x close

ร่วมเชิดชูเกียรติ ๑๒ ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ปราชญ์ผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน

            ร่วมเชิดชูเกียรตินักปราชญ์แห่งแผ่นดิน ๑๒ ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ศิลปินชั้นเอกผู้ดำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาส่งต่อคนรุ่นหลัง สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าแก่ชาวไทย เนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

 

            กาลเวลาเปลี่ยน ยุคสมัยเปลี่ยน แต่ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในอดีต จะยังคงสามารถถ่ายทอดสืบไปในอนาคตได้ ผ่านตัววัตถุ การจารึกไว้บนสื่อต่าง ๆ และที่สำคัญคือการถ่ายทอดผ่านตัวบุคคล หรือจากรุ่นสู่รุ่นนั่นเอง

            ซึ่งทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (เดิมคือสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการถ่ายทอดความรู้จากตัวบุคคล การดำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม และเห็นคุณค่าในตัวศิลปินชั้นเอกจำนวนมากในประเทศไทย จึงได้จัดทำโครงการศิลปินแห่งชาติขึ้น เพื่อสรรหา ส่งเสริมสนับสนุน และช่วยเหลือศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานล้ำค่า อันทรงคุณค่าของแผ่นดิน โดยทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ จนถึงปัจจุบัน

 

            โดยในปีนี้ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติโดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๖๑ ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติจำนวน ๑๒ คน จาก ๓ สาขา ดังนี้

            ต้องขอแสดงความยินดีกับศิลปินที่ได้รับการคัดเลือก ยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ จำนวน ๑๒ คน จากศิลปะ ๓ สาขา ได้แก่...

 

            ๑. สาขาทัศนศิลป์ จำนวน ๔ คน
            ๑.๑ ประเภทวิจิตรศิลป์ ได้แก่

 

            นายชิน ประสงค์ (ประติมากรรม)

            ปัจจุบันอายุ ๗๗ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๔๘๕ ที่ จ.นนทบุรี จบการศึกษาและเข้ารับราชการในโรงหล่อของกรมศิลปากร ได้สร้างสรรค์ผลงานปั้นประติมากรรมไว้มากมาย อาทิ การออกแบบ ปั้น และอำนวยการสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์ของไทยหลายพระองค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ รวมถึงประติมากรรมสุนัขทรงเลี้ยงทั้ง ๑๒ สุนัข ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และได้รับมอบหมายให้ปั้นประติมากรรม คุณทองแดงและคุณโจโฉ เพื่อนําไปประดับข้างพระจิตกาธาน พระเมรุมาศ ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้ถวายงานแด่ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ นายชิน ยังเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านประติมากรรมอีกด้วย

 

 

            นายปริญญา ตันติสุข (จิตรกรรม)

            ปัจจุบันอายุ ๖๔ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๘ ที่กรุงเทพมหานคร ได้สร้างสรรค์และพัฒนาผลงานศิลปะมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ พัฒนาการสร้างสรรค์ผลงานโดยผสมผสานคําสอนในพุทธศาสนา ศิลปกรรมท้องถิ่น ได้รับรางวัลมากมายในระดับชาติ ค้นคว้าและทดลองเทคนิคกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อแสดงออกในการสร้างสรรค์ศิลปะของตนเอง ตลอดจนนําความรู้ที่ได้ถ่ายทอดให้ความรู้แก่นักศึกษาและผู้สนใจ

 

 

            ๑.๒ ประเภทประยุกต์ศิลป์ ได้แก่

 

            นางคำปุน ศรีใส (ประณีตศิลป์ - ทอผ้า)

            ปัจจุบันอายุ ๘๖ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๔๗๖ ที่ อ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี นางคําปุนได้รับการสืบทอดศิลปะการทอผ้าไหมจากบรรพบุรุษตั้งแต่วัยเด็ก มีการพัฒนาการทอผ้าให้มีลวดลายวิจิตรพิสดาร โดยยึดรากฐานการทอผ้าอีสาน มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนปรัชญาและความสามารถในการสร้างสรรค์งานศิลปะจากการทอ   ซึ่งได้รับความสนใจจากบุคคลผู้มีชื่อเสียงของประเทศ นําไปใช้ในพิธีการต่าง ๆ ใช้เป็นเครื่องแต่งกายของตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง "ตํานานสมเด็จพระนเรศวร" และได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย

 

 

            นายคงศักดิ์ ยุกตะเสวี (สถาปัตยกรรมภายใน)

            ปัจจุบันอายุ ๗๖ ปี เกิดเมื่อ ๑๕ มีนาคม ๒๔๘๖ ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เคยได้รับรางวัลอาคารที่ดีที่สุดจากการร่วมประกวดออกแบบอาคารกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างความภาคภูมิใจให้กับสถานบัน จนได้รับรางวัลชื่นชมหลายรางวัล ซึ่งนายคงศักดิ์ยังคงทำงานด้านสถาปัตยกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการออกแบบโรงแรมเป็นหลัก อีกทั้งยังทุ่มเทเวลาให้กับการออกแบบโรงพยาบาล เพราะต้องการยกระดับโรงพยาบาลในไทย รวมถึงเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษาจำนวนมาก

 

            ๒. สาขาวรรณศิลป์ จำนวน ๒ คน

 

 

            นายจำลอง ฝั่งชลจิตร

            ปัจจุบันอายุ ๖๖ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๙๖ ที่ จ.นครศรีธรรมราช อยู่บนเส้นทางนักเขียนมากว่า ๔๐ ปี มีผลงานการเขียนหลากหลายที่สร้างชื่อเสียง โดยเฉพาะเรื่องสั้น จนได้รับฉายาในวงการวรรณกรรมว่า "ลอง เรื่องสั้น" ได้รับรางวัลระดับประเทศหลายรายการ เป็นนักสังเกตการณ์ชีวิตและสังคม ถ่ายทอดเรื่องราวของมนุษย์ ความเปลี่ยนแปลงของสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรม และการเมืองอย่างตรงไปตรงมา มีกลวิธีนําเสนอที่แฝงความหมายระหว่างบรรทัด ลุ่มลึกด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ พัฒนารูปแบบใหม่ ๆ อยู่ตลอด รวมถึงเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านวรรณศิลป์ สู่เยาวชนและนักเขียนรุ่นหลังอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

 

 

            นายเสน่ห์ สังข์สุข

            ปัจจุบันอายุ ๖๒ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๐๐ ที่ จ.เพชรบุรี เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานการเขียนและงานแปลมาตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี มีงานเขียนนวนิยาย เรื่องสั้น และงานแปลที่โดดเด่นหลายเรื่อง เคยได้รับรางวัลมากมาย อาทิ ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ในลําดับชั้นเชอวาลิเยร์ ด้านศิลปะและอักษรศาสตร์ จากกระทรวงวัฒนธรรมและการสื่อสาร ประเทศฝรั่งเศส รางวัลศิลปาธร จากกระทรวงวัฒนธรรม รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) มีการพัฒนาลีลาการเขียนอย่างต่อเนื่อง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าติดตาม ผลงานจึงได้รับการยกย่องในแวดวงทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมีการแปลผลงานไปในหลายภาษาต่างประเทศ

 


            ๓. สาขาศิลปะการแสดง จำนวน ๖ คน
            ๓.๑ ประเภทดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย และศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ได้แก่

 

 

นายวิโรจน์ วีระวัฒนานนท์ (ลิเก)

           ปัจจุบันอายุ ๗๔ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๘๘ ที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ฝึกหัดลิเกตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี โดยมีคุณตาคุณยายเจ้าของคณะลิเก คณะหอมหวล รุ่นพิเศษ เป็นผู้ฝึกสอนให้ ออกแสดงตามเมืองต่าง ๆ จนมีชื่อเสียงและประสบการณ์ กระทั่งตั้งคณะลิเกของตัวเองชื่อคณะ "วิโรจน์หลานหอมหวล" มีผลงานเป็นพระเอกลิเก ผู้กํากับการแสดงลิเก ผู้ประพันธ์บทลิเก ผู้ประกอบพิธีไหว้ครูลิเก เคยออกอากาศทางโทรทัศน์จนเป็นที่รู้จักไปทั่ว โดยนายวิโรจน์ก็ยังศึกษาและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง มีผลงานที่ได้รับความนิยมจำนวนมาก รวมถึงเคยแสดงลิเกหน้าพระที่นั่งถวายในหลวง รัชกาลที่ ๙ และเชื้อพระวงศ์หลายครั้ง นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดเทคนิคการร้องรำลิเกให้แก่สถาบันการศึกษามาอย่างยาวนาน มีลูกศิษย์ในวงการลิเกไทยจำนวนมาก

