ชาวเกาหลีเหนือในโซล เปิดใจ ไม่เคยคิดจากบ้าน แต่โดนลักพาตัว-บังคับให้แปรพักตร์


           ชาวเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้ เปิดใจเผยความจริง ตอนแรกทำงานในร้านอาหารเกาหลีเหนือในจีน แต่ถูกลักพาตัวและบังคับให้แปรพักตร์เข้าเกาหลีใต้ เผยโดนขู่สารพัด จนไม่มีทางเลือก

เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้
ภาพจาก FREDERIC J. BROWN / AFP

          ร้านอาหารเกาหลีเหนือในต่างประเทศคือหนึ่งในรายได้สำคัญ ที่จะรวบรวมเงินตราต่างประเทศมาสู่รัฐบาลเกาหลีเหนือ ปัจจุบันมีกระจัดกระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ กว่า 130 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน พนักงานประจำร้านอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นชาวเกาหลีเหนือที่ได้รับการคัดเลือกและไว้วางใจจากรัฐบาล เช่นเดียวกับ โฮคังอิล ผู้จัดการ และพนักงานเสิร์ฟหญิง 12 คน ประจำร้านอาหารเกาหลีเหนือแห่งหนึ่ง ในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน

          ตอนแรกพวกเขาต่างก็ทำงานของตนในร้านอาหารไปตามปกติ จนกระทั่งในปี 2559 ชาวโสมแดงทั้ง 13 ชีวิตได้ข้ามแดนมายังโสมขาว รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศว่าพวกเขาได้แอบดูซีรีส์ผ่านทางโทรทัศน์ จนเกิดความรู้สึกต่อต้านนโยบายชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ จึงตัดสินใจหนีมาที่นี่และได้แปรพักตร์จากแผ่นดินเกิดเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก

          และเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี พวกเขาได้มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวชีวิตของพวกตน แต่ความจริงที่ถูกเปิดเผย กลับตรงกันข้ามกับข่าวที่ปรากฏก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

          จากรายงานของสำนักข่าวบีบีซี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ระบุว่า การเดินทางข้ามแดนจากเกาหลีเหนือมายังเกาหลีใต้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา มีชาวเกาหลีเหนือกว่า 30,000 คน ยอมเสี่ยงชีวิตเดินทางข้ามมาหาชีวิตใหม่ที่เกาหลีใต้ นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลเกาหลีใต้ยังได้ตั้งวงเงินค่าตอบแทนสำหรับชาวเกาหลีเหนือที่ตัดสินใจแปรพักตร์ มากถึง 860,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 28.5 ล้านบาท

เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้
ภาพจาก KOREA POOL / AFP

          แต่สำหรับ โฮคังอิล ผู้จัดการร้านอาหารเกาหลีเหนือดังกล่าว และพนักงานเสิร์ฟหญิงอีก 12 คน พวกเขาไม่ได้อยากหนีมายังกรุงโซล และถูกบังคับขู่เข็ญให้แปรพักตร์เข้ากับเกาหลีใต้

          คังอิล เล่าว่า สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือเอ็นไอเอส (NIS-South Korea's National Intelligence Service) ได้มาเกลี้ยกล่อมให้เขาแปรพักตร์ พร้อมกับสัญญาว่าจะให้เขาเปิดร้านอาหารของตัวเองเป็นการตอบแทน แต่เมื่อเขาปฏิเสธ เขาก็โดนขู่ว่าจะถูกส่งตัวให้กับสถานทูตเกาหลีเหนือ และโดนเปิดโปงว่าเคยทำงานกับเอ็นไอเอส เว้นเสียแต่เขาจะยอมพาพนักงานของร้านทั้งหมดเดินทางมาเกาหลีใต้ด้วยกัน คังอิลไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามคำสั่ง และเดินทางมายังกรุงโซล ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้น รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ประกาศว่า คังอิล และพนักงานเสิร์ฟรวม 13 ชีวิต ถูกลักพาตัวมายังกรุงโซล

          ความจริงเรื่องนี้ได้ถูกเปิดเผยออกสื่อเป็นครั้งแรกเมื่อ 2 เดือนก่อน โดยตอนนั้นสำนักข่าวเจทีบีซีของเกาหลีใต้ได้เผยแพร่ภาพการสัมภาษณ์คังอิลและพนักงานเสิร์ฟอีก 3 คน ทุกคนถูกปิดบังใบหน้าเอาไว้ และไม่มีการเปิดเผยชื่อจริง โดยข้อมูลจากสำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า ในขณะที่กำลังเดินทางนั้น พนักงานเสิร์ฟทั้ง 12 คน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังจะไปไหน มารู้ความจริงก็ตอนไปถึงสถานทูตเกาหลีใต้ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แล้ว

          หนึ่งในสาวเสิร์ฟ กล่าวว่า พวกเธอถูกผู้จัดการบังคับให้ทำตามคำสั่ง มิฉะนั้นเขาจะบอกทางการว่าพวกเธอแอบดูซีรีส์เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นโทษร้ายแรงสำหรับคนเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศ และคังอิลก็กล่าวว่า เขาถูกบังคับข่มขู่ ถูกลักพาตัว และเขาก็จำเป็นต้องทำแบบนี้กับสาว ๆ ทุกคน

          ด้านโทมัส โอเฮอา กีนตานา ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำเกาหลีใต้ ก็ได้เปิดเผยว่า พนักงานเสิร์ฟเหล่านี้ล้วนตกเป็นเหยื่อโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ พวกเธอถูกหลอก ถูกบังคับ และอยากเดินทางกลับเกาหลีเหนือ เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตที่เกาหลีใต้ได้ ซึ่งรัฐบาลก็ควรเคารพสิทธิในจุดนี้ของพวกเธอ

          อย่างไรก็ตาม ทางการเกาหลีใต้ได้ออกมาปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าชาวเกาหลีเหนือทั้ง 13 คน ข้ามแดนมาเองโดยสมัครใจ และตัดสินใจแปรพักตร์เองโดยไม่มีใครบังคับ ส่วนสาเหตุที่ออกมาพูดแบบนั้น ก็เป็นเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ไม่อยากให้ได้รับอันตราย 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชาวเกาหลีเหนือในโซล เปิดใจ ไม่เคยคิดจากบ้าน แต่โดนลักพาตัว-บังคับให้แปรพักตร์ โพสต์เมื่อ 17 กรกฎาคม 2561 เวลา 14:08:38 12,100 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP