อดีตเมียเศรษฐีถูกยัดยา ตอนนี้หมดตัวจากเคยมีเงิน 100 ล้าน ออกมาเปิดใจชัด ยืนยันไม่เคยมีชู้ ฟ้องหย่าเพราะผัวสติฟั่นเฟือน ตบตีลูกเมีย ยันเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะไปกลั่นแกล้งได้อย่างไร
จากกรณีข่าว นายสุวิชชา หนูสิงห์ อายุ 67 ปี อดีตเศรษฐีอำนาจเจริญ
เดินหน้าต่อสู้คดียัดยาเสพเสพติด เป็นเวลาหลายปี โดยตอนนี้สูญเสียเงินไป
100 บาท ต้องยังชีพด้วยเบี้ยคนชรา เชื่อว่าภรรยาเก่าดำเนินการกลั่นแกล้ง
ระหว่างถูกฟ้องหย่า ก่อนเอาทรัพย์สินของตนไปขายจนหมดเกลี้ยง
โดยตอนนี้ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง และเอาผิดกับตำรวจนั้น
อ่านข่าว : เศรษฐีโดนยัดยาบ้า สู้คดี 5 ปี ตอนนี้หมดตัว 100 ล้าน ยังชีพด้วยเบี้ยคนชรา ฟ้องเอาคืน ตร.
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอมรินทร์ ทีวี รายงานว่า นายสุวิชชา กล่าวว่า นางจุลมา อายุ 53 ปี อดีตภรรยา ต้องการฟ้องหย่าตน เพราะได้ไปสนิทสนมกับผู้ชายคนใหม่ และต้องการแบ่งสินสมรส โดยศาลมีเงื่อนไข 3 ประการ คือ ให้แบ่งทรัพย์สินกันคนละครึ่ง หรือ หากแบ่งทรัพย์สินกันไม่ได้ ก็ให้ประมูลระหว่างกัน และ หากยังประมูลระหว่างกันไม่ได้ ก็ให้ทำการขายทอดตลาดหลักทรัพย์ แล้วนำเงินมาแบ่งกัน โดยสมบัติประกอบไปด้วย ซูเปอร์มาเกต 4 สาขา ร้านทอง 2 ร้าน อาคารพาณิชย์ 46 ห้อง
ในระหว่างบังคับดี นายสุวิชชาถูกยัดยาบ้า 82 เม็ด และต้องติดคุก ซึ่งก็ได้พบเจอกับทนายความคนหนึ่งที่ช่วยว่าความให้กับนักโทษรายอื่น จึงได้ขอร้องให้ช่วยเหลือประกันตัวออกมาสู้คดี แต่พอประกันตัวออกไปแล้ว ทนายความกลับไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ อีกยังไปเข้าพวกกับอดีตภรรยา คาดว่าอดีตภรรยาน่าจะให้ผลประโยชน์ไปมาก
ทำให้ตนหมดหนทาง ต้องไปอยู่ในสถานที่สาธารณะ ไม่มีที่อยู่ตั้งแต่ปี 2555 - 2562 รวม 7 ปี จนกระทั่งศาลตัดสินว่ายังเหลือร้านทองอยู่ ตนจึงกลับมาอาศัยและพยายามเดินหน้าสู้คดี
นายสุวิชชา กล่าวอีกว่า หลังจากเรื่องราวของตนเผยแพร่เป็นข่าว ก็ได้มีบุคคลปริศนาโทร. มาหา บอกว่าอยากให้ตนถอนฟ้องคดี และจะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่ตนไม่ยอมรับ เพราะตนคิดว่าคดีนี้คงเป็นคดีแรกในประเทศไทย ที่ชาวบ้านธรรมดาฟ้องร้องตำรวจ และก็อยากให้คดีนี้เป็นแบบอย่าง
นอกจากนี้ยังมีประเด็นขัดแย้งหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องลูก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด อีกอย่างก็คือ อดีตสามีเป็นคนไม่มีเหตุมีผล ปัญหาธุรกิจต่าง ๆ คงจัดการต่อไปไม่ได้ ถ้าตนไม่หย่า นอกจากนี้แล้ว อดีตสามียังอ้างว่าเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ทั้งหมด ทั้งที่จริงแล้วเป็นทรัพย์สินของตน ที่ตนสร้างขึ้นมาเองหลังจากหย่าขาดกันแล้ว
อดีตสามีเพิ่งจะมาฟ้องแย้งรื่องสมบัติในภายหลัง ก่อนจะมาเป็นประเด็น เพราะศาลรวบรวมทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมด รวมกัน 50 กว่าล้านบาท ไปขึ้นสู่ศาล ซึ่งคำพิพากษาออกมาว่า ให้ลูกทั้ง 3 คนอยู่ในความดูแลของตนแต่เพียงผู้เดียว ทรัพย์สินที่มีก็ให้แบ่งกันคนละครึ่ง หนี้สินที่มีก็ให้ช่วยกันชำระ ยืนยันว่าที่ตนเองฟ้องหย่า ตนไม่ได้ต้องการทรัพย์สิน ตนแค่ต้องการเพียงแค่ลูกเท่านั้น
ส่วนเรื่องที่หาว่าตนกลั่นแกล้งและตนยัดยาเสพติด นางจุลมากล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะตนไม่ทราบ ตนเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ตนจะไปเอายาบ้าที่ไหนมายัดให้เขา
ขอบคุณข้อมูลจาก อมรินทร์ ทีวี