 

 

            นางกั้น เชาวพ้อง (โนรา) หรือ โนรากั้น บันเทิงศิลป์

            ปัจจุบันอายุ ๘๖ ปี เกิดวันอาทิตย์ เมษายน ๒๔๗๖ ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โนรากั้นแสดงโนรามาเป็นเวลานานกว่า ๖๘ ปี ไม่เคยทอดทิ้งเอกลักษณ์การเป็นโนราแบบโบราณ ยังคงรักษาศิลปะการแสดงโนราที่ถูกต้อง ทั้งการร้อง การรําแทงเข้ การรําคล้องหงส์ ตลอดจนเครื่องดนตรีอุปกรณ์การแต่งกายที่ยังคงเป็นโนราโบราณขนานแท้ อีกทั้งยังถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ผู้อื่นอยู่ตลอด แม้ปัจจุบันวัย ๘๖ ปีแล้ว แต่ก็ไม่ทำให้โนรากั้นหยุดรำโนราได้ เพราะจิตและวิญญาณคือศิลปินโดยแท้ จึงเป็นปูชนียบุคคลที่สําคัญที่ยังคงสืบสานเอกลักษณ์ศิลปะการแสดง อันเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของภาคใต้ไว้ได้อย่างดียิ่ง

 


            ๓.๒ ประเภทดนตรีสากล และนาฏศิลป์สากล ได้แก่

 

 

            นางสุคนธ์ พรพิรุณ หรือ พรพิรุณ (ผู้ประพันธ์เพลงไทยสากล)

            ปัจจุบันอายุ ๘๔ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๗๘ ที่ จ.ราชบุรี มีความสามารถแต่งเพลงตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี เขียนเพลงให้กับคณะละครวิทยุ และเป็นนักแต่งเพลงในวงสุนทราภรณ์ มีพรสวรรค์สําคัญที่ครูเพลงทั้งหลายในยุคนั้นรู้กันดีคือ สามารถอ่านโน้ตปากเปล่าได้ทุกบันไดเสียง โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องดนตรีใด ๆ ถือเป็นปรมาจารย์ทางดนตรีสากล ทั้งด้านนักประพันธ์เพลง คําร้องและทํานอง มีผลงานมากกว่า ๓,๐๐๐ เพลง พรพิรุณสามารถร้องเพลงได้หลายภาษาอักขระชัดเจนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง เคยได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าวงดนตรีของนักเรียนพยาบาล ซึ่งถือเป็นหัวหน้าหญิงคนแรก และคนเดียวของเมืองไทยในสมัยนั้น เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับครูดนตรี นักเรียน นักศึกษา และปัจจุบันได้อุทิศบ้านพักตั้งเป็นสํานักงานเพื่อก่อตั้งสหกรณ์เพลงแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสืบค้นต่อไป

 

 

            นายประภาส ชลศรานนท์ (ผู้สร้างสรรค์งานบันเทิงและดนตรีไทยสากล)

            ปัจจุบันอายุ ๕๙ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๓ ที่ จ.ชลบุรี นายประภาสเป็นเบื้องหลังของรายการโทรทัศน์ดัง ๆ หลายรายการ ทำหน้าที่อำนวยการผลิต แต่งเพลงนำรายการ เพลงประกอบละคร ประกอบโฆษณา ริเริ่มทำรายการคุณพระช่วย มุ่งมั่นนําดนตรีไทยมาประยุกต์ร่วมกับดนตรีสากล ด้วยการก่อตั้งวงดนตรีคุณพระช่วยออร์เคสตราขึ้นมา เพื่อบรรเลงเพลงไทยแบบร่วมสมัย สร้างสรรค์เพลงเทิดพระเกียรติและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติไว้มากมาย แต่งเพลงมากกว่า ๒๐๐ เพลง แต่ละเพลงล้วนได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสะท้อนถึงมุมมอง ปรัชญาการใช้ชีวิต ความคิด และความเชื่อได้อย่างประทับใจผู้ฟัง
 


            ๓.๓ ประเภทภาพยนตร์และละคร ได้แก่

 

 

            นางสมสุข กัลย์จาฤก (ละครวิทยุ - ละครโทรทัศน์)

            ปัจจุบันอายุ ๙๒ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๐ ที่กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ร่วมบุกเบิกและพัฒนาละครวิทยุของไทยมาอย่างยาวนาน เป็นผู้ก่อตั้งคณะละครวิทยุ กันตนา ซึ่งเป็นหนึ่งในละครวิทยุคณะแรก ๆ ของประเทศไทย เป็นผู้เขียนบทละครวิทยุ แสดงละครวิทยุ ประพันธ์เรื่องและเขียนบทโทรทัศน์ออกอากาศทั้งสถานีโทรทัศน์ช่อง ๕ และช่อง ๓ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ได้เป็นบรรณาธิการบทละครโทรทัศน์และร่วมสร้างสรรค์ละครในนามคณะส่งเสริมศิลปิน มีผลงานด้านบทละครหลากหลายแนว แต่ละเรื่องโด่งดังและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ผลงานจำนวนมากของนางสมสุข นับเป็นขุมทรัพย์แห่งจินตนาการไม่รู้จบ เป็นตัวอย่างของการสร้างสรรค์งานศิลปะการประพันธ์ชั้นครู และเป็นบุคคลสําคัญที่อยู่เบื้องหลังทุกรางวัลในฐานะบรรณาธิการบทละคร ระยะเวลากว่า ๖๐ ปี

 

 

            นางเอก ชาวราษฎร์ หรือ เพชรา เชาวราษฎร์ (ภาพยนตร์)

            ปัจจุบัน อายุ ๗๕ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๔๘๕ ที่ จ.ระยอง เริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกตั้งแต่อายุ ๑๙ ปี จากการชักชวนจากศิริ ศิริจินดา และดอกดิน กัญญามาลย์ แจ้งเกิดและเป็นคู่ขวัญกับพระเอก มิตร ชัยบัญชา แต่ละเดือนมีคิวถ่ายประมาณ ๑๒-๑๘ เรื่อง ในแต่ละวันต้องถ่ายทําวันละ ๓-๔ เรื่อง มีผลงานกว่า ๓๐๐ เรื่อง เพชราตีบทแตกได้ทุกบทบาท โด่งดังและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมทั่วประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่ง พ.ศ. ๒๕๑๕ เพชราเริ่มมีปัญหาเรื่องสายตา เนื่องจากแสงไฟที่สว่างมากในการถ่ายภาพยนตร์ จนตาบอดสนิททั้ง ๒ ข้าง หลังจากนั้นก็หยุดงานแสดงเพื่อรักษาสุขภาพ แต่ด้วยคุณค่าจากผลงานการแสดงภาพยนตร์ทุกเรื่องของเพชรา ที่สะท้อนถึงความสามารถอันโดดเด่น จึงได้รับยกย่องเป็นนางเอกอมตะตลอดกาล รวมถึงได้รับเกียรติจากพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ ปั้นหุ่นขี้ผึ้งแสดงร่วมกับผู้มีชื่อเสียงระดับโลกอีกด้วย

 


            สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติทั้ง ๑๒ คนนี้ และในทุกปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย ๓ หลักเกณฑ์ใหญ่ ดังต่อไปนี้...

 

            เกณฑ์ที่ ๑ คุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ มี ๖ ประการ ได้แก่

            - เป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันประกาศยกย่อง
            - เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะในสาขานั้น
            - เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง
            - เป็นผู้ผดุง ถ่ายทอด เผยแพร่ หรือเป็นต้นแบบศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง
            - เป็นผู้มีคุณธรรม ทุ่มเท และเสียสละเพื่องานศิลปะ
            - เป็นผู้มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ


 
            เกณฑ์ที่ ๒ คุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ

            ผลงานต้องสื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี ความจริง ความงาม อารมณ์ และคุณค่าทางจิตวิญญาณ แสดงออกถึงแนวคิด สร้างพลังความรู้และพัฒนาสติปัญญาแก่มนุษยชาติ ก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ ส่งเสริมจินตนาการ และเป็นผลงานสร้างสรรค์มีเอกลักษณ์ มีทักษะสูงส่ง มีกลวิธีเชิงสร้างสรรค์ ไม่แสดงเจตนา หรือจงใจคัดลอกเลียนแบบผลงานของผู้อื่น ทั้งเปิดเผยและแอบแฝง


