นักบินชาวอเมริกัน วัย 51 ปี อดีตทหารยศพันตรี หนีคดีฆ่า 3 ศพ มาหลายปี สุดท้ายถูกตำรวจจับคาสนามบิน ก่อนขึ้นเครื่อง โดนหิ้วทั้งชุดนักบิน
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า คริสเตียน ริชาร์ด มาร์ติน ชายอเมริกัน วัย 51 ปี อดีตทหารยศพันตรีและนักบินพาณิชย์
ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมเพื่อนบ้าน 3 ศพ และเผาทำลายศพ
หลังจากหลบหนีลอยนวลมา 4 ปี โดยเขาถูกจับกุมที่สนามบินนานาชาติหลุยส์วิลล์
ในรัฐเคนทักกี เพียงไม่กี่นาทีก่อนจะออกไปขึ้นบินตามปกติ
ซึ่งนอกจากข้อหาฆาตกรรมแล้ว เขายังมีประวัติก่อคดีอื่นอีกด้วย
![]()
ภาพจาก Christian County Detention Center
ในปี 2558 คริสเตียนถูกกล่าวหาในคดีจัดการข้อมูลราชการอย่างผิดพลาด
รวมทั้งคดีข่มขืนเด็กและทำร้ายเด็ก ซึ่งเหยื่อคือลูกเลี้ยงของเขา ต่อมา
คาลวิน ฟิลลิปส์ วัย 59 ปี เพื่อนบ้านของคริสเตียน พบหลักฐานการกระทำผิดดังกล่าวในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและซีดีของคริสเตียน
คาลวินจึงกลายเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้
แต่เขาเสียชีวิตก่อนขึ้นให้การในคดี คริสเตียนรอดพ้นจากข้อหาข่มขืนเด็ก
และได้รับโทษสถานเบาในคดีจัดการข้อมูลราชการผิดพลาด
เขาถูกให้ออกจากราชการทหาร และรับโทษจำคุก 3 เดือน
สำหรับการเสียชีวิตของคาลวินนั้น รายงานระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2558 คริสเตียนได้บุกเข้าไปในบ้านของคาลวิน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเพมโบรก รัฐเคนทักกี เขาใช้อาวุธปืนยิงคาลวินเสียชีวิตภายในห้องใต้ดิน ก่อนจะไปสังหาร พาเมล ภรรยาของคาลวิน และเอ็ดเวิร์ด เพื่อนบ้านอีกคนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง หลังจากนั้น คริสเตียนได้นำศพพาเมลากับเอ็ดเวิร์ดยัดใส่รถยนต์ เขาขับรถดังกล่าวไปจอดในไร่ข้าวโพดใกล้เคียง และได้ราดน้ำมันจุดไฟเผารถ ซึ่งศพ 2 ศพด้านใน ถูกไฟไหม้เกรียมจนไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร
หลังก่อเหตุ คริสเตียนหลบหนีลอยนวลมาได้
เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ก็รอดตัวไปได้
ซึ่งในตอนนั้น ทนายของเขาชี้แจงว่าการที่เขาถูกกล่าวหา
เป็นเพราะปัญหาขัดแย้งในครอบครัวเหยื่อที่โยงมั่วมาถึง
คริสเตียนไม่ถูกตั้งข้อหาใด ๆ และได้ย้ายหนีไปอยู่ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา ก่อนไปสมัครงานเป็นนักบินของสายการบินพีเอสเอแอร์ไลน์ส (PSA Airlines) สายการบินลูกของอเมริกันแอร์ไลน์ส (American Airlines) สำหรับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าเหยื่อถูกใครสังหาร และถูกสังหารเพราะอะไร คดีนี้เกือบจะเงียบไปโดยที่ไม่มีใครสนใจ
จนกระทั่งในปี 2560 ลูกชายของคาลวินกับพาเมลา ได้เรียกร้องให้มีการรื้อคดีขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ต่อมา เรื่องราวของคดีนี้ไปถึงหูของ แอนดี้ เบเชียร์ นักกฎหมายชื่อดัง เขาจึงได้ลุยขุดคุ้ยคดีนี้ กระทั่งพบหลักฐานที่เพียงพอต่อการเอาผิดคริสเตียน จนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด
ตอนนั้นคริสเตียนกำลังอยู่ที่สนามบิน เขาสวมเครื่องแบบนักบินและกำลังจะออกไปขึ้นเครื่อง แล้วก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว สร้างความแตกตื่นตกใจแก่ผู้คนที่พบเห็นเหตุการณ์ไม่น้อย โดยคริสเตียนถูกแจ้งหลายข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน 3 กระทง, ทำลายหลักฐาน 3 กระทง รวมทั้งข้อหาวางเพลิง พยายามวางเพลิง และลักทรัพย์ อย่างละ 1 กระทง ขณะนี้เขากำลังถูกควบคุมตัว โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว
ทางด้าน อเมริกันแอร์ไลน์ส นายจ้างของคริสเตียน ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงกรณีที่คริสเตียนถูกจับกุมว่า ก่อนที่จะรับเขาเข้าทำงาน ได้มีการตรวจสอบประวัติก่ออาชญากรรมของเขาแล้ว ซึ่งพบว่าไม่มีประวัติก่อคดีใด ๆ ที่อยู่ในคุณสมบัติต้องห้ามเป็นนักบิน ขณะนี้ทางสายการบินได้สั่งพักงานคริสเตียนอย่างไม่มีกำหนด และจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตลอดกระบวนการสืบสวน

ภาพจาก Christian County Detention Center
สำหรับการเสียชีวิตของคาลวินนั้น รายงานระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2558 คริสเตียนได้บุกเข้าไปในบ้านของคาลวิน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเพมโบรก รัฐเคนทักกี เขาใช้อาวุธปืนยิงคาลวินเสียชีวิตภายในห้องใต้ดิน ก่อนจะไปสังหาร พาเมล ภรรยาของคาลวิน และเอ็ดเวิร์ด เพื่อนบ้านอีกคนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง หลังจากนั้น คริสเตียนได้นำศพพาเมลากับเอ็ดเวิร์ดยัดใส่รถยนต์ เขาขับรถดังกล่าวไปจอดในไร่ข้าวโพดใกล้เคียง และได้ราดน้ำมันจุดไฟเผารถ ซึ่งศพ 2 ศพด้านใน ถูกไฟไหม้เกรียมจนไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร
คริสเตียนไม่ถูกตั้งข้อหาใด ๆ และได้ย้ายหนีไปอยู่ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา ก่อนไปสมัครงานเป็นนักบินของสายการบินพีเอสเอแอร์ไลน์ส (PSA Airlines) สายการบินลูกของอเมริกันแอร์ไลน์ส (American Airlines) สำหรับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าเหยื่อถูกใครสังหาร และถูกสังหารเพราะอะไร คดีนี้เกือบจะเงียบไปโดยที่ไม่มีใครสนใจ
จนกระทั่งในปี 2560 ลูกชายของคาลวินกับพาเมลา ได้เรียกร้องให้มีการรื้อคดีขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ต่อมา เรื่องราวของคดีนี้ไปถึงหูของ แอนดี้ เบเชียร์ นักกฎหมายชื่อดัง เขาจึงได้ลุยขุดคุ้ยคดีนี้ กระทั่งพบหลักฐานที่เพียงพอต่อการเอาผิดคริสเตียน จนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด
ตอนนั้นคริสเตียนกำลังอยู่ที่สนามบิน เขาสวมเครื่องแบบนักบินและกำลังจะออกไปขึ้นเครื่อง แล้วก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว สร้างความแตกตื่นตกใจแก่ผู้คนที่พบเห็นเหตุการณ์ไม่น้อย โดยคริสเตียนถูกแจ้งหลายข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน 3 กระทง, ทำลายหลักฐาน 3 กระทง รวมทั้งข้อหาวางเพลิง พยายามวางเพลิง และลักทรัพย์ อย่างละ 1 กระทง ขณะนี้เขากำลังถูกควบคุมตัว โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว
ทางด้าน อเมริกันแอร์ไลน์ส นายจ้างของคริสเตียน ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงกรณีที่คริสเตียนถูกจับกุมว่า ก่อนที่จะรับเขาเข้าทำงาน ได้มีการตรวจสอบประวัติก่ออาชญากรรมของเขาแล้ว ซึ่งพบว่าไม่มีประวัติก่อคดีใด ๆ ที่อยู่ในคุณสมบัติต้องห้ามเป็นนักบิน ขณะนี้ทางสายการบินได้สั่งพักงานคริสเตียนอย่างไม่มีกำหนด และจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตลอดกระบวนการสืบสวน





