ชายพิการสุดช้ำ ถูกเพื่อนรักฉกเงินบริจาคนับแสนจากบัญชี รู้รหัสจากส้วม

          ชายพิการพาลูกขอทานสุดซวย ถูกเพื่อนตัวแสบแอบฟังรหัสเอทีเอ็มจากในส้วม ฉกเงินบริจาคนับแสนเกลี้ยงบัญชี ด้านตำรวจเร่งแกะรอยหาหลักฐานเตรียมเชิญตัวเข้าพบ 
ชายพิการสุดช้ำ
ภาพจาก amarintv.com

          จากกรณีที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียนำเรื่องราวของ นายขวัญ เผือกขวัญยืน หนุ่มพิการพ่อลูกอ่อน ที่เคยออกมานั่งขอทานริมฟุตปาธบริเวณสถานีบีทีเอสอ่อนนุช จนมีผู้เห็นใจช่วยเหลือบริจาคเงินทุนกว่า 110,000 บาท สำหรับตั้งตัวสู้ชีวิต แทนการออกนั่งขอทานริมถนน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่าประทับใจหนึ่งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์นั้น  

         ล่าสุดวันนี้ (3 มกราคม 2562) มีรายงานว่าปัจจุบันเงินในบัญชีของนายขวัญ ได้หายไปเหลือเพียง 69 บาท โดยพบว่าเงินถูกทยอยโอนไปตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2561 โดยนายขวัญ เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า หลังจากได้รับเงินบริจาคจำนวนเงิน 110,000 บาท ที่มีผู้ใจบุญโอนมาช่วยเหลือ จากนั้นในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 ก็มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เดินทางมาที่ห้องพักของตน ตนคาดว่าบัตรเอทีเอ็ม และบัตรประชาชนของตน น่าจะถูกผู้ไม่หวังดีแอบขโมยไปกดเงินในวันนั้น เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง จะขอเช็กยอดเงิน และได้มีการขอสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และบัตรประชาชนไปถ่ายเอกสาร พร้อมสอบถามรหัสบัตรจำนวน 6 หลักให้ทราบ ซึ่งขณะที่เช็กนั้นมียอดเงิน 70,000 บาท

          ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่นาย อิม เพื่อนรุ่นน้องของตนมาหาตนที่ห้อง เพื่อช่วยเก็บห้อง แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาที่บ้าน อีกฝ่ายจึงไปแอบในห้องน้ำ จึงเป็นไปได้ว่า นาย อิม ที่อยู่ในห้องน้ำอาจได้ยินข้อมูลที่ตนคุยกับเจ้าหน้าที่ จึงแอบนำบัตรเอทีเอ็มของตนไปกดเงิน

          จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ต้องจ่ายค่าห้องเช่า ตนจึงได้วานใช้ป้าสมลักษ์ ให้นำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินเพื่อมาจ่ายค่าห้อง แต่ป้าบอกตนว่าเงินไม่มี เหลือแค่ 69 บาท จากนั้นป้าสมลักษณ์จึงพาตนไปแจ้งความที่ สน.บางนา และหลังจากตรวจสอบยอดเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารภายหลัง พบว่าคนร้ายกดเงินไปครั้งละ 5,000-10,000 บาท จำนวนหลายครั้ง

ชายพิการสุดช้ำ
ภาพจาก amarintv.com

          ด้าน นางสมลักษณ์ พื้นทอง จิตอาสาในพื้นที่ใกล้เคียงบ้านนายขวัญ ระบุว่า ตนและเจ้าของห้องพักของนายขวัญ เดินทางไปกดเงินที่ห้างแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นค่าเช่าห้องให้กับนายขวัญ แต่พบว่าเงินมีแค่ 69 บาท ตนจึงได้รีบพานายขวัญไปแจ้งความที่ สน.บางนา ซึ่งจากเรื่องที่เกิดขึ้นตนรู้สึกสงสาร และห่วงลูกชายของนายขวัญว่าจะเอาอะไรกิน ตนจึงขอรับบริจาคผ่านเพจเพื่อช่วยเหลือ ได้เงินมา 9,850 บาท และรีบปิดบัญชี ซึ่งนายขวัญก็ใช้ในการจ่ายค่าเช่าบ้านและดูแลลูกชาย ซึ่งถือว่าเงินจำนวนนี้ก็ยังไม่เพียงพอ ตนเองยังต้องเข้ามาดูแล บางครั้งก็ซื้ออาหารมาให้

          นางสมลักษณ์ กล่าวต่อว่า บางครั้งมีคนมาขอยืมเงินนายขวัญ ซึ่งเป็นคนปกติ มีมือมีเท้า ตนก็แปลกใจว่าทำไมถึงไม่ทำมาหากินเอง เพราะชอบมาตะโกนขอเงิน เมื่อไม่ให้ก็เกิดอาการไม่พอใจ ส่วนเรื่องการทำงานของนายขวัญ ก็อยากจะสนับสนุนให้ได้เปิดร้านชำ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายต้องการทำงานใกล้บ้านเพื่อจะได้ดูแลลูกชาย ส่วนตนนั้นก็ไม่เห็นด้วยกับการที่นายขวัญพาลูกไปขอทาน แต่เนื่องจากนายขวัญไม่มีเงินจริง และจะไม่ขอรับบริจาคแล้ว จึงได้ไปนั่งขอทานตามเดิม

          ด้าน ร.ต.อ. ณัฐธนนท์ นับงามธนเศรษฐ์ ร้อยเวรเจ้าของคดี สน.บางนา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรอผลตรวจสอบเลขโทรศัพท์มือถือของนายอิม เพื่อนบ้านของชายพิการจากค่ายโทรศัพท์ เนื่องจากนายอิมอาจจะโอนเงินจากบัญชีของชายพิการออกไป โดยมีการกดเงินออกจากตู้เพียงครั้งเดียว และครั้งอื่น ๆ ใช้วิธีการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน โดยทราบเบอร์โทรศัพท์แล้ว และจะมีการเชิญตัวเพื่อนของชายพิการที่เป็นผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชายพิการสุดช้ำ ถูกเพื่อนรักฉกเงินบริจาคนับแสนจากบัญชี รู้รหัสจากส้วม โพสต์เมื่อ 3 มกราคม 2562 เวลา 16:27:38 18,733 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP