เปิดตัวลูกศิษย์ น้องเดียว นายหนังตะลุงตาบอด ยกเป็นไอดอล บอดอัจฉริยะ พร้อม เผยวิธีฝึกซ้อม แม้จะมองไม่เห็น ก็ประสบความสำเร็จได้
น้องเบล มาเป็นลูกศิษย์น้องเดียวได้ยังไง ?
มาชอบหนังตะลุงได้ยังไง ในเมื่อมองไม่เห็น ?
เบล : ผมฟังจากพี่เดียว แล้วรู้สึกว่ามันไม่เหมือนกับคณะอื่น เราอยากทำได้อย่างเขาบ้าง เรามีเขาเป็นไอดอล
ทำไมเลือกน้องเดียวเป็นครู ?
เบล : ด้วยความที่พี่เดียวอาจมองไม่เห็นเหมือนเรา แล้วก็ชอบแกเป็นการส่วนตัว ก็คิดว่าคนมองไม่เห็น ทำงานอื่นเหมือนคนปกติมันก็ยาก แต่เล่นหนังตะลุงก็ยากกว่าคนอื่นหลายเท่า
ทำไมน้องเดียวเอาเบลมาเป็นลูกศิษย์ ?
เวลาจะรับลูกศิษย์มีมาตรการยังไง ?
เดียว : ให้มีความตั้งใจมาก่อน การแสดงหนังตะลุงต้องละเอียดอ่อน รู้หลายอย่าง เหตุบ้านการเมือง ครอบครัวเกษตร ต้องเป็นได้ทั้งตัวอิจฉา ตลก ฤาษี และต้องพกพาความดี ความซื่อสัตย์มา สืบไปสืบมา เขาพามาฝากตัว ก็จำกันได้ว่าพ่อเขาเคยช่วยผมสมัยยังไม่ดัง จากเด็กที่ไม่เป็นอะไรและไม่รู้จักอะไร เพราะเขาไม่ได้ท่องโลกกว้าง และไม่ได้ลำบากเหมือนผม แต่เราคิดว่าเขาเหมือนเรา ตอนนั้นมีชื่อเสียงแล้ว ก็คิดว่าถ้าได้มีโอกาสช่วยเหลือเขาก็ดี เพราะเมื่อก่อนได้รับโอกาสน้อยมาก
ลูกศิษย์อีกคน น้องนนท์ มาเป็นลูกศิษย์ได้ยังไง ?
ทำไมรับน้องนนท์ ?
เดียว : จริง ๆ เขามีความสามารถมาพอสมควร เพียงแต่เขาอยู่ในเกาะสมุยก็ไม่รู้จักอะไรอีก เพราะอยู่โรงเรียนคริสต์ ไม่รู้จักความเป็นพื้นบ้าน ก็เติมเต็มสิ่งที่เขาขาด แต่เรื่องน้ำเสียงเขามีทุนเดิมอยู่แล้ว
ใครสอนยากกว่ากัน ?
ลงโทษแรงที่สุด ?
เดียว : ผมให้หยุดไปอยู่บ้าน 3-4 เดือน
เบล : ก็รู้สึกลำบากพอสมควร เพราะอยู่กับพี่เดียวจนชิน
นนท์ : ผมไม่เคยโดนทำโทษครับ
มีลูกศิษย์ตาบอดกี่คน ?
เดียว : มีเบล แล้วก็น้องที่รับเอาไว้แต่ยังไม่ได้ฝึก เขาทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็มีแวว มีนักร้องในสังกัดที่มองไม่เห็นอยู่ 3 คน คนมองเห็นก็มีหลายคน
ถึง 10 ไหม ?
มีวิธีแยกยังไง ลูกศิษย์คนไหนต้องสอนยังไง ?
เดียว : คนเราให้ครบทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ นนท์เรื่องเสียง ขับกลอนโอเค แต่เรื่องความจำ เบลจะจำ เบลเขานั่งดูผมเล่น มุกอะไรเขาก็เก็บ ๆ เอาไปเล่นเองได้ นนท์ต้องบอกแล้วเขาจด เป็นสมุด เป็นเรื่องเป็นราว จนเป็นนิยายหนึ่งเรื่อง เอาไปเล่นได้ นนท์เขาร้องกลอนหนังตะลุงได้
การที่มองไม่เห็น ฝึกยังไง ?
เบล : ใช้ความจำว่าตัวนี้เป็นตัวอะไร
เดียว : เขาเป็นคนมีความพิเศษ จำพิเศษ สามารถรู้ได้ เขาก็ซึมซับอยู่กันทุกวัน ถ้าคนจำให้ละเอียดลูกเล่นทั้งสองคนจะแตกต่างกัน
ตอนนี้ปล่อยสองคนนี้รับงานเดี่ยวหรือยัง ?
เดียว : ปล่อยแล้วครับ ตอนนี้เลิกแฟน เบอร์รับงานเปลี่ยนแล้วนะครับ 065-4093-678
ภาพจาก รายการ เรื่องลับมาก (no censor)
รายการ เรื่องลับมาก (no censor) ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.55-14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (31 ธันวาคม 2562) ดร.เสรี วงษ์มณฑา
ล้วงลับ น้องเบล-น้องนนท์ 2 ลูกศิษย์ น้องเดียว นายหนังตะลุงตาบอด
เพราะเหตุใดถึงรับทั้งสองคนเป็นลูกศิษย์ สานต่อวัฒนธรรมภาคใต้
เบล
: แรก ๆ ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนสอนการศึกษาคนตาบอด
แล้วได้มาเจอกับตลกศรีวิชัยโชว์คนหนึ่ง แกก็พาผมไปร้องเพลง
และนั่งฟังพี่เดียวแสดงหนังตะลุง แกก็บอกว่าชอบใช่ไหม เลยมาฝากพี่เดียวให้
ตอนนั้นอายุ 15 ปี ก่อนหน้านั้นก็เล่นดนตรีครับ เล่นคีย์บอร์ด
ภาพจาก รายการ เรื่องลับมาก (no censor)
เบล : ผมฟังจากพี่เดียว แล้วรู้สึกว่ามันไม่เหมือนกับคณะอื่น เราอยากทำได้อย่างเขาบ้าง เรามีเขาเป็นไอดอล
ทำไมเลือกน้องเดียวเป็นครู ?
เบล : ด้วยความที่พี่เดียวอาจมองไม่เห็นเหมือนเรา แล้วก็ชอบแกเป็นการส่วนตัว ก็คิดว่าคนมองไม่เห็น ทำงานอื่นเหมือนคนปกติมันก็ยาก แต่เล่นหนังตะลุงก็ยากกว่าคนอื่นหลายเท่า
ทำไมน้องเดียวเอาเบลมาเป็นลูกศิษย์ ?
เดียว
: เขาไม่ใช่ลูกศิษย์คนแรก แต่ย้อนไปสมัยไม่ดัง พ่อของเบลเป็น อบต.
มีบุญคุณ ตอนนั้นเขาเล็กมาก พ่อเขาสงสารผม เพราะลูกเขาตามองไม่เห็นเหมือนผม
เขาก็มารับผมไปร้องเพลงตามที่ต่าง ๆ งานบวช งานแต่ง แล้วจู่ ๆ
ก็รู้ข่าวว่าพ่อเขาถูกยิงเสียชีวิตเหมือนพ่อผม
ภาพจาก รายการ เรื่องลับมาก (no censor)
เดียว : ให้มีความตั้งใจมาก่อน การแสดงหนังตะลุงต้องละเอียดอ่อน รู้หลายอย่าง เหตุบ้านการเมือง ครอบครัวเกษตร ต้องเป็นได้ทั้งตัวอิจฉา ตลก ฤาษี และต้องพกพาความดี ความซื่อสัตย์มา สืบไปสืบมา เขาพามาฝากตัว ก็จำกันได้ว่าพ่อเขาเคยช่วยผมสมัยยังไม่ดัง จากเด็กที่ไม่เป็นอะไรและไม่รู้จักอะไร เพราะเขาไม่ได้ท่องโลกกว้าง และไม่ได้ลำบากเหมือนผม แต่เราคิดว่าเขาเหมือนเรา ตอนนั้นมีชื่อเสียงแล้ว ก็คิดว่าถ้าได้มีโอกาสช่วยเหลือเขาก็ดี เพราะเมื่อก่อนได้รับโอกาสน้อยมาก
ลูกศิษย์อีกคน น้องนนท์ มาเป็นลูกศิษย์ได้ยังไง ?
นนท์
: ย้อนไปเมื่อตอนผมอายุ 12 ปี ได้ดูหนังตะลุงพี่เดียวหลายตอนเลย
เมื่อก่อนอยู่สมุยจะหาดูอะไรยาก เพราะอยู่ในเกาะ เวลาป้า ๆ น้า ๆ
กลับมาจากต่างจังหวัดก็มาขอเขาดู เห็นการแสดงเขาสุดยอดมาก ไม่เหมือนคนอื่น
เลยมาฝากตัวเป็นศิษย์ ก่อนหน้านั้นก็เล่นหนังตะลุงอยู่
พี่เขาเป็นตัวของตัวเองมาก เป็นคนมีสัจจะ เป็นคนสอนผมได้ถึงหัวใจเลย
สอนความเป็นคน
ภาพจาก รายการ เรื่องลับมาก (no censor)
เดียว : จริง ๆ เขามีความสามารถมาพอสมควร เพียงแต่เขาอยู่ในเกาะสมุยก็ไม่รู้จักอะไรอีก เพราะอยู่โรงเรียนคริสต์ ไม่รู้จักความเป็นพื้นบ้าน ก็เติมเต็มสิ่งที่เขาขาด แต่เรื่องน้ำเสียงเขามีทุนเดิมอยู่แล้ว
ใครสอนยากกว่ากัน ?
เดียว
: คนละแบบ เบลเขาจะจำดี แต่เสียงนนท์เขาได้เปรียบ เบลเสียงคัดจมูก
เหมือนเป็นหวัดอยู่ตลอด ทีนี้การพากย์ตัวหนังจะพากย์ยาก จริง ๆ
มีอีกหลายคนที่ไม่ได้มา เขาให้เกียรติ เกรงใจ เวลาสอนก็โอเคแล้ว
ไม่ต้องลงไม้ลงมืออะไร ใครไม่โอเค ให้โอกาส 3-4 ครั้ง
ลักขโมย ติดยา ก็ให้ออกไปเลย
ภาพจาก รายการ เรื่องลับมาก (no censor)
เดียว : ผมให้หยุดไปอยู่บ้าน 3-4 เดือน
เบล : ก็รู้สึกลำบากพอสมควร เพราะอยู่กับพี่เดียวจนชิน
นนท์ : ผมไม่เคยโดนทำโทษครับ
มีลูกศิษย์ตาบอดกี่คน ?
เดียว : มีเบล แล้วก็น้องที่รับเอาไว้แต่ยังไม่ได้ฝึก เขาทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็มีแวว มีนักร้องในสังกัดที่มองไม่เห็นอยู่ 3 คน คนมองเห็นก็มีหลายคน
ถึง 10 ไหม ?
เดียว : เกินครับ
ภาพจาก รายการ เรื่องลับมาก (no censor)
เดียว : คนเราให้ครบทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ นนท์เรื่องเสียง ขับกลอนโอเค แต่เรื่องความจำ เบลจะจำ เบลเขานั่งดูผมเล่น มุกอะไรเขาก็เก็บ ๆ เอาไปเล่นเองได้ นนท์ต้องบอกแล้วเขาจด เป็นสมุด เป็นเรื่องเป็นราว จนเป็นนิยายหนึ่งเรื่อง เอาไปเล่นได้ นนท์เขาร้องกลอนหนังตะลุงได้
การที่มองไม่เห็น ฝึกยังไง ?
เบล : ใช้ความจำว่าตัวนี้เป็นตัวอะไร
เดียว : เขาเป็นคนมีความพิเศษ จำพิเศษ สามารถรู้ได้ เขาก็ซึมซับอยู่กันทุกวัน ถ้าคนจำให้ละเอียดลูกเล่นทั้งสองคนจะแตกต่างกัน
ตอนนี้ปล่อยสองคนนี้รับงานเดี่ยวหรือยัง ?
เดียว : ปล่อยแล้วครับ ตอนนี้เลิกแฟน เบอร์รับงานเปลี่ยนแล้วนะครับ 065-4093-678





