทธิมนุษยชนยูเอ็น ตีแผ่ความโหดร้ายในสงครามประเทศคองโก มีการกินเนื้อมนุษย์จากคนเป็น ๆ และศพ เด็กชายถูกบังคับให้ข่มขืนผู้เป็นแม่ หญิงสาวต้องเลือกระหว่างยอมถูกรุมโทรม หรือความตาย
![กินเนื้อคน กินเนื้อคน]()
ภาพจาก ALEX MCBRIDE / AFP
วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เว็บไซต์เมโทร เผยว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) ได้เปิดเผยรายงานชวนสลดใจที่เกิดขึ้นภายในสงครามอันโหดร้ายในประเทศคองโก โดยระบุว่า เด็กผู้ชายถูกบังคับให้ข่มขืนแม่ของตัวเอง เด็กผู้หญิงถูกสั่งให้ฝึกวิชาเวทมนตร์คาถาจับกระสุน ส่วนหญิงสาวจะถูกบังคับให้ต้องเลือกว่าจะยอมถูกรุมโทรมหรือถูกสังหาร อีกทั้งยังพบหลักฐานที่ชี้ว่า มีการกินเนื้อมนุษย์เกิดขึ้นด้วย
รายงานเผยว่า สงครามในประเทศคองโกเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2559 โดยแบ่งเป็นกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาล Kamuina Nsapu, กลุ่มทหาร Bana Mura และกลุ่ม FARDC ของกองทัพคองโก ซึ่งทางทีมสืบสวนชี้ว่า ทุกฝ่ายล้วนมีความผิดทางอาชญากรรมสงครามและการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
เหยื่อรายหนึ่งเผยว่า เห็นบางคนในกลุ่มกลุ่มหนึ่งของพวกกบฏต่อต้านรัฐบาล Kamuina Nsapu มีการใช้อวัยวะเพศของผู้หญิงเป็นเหมือนเหรียญรางวัล นอกจากนี้พยานบางรายเล่าว่า เห็นคนในกลุ่ม FARDC ของกองทัพคองโก ตัดเนื้อมนุษย์มาทำเป็นอาหารกิน ทั้งที่เฉือนสด ๆ มาจากตัวคนเป็น ๆ และเฉือนมาจากศพ รวมทั้งมีการดื่มเลือดมนุษย์ด้วย
![กินเนื้อคน กินเนื้อคน]()
ภาพจาก ALEX MCBRIDE / AFP
เบเคอร์ วัลลี เอ็นเดียเย่ ผู้นำทีมสืบสวน เผยว่า ในเหตุการณ์หนึ่ง มีผู้ชายและเด็กชายจำนวนอย่างน้อย 186 คนจากเพียงหมู่บ้านเดียว ถูกฆ่าตัดหัวโดยกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาล Kamuina Nsapu สมาชิกกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะฝึกให้เด็กผู้ชายเป็นทหาร โดยฝึกต่อสู้แบบไม่มีอาวุธป้องกันตัว หรือให้ใช้ไม้เป็นอาวุธ รวมทั้งล้างสมองให้เชื่อเรื่องคาถาวิชาเวทมนตร์นำมาใช้ป้องกันตัว แต่สุดท้ายพวกเด็ก ๆ เหล่านี้ก็ถูกโจมตีโดยกลุ่ม FARDC ของกองทัพคองโก ด้วยเครื่องปล่อยกระสุน จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตกันระนาว
รายงานเผยว่า ศพของผู้เสียชีวิตจะถูกฝังรวมกันในหลุมขนาดใหญ่ หรือบางครั้งก็จะถูกเหล่าทหารขนใส่รถบรรทุกไปฝังที่อื่น ซึ่งในตอนแรกทางทีมสืบสวนประมาณการว่ามีประมาณ 86 หลุมศพใหญ่ แต่หลังจากสำรวจลงพื้นที่อย่างละเอียดพบว่ามีหลุมศพขนาดใหญ่มากกว่าร้อยแห่ง

ภาพจาก ALEX MCBRIDE / AFP
วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เว็บไซต์เมโทร เผยว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) ได้เปิดเผยรายงานชวนสลดใจที่เกิดขึ้นภายในสงครามอันโหดร้ายในประเทศคองโก โดยระบุว่า เด็กผู้ชายถูกบังคับให้ข่มขืนแม่ของตัวเอง เด็กผู้หญิงถูกสั่งให้ฝึกวิชาเวทมนตร์คาถาจับกระสุน ส่วนหญิงสาวจะถูกบังคับให้ต้องเลือกว่าจะยอมถูกรุมโทรมหรือถูกสังหาร อีกทั้งยังพบหลักฐานที่ชี้ว่า มีการกินเนื้อมนุษย์เกิดขึ้นด้วย
รายงานเผยว่า สงครามในประเทศคองโกเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2559 โดยแบ่งเป็นกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาล Kamuina Nsapu, กลุ่มทหาร Bana Mura และกลุ่ม FARDC ของกองทัพคองโก ซึ่งทางทีมสืบสวนชี้ว่า ทุกฝ่ายล้วนมีความผิดทางอาชญากรรมสงครามและการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
เหยื่อรายหนึ่งเผยว่า เห็นบางคนในกลุ่มกลุ่มหนึ่งของพวกกบฏต่อต้านรัฐบาล Kamuina Nsapu มีการใช้อวัยวะเพศของผู้หญิงเป็นเหมือนเหรียญรางวัล นอกจากนี้พยานบางรายเล่าว่า เห็นคนในกลุ่ม FARDC ของกองทัพคองโก ตัดเนื้อมนุษย์มาทำเป็นอาหารกิน ทั้งที่เฉือนสด ๆ มาจากตัวคนเป็น ๆ และเฉือนมาจากศพ รวมทั้งมีการดื่มเลือดมนุษย์ด้วย

ภาพจาก ALEX MCBRIDE / AFP
เบเคอร์ วัลลี เอ็นเดียเย่ ผู้นำทีมสืบสวน เผยว่า ในเหตุการณ์หนึ่ง มีผู้ชายและเด็กชายจำนวนอย่างน้อย 186 คนจากเพียงหมู่บ้านเดียว ถูกฆ่าตัดหัวโดยกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาล Kamuina Nsapu สมาชิกกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะฝึกให้เด็กผู้ชายเป็นทหาร โดยฝึกต่อสู้แบบไม่มีอาวุธป้องกันตัว หรือให้ใช้ไม้เป็นอาวุธ รวมทั้งล้างสมองให้เชื่อเรื่องคาถาวิชาเวทมนตร์นำมาใช้ป้องกันตัว แต่สุดท้ายพวกเด็ก ๆ เหล่านี้ก็ถูกโจมตีโดยกลุ่ม FARDC ของกองทัพคองโก ด้วยเครื่องปล่อยกระสุน จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตกันระนาว
รายงานเผยว่า ศพของผู้เสียชีวิตจะถูกฝังรวมกันในหลุมขนาดใหญ่ หรือบางครั้งก็จะถูกเหล่าทหารขนใส่รถบรรทุกไปฝังที่อื่น ซึ่งในตอนแรกทางทีมสืบสวนประมาณการว่ามีประมาณ 86 หลุมศพใหญ่ แต่หลังจากสำรวจลงพื้นที่อย่างละเอียดพบว่ามีหลุมศพขนาดใหญ่มากกว่าร้อยแห่ง
อย่างไรก็ตาม ทางด้านโฆษกของรัฐบาลคองโกระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวควรส่งไปให้ยังผู้พิพากษา เพื่อพิสูจน์ความจริงที่แน่ชัดว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเกมทางการเมือง พร้อมทั้งชี้ว่า ผลการค้นพบของทีมสืบสวนพบว่ามีบางจุดที่น่าสงสัย เนื่องจากขั้นตอนการตรวจสอบดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ทั้งนั้น หากพบว่ามีผู้ใดก็ตามที่อยู่เบื้องหลังอาชญากรรมเหล่านี้จริง ก็จะมีการพิจารณาโทษในระดับรุนแรง