 
            เกณฑ์ที่ ๓ การเผยแพร่และการยอมรับคุณค่าในผลงานของศิลปินแห่งชาติ

            ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นศิลปินแห่งชาติ จะต้องมีการเผยแพร่ผลงานและได้รับการยอมรับด้านคุณค่าในผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับการจัดแสดง ถ่ายทอดหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐานอ้างอิง อีกทั้งต้องเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด พัฒนาการทางงานศิลปะอย่างเด่นชัด เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล หรือเกียรติคุณระดับภูมิภาค ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ

            เรียกได้ว่าหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกบุคคลเข้มข้นมากจริง ๆ สมกับตำแหน่งศิลปินแห่งชาติของทั้ง ๑๒ คน ซึ่งเป็นเกียรติและทรงคุณค่าต่อศิลปวัฒนธรรมแต่ละสาขา ที่ต้องมีคุณสมบัติรอบด้าน เป็นที่ยอมรับ รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ

 

            โดยผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับสิทธิประโยชน์ และตอบแทนจากทางราชการ ดังต่อไปนี้...

            - ค่าตอบแทน เดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่ได้ตำแหน่งไปจนตลอดชีพ
            
            - สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล เว้นแต่มีสิทธิ์เบิกจากหน่วยงานอื่นอยู่แล้ว ให้เบิกจากหน่วยงานนั้นก่อน แต่หากเบิกได้ต่ำกว่าสิทธิ์ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้มีสิทธิ์เบิกในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้อีก ภายในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปีงบประมาณ

 

            - ค่าช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย ตามความเสียหายจริง ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง

            - ค่าของเยี่ยมในยามเจ็บป่วยหรือในโอกาสสำคัญ เท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อครั้ง

            - ในกรณีเสียชีวิต ได้รับเงินช่วยเหลือบำเพ็ญกุศลศพ รายละ ๒๐,๐๐๐ บาท

            - ได้รับเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิต เท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท

 

            หากนับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติ มีศิลปินที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๖๑ รวมทั้งสิ้น ๓๐๗ คน เสียชีวิตไปแล้ว ๑๔๐ คน รวมยังมีชีวิตอยู่ ๑๕๕ คน

 

            อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวคำปราศรัย เนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ ระบุว่า ในนามของรัฐบาล ตนขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังคนที่เป็นศิลปินแห่งชาติทุกคน ตลอดจนศิลปินทั้งหลาย และผู้ที่มีส่วนเอื้อเฟื้อเกื้อกูล อุปการะศิลปวัฒนธรรมของชาติตลอดมา

 

 

            การที่รัฐบาลที่ถือเอาวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันศิลปินแห่งชาติ เนื่องด้วยเป็นวันพระบรมราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๒ ทรงมีพระราชอุปการกุลอย่างยิ่งใหญ่ต่องานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ และศิลปะการแสดง ตลอดจนงานช่างและงานฝีมือ

 

            รวมถึงทรงอุปการะบรรดาศิลปินประเภทต่าง ๆ ในรัชสมัยของพระองค์ท่านตลอดมา ดังนั้น เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ท่าน ทางคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ เป็นวันศิลปินแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๒๘ และนับตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ก็ได้มีการจัดมอบรางวัลยกย่อง และประกาศสดุดีเกียรติคุณของศิลปิน ให้เป็นศิลปินแห่งชาติสืบเนื่องต่อกันมา

 

            ในนามของรัฐบาล ตนขอแสดงความชื่นชมยินดีกับศิลปินแห่งชาติประจำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ทั้ง ๑๒ คน อีกทั้งต้องขอขอบพระคุณศิลปินแห่งชาติทุกคน ที่ช่วยกันอุทิศตนและสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อจารึกไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมของชาติสืบมา และมีส่วนสำคัญที่จะสานต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ให้ดำรงคงอยู่เป็นสมบัติอันล้ำค่าสืบไป

 

 

            สำหรับเยาวชนและประชาชนผู้สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (www.culture.go.th) หรือทางเฟซบุ๊ก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (www.facebook.com/DCP.culture)

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ร่วมเชิดชูเกียรติ ๑๒ ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ปราชญ์ผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน โพสต์เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 17:49:54 6,191 อ่าน
TOP