สมาคมนักข่าวฯ ถอดบทเรียนถ้ำหลวง เน้นเร็วจนข่าวปลอมแชร์พรึ่บ !



            สมาคมนักข่าวฯ จัดเสวนาถอดบทเรียนถ้ำหลวงฯ เข้มจริยธรรมสื่อ ไม่ทำงานเชิงรุก เน้นเร็วจนข่าวปลอมว่อนออนไลน์

เสวนาถอดบทเรียนถ้ำหลวง

เสวนาถอดบทเรียนถ้ำหลวง

ถอดบทเรียนสื่อ-ถ้ำหลวง

            ⚫ ปัจจุบันสังคมเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลจริยธรรมของสื่อมวลชนได้อย่างอยู่หมัดมากกว่าการที่รัฐฯ ใช้ระเบียบกำกับดูแล เป็นสิ่งที่ดีถ้าผู้บริโภคสามารถแสดงให้เห็นถึงความต้องการการนำเสนอข่าวที่ถูกต้อง แม่นยำ มากกว่าความเป็นที่หนึ่งเรื่องความเร็ว

            ⚫ ต้องมีมาตรการในการจัดการ เนื่องจากเหตุการณ์ถ้ำหลวง มีข่าวปลอมถูกพูดถึงมากมายในโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ชมมีการแชร์ข้อมูลผิดต่อ ๆ กัน ซึ่งทั้งหมดก็มาจากความต้องการทำข่าวให้มีความรวดเร็ว

            ⚫ เรื่องราวและบทเรียนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ถ้ำหลวง จะเป็นแนวทางการทำงานของสื่อที่ดีในอนาคตได้ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อและสื่อสารข้อมูลออกไปได้ด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว



            เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 ที่ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับองค์กรสื่อ, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดงานเสวนาการถอดบทเรียนการทำข่าวถ้ำหลวง โดยมีผู้ร่วมงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำข่าวในเหตุการณ์ทีมหมูป่าอคาเดมี่ 13 รายติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และประชาชนเข้าร่วมงานเสวนาเป็นจำนวนมาก

            โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นจิตใจที่เข้มแข็ง ทุ่มเทและความสามัคคีของคนทุกฝ่าย ในส่วนของนักข่าวเองก็ได้รับคำชมจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับเสียงสะท้อนถึงความเหมาะสมในการทำงานไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งในนามของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์นั้นก็เห็นถึงความสำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนี้จึงตั้งใจกัดการเสวนาในครั้งนี้ขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเก็บเรื่องราวและบทเรียนต่าง ๆ ให้เป็นแนวทางการทำงานของสื่อที่ดีในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อ และสื่อสารข้อมูลออกไปได้ด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว

เสวนาถอดบทเรียนถ้ำหลวง

            ด้านนายวรัชญ์ ครุจิต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยละสร้างสรรค์ มองว่าเหตุการณ์นี้เป็นปรากฎการณ์ 5 ขาด คือ

            1. การขาดความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและต้องการบริโภคสื่อ โดยเฉพาะการบริโภคสื่อทางออนไลน์
            2. ขาดความใส่ใจ และมองข้ามในเรื่องที่ละเอียดอ่อน ตัวอย่างเช่นการนำเสียงวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่มาออกอากาศ รวมไปถึงการบินโดรนในจุดห้ามบิน และการเปิดเผยชื่อเรียงลำดับทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ถูกช่วยออกมา
            3. ขาดความสร้างสรรค์ในการนำเสนอข่าว โดยจะเห็นว่าบางช่องทำข่าวแบบเดิม ๆ คือการรายงานสถานการณ์ตามที่เห็นจากหน้าถ้ำ โดยไม่เน้นทำข่าวเชิงรุกหรือคิดประเด็นทำข่าวล่วงหน้า
            4. ขาดการยอมรับผิด โดยจะเห็นว่ายังคงมีบางสื่อที่มีประเด็นดราม่า เนื่องจากเลือกวิธีการตอบโต้กระแสโดยการบอกว่าเป็นสิทธิของสื่อเนื่องจากผู้ชมต้องการรับชมข้อมูลแบบนี้
            5. ขาดการควบคุมกันเองของสื่อ และไม่มีบทลงโทษที่เป็นรูปธรรม

เสวนาถอดบทเรียนถ้ำหลวง

            ขณะที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์  ประธานคณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถถอดบทเรียนได้ 3 เรื่องคือการล้ำเส้นกฎหมาย การละเมิดจริยธรรมจรรยาบรรณสื่อมวลชน และความเป็นมืออาชีพที่ถูกเปรียบเทียบกับสื่อต่างประเทศ ขณะเดียวกันมองว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่สามารถทำได้ดีและเป็นโมเดลที่สำเร็จคือการจัดการโซนนิ่งผู้สื่อข่าวให้ขยับออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาการรายงานข่าวจนเกิดเลยไปถึงการละเมิดสิทธิ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเสมอในพื้นที่ภัยพิบัติ หรือในเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งในอนาคตหน่วยงานอื่น ๆ ควรนำไปพิจารณาปรับใช้เมื่อเกิดเหตุการ์ต่างๆ ขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

            นอกจากนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดในแง่มุมของการเสพสื่อของผู้บริโภคในเหตุการณ์นี้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตที่ผ่านมา โดยนิยมติดตามข่าวทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น การใช้ทวิตเตอร์นำเสนอข้อความสั้น กระชับ ไล่เรียงเป็นไทม์ไลน์ กลับมีผู้ติดตามมากว่าการไลฟ์สดตลอดเวลา ซึ่งในฐานะผู้บริโภคต้องการสะท้อนให้เห็นว่า ข้อมูลที่เร็วแต่ไม่ถูกต้อง สู้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่ได้ และจากนี้คงต้องติดตามต่อว่ามาตรฐานการละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังจากเด็กกลับสู่ครอบครัวจะเป็นเช่นไร สื่อมวลชนจะไปติดตามทำข่าวที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยนหรือไม่ พร้อมทั้งอย่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กสทช. เข้ามาดูแล และออกกฎต่าง ๆ ให้มีความชัดเจนเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในอนาคต

เสวนาถอดบทเรียนถ้ำหลวง

            สำหรับนายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ผอ.สำนักข่าวสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส ได้ถอดบทเรียนจากเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันสังคมเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลจริยธรรมของสื่อมวลชนได้อย่างอยู่หมัดมากกว่าการที่รัฐใช้ระเบียบกำกับดูแล ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่คนให้ทำสื่อจะต้องระวัง และหากผู้บริโภคสามารถแสดงให้เห็นถึงความต้องการการนำเสนอข่าวที่ถูกต้อง แม่นยำ มากกว่าความเป็นที่หนึ่งเรื่องความเร็วเกินไป หรือประเด็นดราม่า หรือรบกวนญาติผู้ประสบเหตุ ตนจึงต้องการให้หลังจากนี้สังคมจะช่วยกันจับตามองข่าวอื่น ๆ ทุกข่าวนอกจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้การวิพากษ์วิจารณ์สื่อ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และทำให้วงการสื่อสามารถเดินไปในแนวทางที่ดีได้

เสวนาถอดบทเรียนถ้ำหลวง

            ส่วนนายนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา อุปนายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า สื่อออนไลน์ในปัจจุบันมีสองประเภท คือสื่อกระแสหลักที่ก้าวเข้ามาสู่โลกออนไลน์ ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการส่งนักข่าวลงพื้นที่และมีการตรวจสอบข้อมูล และอีกประเภทคือสื่อออนไลน์ที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งจะมีทั้งส่งนักข่าวลงพื้นที่ และมอนิเตอร์ข่าวจากหน้าจอ สิ่งที่เป็นคำถามคือต้นทางของข่าวที่สื่อเหล่านี้ลอกมาถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์ถ้ำหลวงนี้มีข่าวปลอมถูกพูดถึงมากมายในโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ชมมีการแชร์ข้อมูลผิดต่อ ๆ กัน ซึ่งทั้งหมดก็มาจากความต้องการทำข่าวให้มีความรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ภาพ และคลิปต่าง ๆ ที่สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ คิดว่าจะต้องมีมาตรการในการจัดการอย่างจริงจัง


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สมาคมนักข่าวฯ ถอดบทเรียนถ้ำหลวง เน้นเร็วจนข่าวปลอมแชร์พรึ่บ ! โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 09:40:35 2,277 อ่าน
TOP