หนุ่มบิ๊กไบค์โต้แหกด่าน เผยนาทีตำรวจโดดสกัดหน้ารถ ทำมือซ้ายหลุดคลัตช์ มือขวาไปโดนคันเร่งจนรถพุ่ง งงตึ้บโดนขู่แจ้งข้อหาพยายามฆ่า สุดท้ายปรับ 500 บาท ด้านตำรวจแจงขู่แจ้งพยายามฆ่าเพื่อให้กลัว ไม่กล้าหนีเท่านั้น
ด้านคนขี่บิ๊กไบค์
ก็พยายามบอกให้ตำรวจใจเย็น ๆ
ชี้แจงว่าไม่ได้คิดหนีเพราะชะลอรถตั้งแต่ลงสะพานแล้ว
ส่วนที่รถเบิ้ลไปข้างหน้า คงเพราะมีใครกำคลัตช์รถของตน หรืออาจเอามือมาโดน
ซึ่งภายหลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ด้วยแคปชั่น "อืม พยายามฆ่าสินะ
ตำรวจเกินไปหรือเปล่า"
มีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นหลายแง่มุมว่าสรุปเรื่องนี้ใครผิดกันแน่
ล่าสุด (23 กรกฎาคม 2562) รายการทุบโต๊ะข่าว สัมภาษณ์ นายไตรภพ ขอนขาว หรือ เบิร์ด อายุ 25 ปี ผู้โพสต์คลิป เล่าว่าเหตุเกิดวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลา 22.30 น. ตนขี่รถลงสะพานเห็นไฟส่องเป็นระยะ คิดว่าก่อสร้างถนน จึงขี่ชะลอ ยืนยันว่าไม่มีไฟหรือป้ายหยุดตรวจเหมือนด่านทั่วไป แต่มีคนสวมเสื้อสะท้อนแสง ก็เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำถนน เมื่อขี่ไปใกล้ ๆ จึงเห็นเป็นตำรวจ ตนจึงชะลอรถเบี่ยงซ้ายเพื่อเข้าจอด แต่รถยังจอดไม่สนิท มีเจ้าหน้าที่เข้ามาขวางหลายคนทั้งซ้าย-ขวา พยายามเข้ามาโดนมือซ้าย ทำให้มือตนหลุดไปโดนคันเร่ง รถจึงกระตุกไปข้างหน้า ก่อนเสียหลักล้มลง
โดยตนยืนยันว่า ตนไม่มีเจตนาหลบหนีหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่ด้วยอาการตกใจ ทำให้ภาพออกมาแบบนั้น ซึ่งได้พยายามอธิบายตำรวจแล้ว แต่วินาทีนั้นไม่มีใครรับฟัง ตำรวจพาตนและรถไปที่ สน.พระโขนง แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการดัดแปลงสภาพรถ ปกปิดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ แต่ไม่มีเรื่องพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือพยายามฆ่า โดยระบุเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท จากนั้นตนได้คุยกับร้อยเวรเจ้าของคดีและนำภาพกล้องให้ดู ตำรวจเปลี่ยนท่าทีและพูดว่า "ทำไมปรับเยอะจัง" จากนั้นข้อหาที่ตั้งมาทั้งหมด จึงถูกปรับแค่ข้อหาปกปิดแผ่นป้ายทะเบียนเท่านั้น จำนวน 500 บาท ส่วนความเสียหายของรถ ตนต้องจ่ายเงินซ่อมเอง








