ส่งศพ 13 นักศึกษาฝึกงาน เทคนิคศรีสะเกษ ถึงบ้านเกิด ญาติเศร้า..เตือนหลานให้รีบกลับแต่ไม่เชื่อ ตำรวจจ่อตรวจแอลกอฮอล์คนขับ - แพทย์เผย แรงเหวี่ยงรถเหมือนตกตึก 19 ชั้น
จากอุบัติเหตุสยอง รถกระบะกลุ่มนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เกิดพลิกคว่ำบริเวณถนนกิ่งแก้ว ปากทางเข้าซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ม.12 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ขณะกลับจากไปดูวงดนตรีหมอลำ หลังเลี้ยงฉลองฝึกงานวันสุดท้าย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย นั้น
อ่านข่าว : เปิดคลิปสุดท้าย นศ.เทคนิคศรีสะเกษ ฉลองก่อนตายเทกระจาด พูดดังลั่น เมาแล้ว
ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 30 กันยายน 2562 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 00.30 น. ขบวนรถตู้ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่บรรทุกหีบศพของนักศึกษาทั้ง 13 ราย กลับถึงบ้านเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ แล้ว โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
ผู้จัดการอู่ให้ข้อมูลว่า นักศึกษามาฝึกงานเป็นเวลา 1 ปี ได้เริ่มฝึกตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ก่อนเกิดเหตุทางอู่ได้จัดงานเลี้ยงส่ง จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. กลุ่มนักศึกษาฝึกงานและคนงานของอู่ ได้พากันไปดูหมอลำซิ่ง หลังทราบเรื่องทุกคนช็อกมาก เพราะเพิ่งสนุกสนานด้วยกัน ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงกลับกลายเป็นเรื่องเศร้า ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง
นายนารากร สารสิน ญาติของนายโกวิทย์ สิมลี อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุตนก็ไปดูหมอลำซิ่งเหมือนกัน ไปเจอหลานชายกับกลุ่มเพื่อน ๆ พากันดื่มเหล้าดื่มเบียร์เมามาย และเต้นกันอยู่หลังรถกระบะ หลังจบคอนเสิร์ตตนบอกให้หลานกลับบ้านแต่หลานไม่ยอมกลับ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวบริเวณหน้าร้านที่ตนทำงานอยู่ หากหลานชายยอมกลับตั้งแต่แรกคงไม่เกิดเหตุแบบนี้
ส่วนเรื่องคดีนั้น พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกโชเฟอร์แท็กซี่มาสอบสวน หลังให้ข้อมูลว่าเห็นรถกระบะคันเกิดเหตุขับด้วยความเร็วออกมาจากซอยกิ่งแก้ว 2 แล้วได้ขับแข่งกับรถกระบะแต่งซิ่งอีกคันมาด้วยความเร็ว ก่อนประสบเหตุ นอกจากนี้ยังเตรียมตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดของคนขับรถกระบะ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สรุปสาเหตุ
ด้าน วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ทำประกันอุบัติเหตุให้นักศึกษาทั้งหมดไว้ก่อนที่จะเดินทางไปฝึกงาน โดยมีทุนประกันรายละ 1 แสนบาท ในส่วนของการประกันภัยภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินสินไหมทดแทนรายละ 3 แสนบาท และวิทยาลัยจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการเยียวยา ส่วนวิทยาลัยมีเงินช่วยเหลือการจัดการงานศพรายละ 1 หมื่นบาท
ขณะที่ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน วิเคราะห์อุบัติเหตุครั้งนี้ว่า จากกล้องวงจรปิดพบว่า รถกระบะขับมาด้วยความเร็วสูงน่าจะเกือบ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมยังแซงในระยะกระชั้นชิด ทำให้แรงเหวี่ยงคนที่อยู่ท้ายกระบะ มีความแรงเท่ากับตกตึก 19 ชั้น จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจำนวนมาก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

จากอุบัติเหตุสยอง รถกระบะกลุ่มนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เกิดพลิกคว่ำบริเวณถนนกิ่งแก้ว ปากทางเข้าซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ม.12 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ขณะกลับจากไปดูวงดนตรีหมอลำ หลังเลี้ยงฉลองฝึกงานวันสุดท้าย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย นั้น
อ่านข่าว : เปิดคลิปสุดท้าย นศ.เทคนิคศรีสะเกษ ฉลองก่อนตายเทกระจาด พูดดังลั่น เมาแล้ว
ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 30 กันยายน 2562 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 00.30 น. ขบวนรถตู้ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่บรรทุกหีบศพของนักศึกษาทั้ง 13 ราย กลับถึงบ้านเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ แล้ว โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
ผู้จัดการอู่ให้ข้อมูลว่า นักศึกษามาฝึกงานเป็นเวลา 1 ปี ได้เริ่มฝึกตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ก่อนเกิดเหตุทางอู่ได้จัดงานเลี้ยงส่ง จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. กลุ่มนักศึกษาฝึกงานและคนงานของอู่ ได้พากันไปดูหมอลำซิ่ง หลังทราบเรื่องทุกคนช็อกมาก เพราะเพิ่งสนุกสนานด้วยกัน ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงกลับกลายเป็นเรื่องเศร้า ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง
นายนารากร สารสิน ญาติของนายโกวิทย์ สิมลี อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุตนก็ไปดูหมอลำซิ่งเหมือนกัน ไปเจอหลานชายกับกลุ่มเพื่อน ๆ พากันดื่มเหล้าดื่มเบียร์เมามาย และเต้นกันอยู่หลังรถกระบะ หลังจบคอนเสิร์ตตนบอกให้หลานกลับบ้านแต่หลานไม่ยอมกลับ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวบริเวณหน้าร้านที่ตนทำงานอยู่ หากหลานชายยอมกลับตั้งแต่แรกคงไม่เกิดเหตุแบบนี้
ส่วนเรื่องคดีนั้น พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกโชเฟอร์แท็กซี่มาสอบสวน หลังให้ข้อมูลว่าเห็นรถกระบะคันเกิดเหตุขับด้วยความเร็วออกมาจากซอยกิ่งแก้ว 2 แล้วได้ขับแข่งกับรถกระบะแต่งซิ่งอีกคันมาด้วยความเร็ว ก่อนประสบเหตุ นอกจากนี้ยังเตรียมตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดของคนขับรถกระบะ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สรุปสาเหตุ
ด้าน วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ทำประกันอุบัติเหตุให้นักศึกษาทั้งหมดไว้ก่อนที่จะเดินทางไปฝึกงาน โดยมีทุนประกันรายละ 1 แสนบาท ในส่วนของการประกันภัยภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินสินไหมทดแทนรายละ 3 แสนบาท และวิทยาลัยจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการเยียวยา ส่วนวิทยาลัยมีเงินช่วยเหลือการจัดการงานศพรายละ 1 หมื่นบาท
ขณะที่ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน วิเคราะห์อุบัติเหตุครั้งนี้ว่า จากกล้องวงจรปิดพบว่า รถกระบะขับมาด้วยความเร็วสูงน่าจะเกือบ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมยังแซงในระยะกระชั้นชิด ทำให้แรงเหวี่ยงคนที่อยู่ท้ายกระบะ มีความแรงเท่ากับตกตึก 19 ชั้น จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจำนวนมาก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก













