ล่องคลอง - ชมหิ่งห้อยที่อัมพวา


          หน้าหนาวมาถึงคราใด เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากสัมผัสความหนาว ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าสูงสุดในสยาม อย่างดอยอินทนนท์ หรือภูกระดึงที่หนาวจับใจไม่แพ้กัน แต่หากใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี.. ลองหลีกหนีความคิดเดิมๆ แล้วปล่อยใจให้ไหลไปตามสายน้ำแห่งเมืองแม่กลอง ไปกับการเดินทางของพวกเราสิคะ
 
          เริ่มต้นกันด้วยการแวะสักการะศาลพันท้ายนรสิงห์ ที่ตั้งอยู่บนถนนสายพระราม2-สมุทรสาคร ที่นี่ยังเป็นจุดลงเรือเพื่อชมบรรยากาศคลองโคกขามไปจนถึงปากอ่าวไทย โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ป่าโกงกางขึ้นปกคลุมตลอดริมคลอง ชาวประมงพากันดักปลาและเก็บหอยแมลงภู่กันแต่เช้า นี่หากโชคดี พวกเรายังจะได้เห็นปลาโลมาออกมาว่ายน้ำทักทายอยู่ข้างๆ เรืออีกด้วย โดยเดือนที่มีโอกาสจะได้เห็นปลาโลมา ก็คือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ของทุกปี
 


          ดั้นด้นมาจนเห็นการเก็บหอยแมลงภู่กันแล้ว แวะดอนหอยหลอดสักที่จะเป็นไร ที่นี่มีร้านขายอาหารทะเลทั้งสดและแห้งให้เลือกซื้อ ราคาก็ไม่แพง น่าเสียดายที่ช่วงนี้น้ำทะเลขึ้น ไม่อย่างนั้นเราคงได้ลงเรือไปจับหอยหลอดกัน.. ทิ้งเรื่องหอยๆ ไว้แค่นี้ดีกว่า ปลายทางข้างหน้ารอเราอยู่ที่บ้านพักริมน้ำ บริเวณริมคลองบางแคซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทต่างๆ ในอ.อัมพวา เวลา 17.00 น.พวกเรานัดรวมตัวกันที่ท่าน้ำเพื่อล่องเรือไป ตลาดน้ำอัมพวา(ยามเย็น) อาหารคาว-หวาน มีให้เลือกชิมตลอดทางทั้งร้านค้าบนบกและในเรือ ว่าแล้วก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้ออาหารเตรียมใส่บาตรพรุ่งนี้ด้วย เพลิดเพลินกับบรรยากาศบ้านเรือนริมคลอง และอาหารรสชาติถูกปากกันแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาชื่นชมความงามของนางฟ้ายามราตรีแล้วสินะ ตื่นเต้นจังเลย..


          พวกเรารวมตัวกันที่ท่าเรือหน้าที่ว่าการ อำเภออัมพวา เรือพาล่องไปตามคลองอัมพวา และ คลองผีหลอกเพื่อชมหิ่งห้อย แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ หิ่งห้อยนับหมื่นตัวเกาะอยู่ตามยอดไม้ และกิ่งก้านของต้นลำพู เปล่งแสงระยิบระยับราวกับเป็นการต้อนรับผู้มาเยือน ราตรีนี้ไม่มืดมิดอีกต่อไปแล้ว อำลาหิ่งห้อยด้วยรอยยิ้มและความประทับใจไม่รู้ลืม

           เช้าวันใหม่.. ไม่รีรอที่จะตื่นมาใส่บาตร อากาศเย็นสบาย มีสายหมอกบางๆ ลอยขึ้นมาคลอเคลียเหนือผิวน้ำ ขากลับ..แวะดูการทำเตาตาลกันสักหน่อย บริเวณกิโลเมตรที่ 30-32 บนทางหลวงหมายเลข 325( สมุทรสงคราม-บางแพ ) จะได้พบที่มาและขั้นตอนการทำน้ำตาลมะพร้าว สถานที่อีกแห่งที่ไม่ควรผ่านเลยไป ก็คือตลาดน้ำท่าคา เพียงขับรถเลยแยกเข้า วัดเกาะแก้วไป ก็จะพบทางแยก ขับเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นตลาดน้ำที่ชาวบ้านพายเรือนำพืชผักผลไม้จากสวนมาขายกันอย่างกันเอง และจากเส้นทางสายหลักนี้ หากเราเลี้ยวเข้าไปยังเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก เรายังสามารถแวะเที่ยวได้อีก 4 แห่ง ที่แรกก็คือ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ที่ตั้งอยู่เลยแยกสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ไปเพียง 100 เมตร สองคือวัดบางกุ้ง วัดที่มีต้นโพธิ์ปรกโบสถ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกับค่ายบางกุ้ง ที่ที่สาม อุทยานร.2 ตรง กม.ที่ 36-37 จะพบทางแยกเข้าไป 1 กิโลเมตร และที่สุดท้ายก็คือ วัดอัมพวันเจติยาราม ติดกับอุทยานร.2 พระอุโบสถของวัดมีจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างสวยงาม รวมถึงภาพฝาผนังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จลงฝีพระหัตถ์เป็นปฐมไว้ด้วย

          ก่อนอำลาอัมพวา แวะซื้อของฝากที่ตลาดน้ำอัมพวาอีกครั้ง บ้านไม้ริมตลาดน้ำยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสาย ตลาดน้ำอัมพวายังมีมุมสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไปรษณียบัตรอีกด้วย บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจ และอัธยาศัยของผู้คนที่อัมพวาให้คนที่เรารู้จักได้รับรู้ เชื่อว่า..พวกเขาจะต้องอยากมาบ้างแน่ๆ
 
สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่

อบต.พันท้ายนรสิงห์ โทร.034 478 461
สนง.เทศบาลตำบลอัมพวา โทร.034 751 351 , 034 751 359
อบต.ท่าคา โทร.034 766 208


ข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย : ชมภูนุช สุขเจริญ


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ล่องคลอง - ชมหิ่งห้อยที่อัมพวา โพสต์เมื่อ 26 มกราคม 2551 เวลา 00:00:00 11,160 อ่าน
TOP