อธิบดีอัยการ ชี้ วัดสวนแก้ว มีสิทธิ์ได้เงินคืน 10 ล้าน เพราะโฉนดคือเรื่องเอกสารสิทธิ พระพยอม แฉทายาทเจ้าของที่ดิน ร้องเงินเพิ่ม 80 ล้าน แล้วจะขายที่ให้
จากกรณีข้อพิพาทที่ดินวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ที่ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กลฺยาโณ เป็นเจ้าอาวาสนั้น ทางพระพยอมได้ซื้อที่ดินนี้มาจาก "วันทนา" ตั้งแต่ปี 2547 ในราคา 10 ล้าน ผ่านไป 2 ปี ทายาทตัวจริงเจ้าของที่ดินแปลงนี้ ร้องศาลขอเพิกถอน ซึ่งล่าสุดเจ้าของที่ได้ส่งเอกสารแจ้งให้ทางวัดย้ายออกจากที่ดินภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2563
รายการ โหนกระแส วันที่ 15 มิถุนายน 2563 เปิดใจสัมภาษณ์ พระพยอม และ อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี ถึงเรื่องดังกล่าว
เรื่องนี้น่าจะมีที่มาที่ไป ?
ปรเมศวร์ : มีครับ พระพยอมมารู้ทีหลังก็สายไปแล้ว
ไม่ได้ที่ดินคืนแน่นอน ?
ปรเมศวร์ : ไม่ได้อยู่แล้ว
10 ล้านล่ะได้คืนไหม ?
ปรเมศวร์ : มันสายไปแล้วเหมือนกัน จริง ๆ มันมีวิธีเอาคืนแต่ขณะนั้นทำกันไม่เป็น พอมีการเพิกถอนปั๊บ หลวงพ่อหรือมูลนิธิไม่ควรคืนโฉนดจนกว่าจะได้เงิน 10 ล้านก่อน กฎหมายเปิดช่องแต่เราเดินไม่ถูก ก็เป็นตัวอย่างว่าถ้าเราไม่เข้าใจกฎหมายก็เดินไม่ถูก
วิดีโอคอลหา "พระพยอม" สบายดีนะครับ ?
พระพยอม : ก็พอทนอยู่ได้
โกรธไหม ?
พระพยอม : โกรธไปก็โง่ โมโหก็บ้า ไม่โกรธดีกว่า จะได้ไม่บ้าไม่โง่ ก็สู้ไปตามหน้าที่ที่ควรจะสู้ เมื่อเช้าไปบิณฑบาต แต่ประหลาดตั้งแต่บวชมาไม่เคยมีความชื่นมื่นเท่ากับระยะ 7 วันมานี้ ไปบิณฑบาตคนบอกสู้ ๆ เห็นอกเห็นใจ เมื่อวานคนเห็นใจถึงขนาดโทร. เอาเงินมาช่วย 7 พันบาท
เสียไป 10 ล้าน แต่ได้ 7 พันกลับคืนมา ?
พระพยอม : เพราะเขาเห็นใจเหลือเกิน (หัวเราะ) ไม่น่าเชื่อ มีในตลาดผู้หญิงอิสลามยกนิ้วบอกว่าหลวงพ่อสู้นะ คนอิสลามต่างศาสนายังเห็นใจเรา คนศาสนาเดียวกันไม่เห็นใจกันก็แย่ อ.ปรเมศวร์ ถ้าเห็นใจต้องมาช่วยแล้วล่ะ
ย้อนหลังกลับไปหน่อยในปี 2547 พระอาจารย์ซื้อที่ดินแปลงนี้มาจากใคร ?
พระพยอม : นางวันทนา ซื้อมาในราคา 10 ล้าน ที่ดิน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา
พอซื้อมาแล้วปรากฏว่าที่ดินตรงนั้นก็บูรณะ ?
พระพยอม : ก็อยากให้ดูภาพหน่อย อาตมานำคนงาน 100-200 คนเข้าไปพัฒนาเป็นเดือน ต้องเก็บขยะออก เอาดินมาถมพื้นที่ให้เสมอ หมดทั้งค่าแรง หมดทั้งดิน 7-8 แสนบาท เสียเวลาไป 2 ปี 7 เดือน ปัญหาอะไรทั้งหมดไม่คาใจเท่ากับที่ดินตรงนั้นติดถนนใหญ่ คนก็เห็นหมด แต่ทำไมเจ้าของที่ดินไม่เห็น
พอซื้อมาแล้วปัญหาอะไรมันเกิดขึ้น ไปโอนกันที่ไหน ?
พระพยอม : โอนที่กรมที่ดิน (หัวเราะ) จะไปโอนหลังวัดได้ไง อาตมาให้คนไปถามว่าโฉนดนี้ซื้อ-ขายได้ไหม ติดจำนำอะไรหรือเปล่า เขามาถึงก็ใส่โครมเลย พระพยอมไม่น่าเป็นพระขี้ระแวง โฉนดครุฑตัวแดงแจ๋ออกโดยกรมที่ดิน
หลังจากพระอาจารย์ทำการโอนที่ดินเรียบร้อยหมดแล้ว ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากอะไร ?
พระพยอม : ถ้าจะพูดให้ลึก แต่คิดว่าเขาคงไม่ยอมรับ อาตมาเชื่อว่าทีแรกเขาคงไม่รู้ว่ามีที่ดินอยู่ตรงนี้ ถ้าเป็นคุณ คุณรู้ว่าที่ดินถูกรุกเร้า คุณต้องออกมาสำแดงตนเป็นเจ้าของ และคัดค้านผู้บุกรุกเข้าไปกระทำ ให้หยุดการกระทำ อันนี้ปล่อยให้เราทำไป 2 ปี 7 เดือน ขอพูดง่าย ๆ ว่าคุณไปอยู่กลีบเมฆมุมไหนของโลกมา ถึงได้ออกมาช้าเหลือเกิน
หลังจากนั้น 2 ปี 7 เดือน เขามาปรากฏตัวเหรอ ?
พระพยอม : มาที่วัดอาตมาเลย ญาติพี่น้องมากันทั้งหมดจำได้ 7 คน ญาติพี่น้องเจ้าของที่นี่แหละ
ก่อนหน้านี้นางวันทนาไม่ใช่เจ้าของที่โดยถูกต้อง ก่อนหน้านี้เป็นของนางทองอยู่ พอแกเสียชีวิตไปแล้ว นางวันทนาก็อยู่ที่ดินแปลงนั้นมาเรื่อย ๆ 18-19 ปี หลังจากนั้นเลยไปร้องต่อศาล ขอครอบครองที่ดินแปลงนั้นเป็นของตัวเอง เรียกว่าครอบครองปรปักษ์ อยู่กินตรงนั้นมา 10 ปี โดยไม่มีใครขัดขวางหรือไล่ ฉะนั้นศาลก็อนุญาตให้ ?
พระพยอม : ศาลต้องสั่งกรมที่ดินออกโฉนดก่อน ไม่งั้นกรมที่ดินเขาจะไม่พูดว่าเพราะศาลสั่ง เขาต้องกระทำ ไม่กระทำก็ละเลยผิดหน้าที่ ฉะนั้นศาลสั่งก่อน
ทางที่ดินก็ออกโฉนดแปลงนี้ และเอามาขายให้มูลนิธิ 10 ล้าน อยู่ดี ๆ ผ่านไป 2 ปี ปี 2549 มีญาตินางทองอยู่โผล่มา และบอกว่ายังไง ?
พระพยอม : ยื่นโนติสว่าที่ดินแปลงนี้ต้องขอคืน เพราะมีโฉนด โฉนดใหม่ของท่านออกกันยังไงผมไม่รู้ด้วย แต่ผมมีโฉนดของผมอยู่ ปรากฏว่าเราขอดูโฉนด เขาก็ไม่ให้ดู อาตมาก็แวบขึ้นมาในใจ เมื่อ 2 วันมีคนร้องไห้มาหาอาตมา เขามีที่ดินหลายแปลง บอกว่าที่ดินโดนขุดไปขาย ลึกยังกะทะเล ฉันไม่รู้ว่าฉันมีที่ดินอยู่ตรงนี้ด้วย อาตมาคิดว่าคงคล้าย ๆ กัน เขาคงไม่รู้ว่ามี ถ้ารู้ต้องออกมาสำแดงตนเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ไม่ละเลยเพิกเฉยดูดาย โดยสามัญชนคนธรรมดาทั่วไป ย่อมหวงแหนสมบัติของตน แต่นี่ปล่อยไป 2 ปี 7 เดือน ไม่หวงกันเลย
ในเมื่อตอนนี้พระพยอมเล่าให้ฟังว่า โฉนดเป็นของนางวันทนาไปแล้ว เอามาขายมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว แล้วอยู่ดี ๆ มีชายคนหนึ่งบอกเป็นลูกนางทองอยู่ ?
ปรเมศวร์ : เขาบอกเขาเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน ปรากฏวันทนาไปเซ็นยินยอมว่าที่จริงเขาเช่า เขาไม่ได้ครอบครองเพื่อตัวเอง แล้วเขาเอาเรื่องนี้ไปยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งความต่อมาปรากฏทีหลังที่พระพยอมเล่าให้ฟังสืบทราบว่า นางวันทนามาบอกว่ามีการขอร้องแกมบังคับให้ยอมเซ็น นี่หลังจากที่เกิดเรื่องมาแล้ว เขาไปเพิกถอนเรียบร้อยแล้ว วันทนามาบอกอย่างนั้น ว่าถูกเก็บตัวไว้ที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งแล้วมาคืน มาเซ็น แล้วเอาที่เซ็นไปยื่นคำร้อง
จะบอกว่าในวันที่คุณวันทนาเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์แบบ ปรากฏมีคนกลุ่มหนึ่งมาปรากฏตัวว่าบอกว่าเป็นทายาทนางทองอยู่ จะขอที่ดินคืน และเอาตัววันทนาไปเหรอ ?
ปรเมศวร์ : เขาก็ไปยื่นคำร้องไต่สวนว่าการออกโฉนดโดยครอบครองปรปักษ์โดยมิชอบ เพราะวันทนาไม่ได้ครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของ แค่ครอบครองโดยการเช่าอาศัยอยู่ พอเช่าปั๊บ การพิจารณาก็ต้องถูกเพิกถอน ซึ่งที่วัดก็เล่าให้ฟังแล้วคนขอเพิกถอน เขาก็ถามว่าหลวงพ่อจะเอาไหม ถ้าเอาก็ 15 ล้าน ท่านถึงบ่นไง ท่านซื้อที่ดินแปลงเดียว ซื้อ 2 หน
พระอาจารย์ ทาง อ.ปรเมศวร์ บอกว่าท่านมีการนำเสนอเงินให้อีกก้อน กี่ล้านนะ ?
พระพยอม : ตอนนั้นเสนอไป 3 ล้าน ตอนนั้นที่ดินราคาไม่แพงมาก เราก็คิดว่าพอสมควรแล้ว เพราะเสียไปตั้ง 10 ล้านแล้ว คำพูดคำนี้เขาคงไม่ยอมรับ แต่ถ้าโกหกพ่อ แสดงว่าตกนรกตายแน่ เขาบอกว่าผมหมดไปตั้ง 10 ล้าน แล้วจะมาให้ 3 ล้านจะยอมได้ไง ถ้าให้ 15 ล้านจะตกลง
พระพยอม : โอ๊ย ซื้อ 2 รอบเนาะ ที่ดินแปลงเดียว 25 ล้าน ใครจะกล้าทำ
แล้วมีการไปตกลงเจรจากันไหมหรือฟ้องกันเลย ?
พระพยอม : เขาก็ฟ้องมาเรื่อย ๆ และชนะมาเรื่อย ๆ ด้วยเทคนิคทางกฎหมาย
ปรเมศวร์ : เขาขอเพิกถอนไป คือขอเพิกถอนการพิจารณาของศาลครั้งแรกว่านางวันทนาเนี่ยไปโกหกศาล ศาลก็เพิกถอน โฉนดที่หลวงพ่อซื้อไว้ก็ไม่ใช่ ต้องกลับไปใช้โฉนดเดิม วันทนาก็ต้องโทษจำคุกไป
ที่หลวงพ่อบอกว่าหมด 10 ล้าน หมายถึงอะไร ?
พระพยอม : คิดไปโดยสามัญชนทั่วไปนะ ทำอะไรต้องใช้เงินกันต่อก็แล้วแต่ แต่อาตมาขอตั้งข้อสังเกตว่า นางวันทนายื่นเรื่องฟ้อง หมายศาลออกมาโฉนดได้เป็นของตัว ชนะมาร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว จู่ ๆ ไปเซ็นยอมแพ้ คุณว่าเป็นปกติของมนุษย์ทั่วไปไหม ถ้าไม่ใช้วิธีเกลี้ยกล่อม เขาเกลี้ยกล่อมอย่างนี้ ตอนนางวันทนามาใหม่ ๆ คืนนั้นอาตมาไปออกรายการกับสรยุทธ วันทนาเขาทนไม่ไหว ก็วิ่งมาหาอาตมาตี 4-5 แล้วเล่าให้ฟังว่าเขาเกลี้ยกล่อมว่าถ้าไม่เซ็นว่าฉันเช่า ยังเซ็นว่าสู้ปรปักษ์อยู่ เขาจะฟ้องพระพยอม ฟ้องวัดด้วย ถ้าหากเซ็นว่าเป็นเช่า เขาจะไม่มายุ่งกับทางวัด ด้วยความเป็นคนใส่บาตรกับอาตมาเป็นประจำ แกก็เซ็นลงไปเลย
แกกลัวพระถูกฟ้อง ?
พระพยอม : ใช่ แกหวังดีกับพระ แต่ทีนี้พอเซ็นปั๊บ ทางโน้นยอม ทางวัดก็ต้องยอมด้วย
มันกลายเป็นโมฆะเลยที่ซื้อมา 10 ล้าน ทีนี้พอเจรจารอบ 2 ไม่เอา 15 ล้านแล้ว จะเอา 45 ล้าน ?
พระพยอม : ตอนหลังขึ้นมา 80 ล้าน ขยับด้วย เขาบอกมีคนให้มาแล้ว อาตมาเลยย้อนโครมไปเลย โยม โยมรีบให้เขาไปสิ แล้วโยมก็มาช่วยอาตมาสัก 10 ล้าน เงียบเลย
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
ถ้าทางเจ้าของใหม่เอาที่ดินไปขายได้ 80 ล้านก็ขายเลย แล้วเอามาให้อาตมา 10 ล้าน ?
พระพยอม : ใช่ แล้วไม่ใช่เงินอาตมาด้วยนะ เงินหลวงพ่อจรัญ หลวงพ่อเปิ่น เงินพระส่วนหนึ่งนะที่ชวนกันไปซื้อที่ให้คนยากคนจน มันก็น่าเจ็บปวดว่าเงินของพระ เอามาเสียหาย
ปรเมศวร์ : เรื่องที่ดินจบ ทำอะไรไม่ได้ แต่ถามว่าถ้าเป็นชาวบ้าน แล้วครอบครองที่ปรปักษ์จะแก้ปัญหายังไง คำตอบคือยังไม่คืน จนกว่าจะรับชำระราคา เป็นไปตามประมวลกฎหมายพาณิชย์ 1332
ปรเมศวร์ : ที่ดินออกโฉนดตามคำสั่งศาล
อันนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน ศาลไต่สวนถูกต้องหมด
แต่วันทนากลับคำเพราะกลัวพระพยอมจะถูกดำเนินคดี ตอนกลับคำ
เราก็ไม่รู้ว่าถูกขอร้อง บังคับ ขู่เข็ญ เราไม่รู้
แต่วันทนามาบอกพระพยอมหลังเรื่องมันจบไปหมดแล้ว มันก็ทำอะไรไม่ได้
ทีนี้พระพยอมไม่ควรเอาโฉนดไปคืน ไม่ควรออกจากโฉนดให้เขาฟ้องขับไล่
จำไว้เลยนะ ฟ้องขับไล่ แล้วเราฟ้องแย้งไปว่ามูลนิธิซื้อมาโดยสุจริต
เปิดเผยที่ดินถูกต้อง ถ้าจะเอาคืนต้องใช้ราคา 10 ล้าน
ไม่ใช่ไปเรียกอย่างวันทนา พูดง่าย ๆ เหมือนวันทนาไปรับของโจรมาขายให้กับเรา
เราไม่รู้ เราซื้อโดยสุจริต
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
ตอนนี้วันทนาป่วยติดเตียง เงินใช้หมดแล้ว วัดทำไง ?
ปรเมศวร์ : ท่านไม่เอาแล้ว ท่านไม่ติดใจแล้ว
พระพยอม : คนบอกทำไมไม่ฟ้องวันทนา ถ้าคนรู้ความจริง นอกจากไม่ฟ้อง อาตมายังเคยคิดอยากจะจัดกระเช้าไปเยี่ยมไข้ เพราะตอนนี้แกนอนติดเตียง เพราะแกไม่ได้ใช้เงินสักเท่าไหร่เลย คนอื่นเอาไปใช้หมด คนอื่นมาฉ้อฉลเอาไปหมด ใช้เทคนิคให้แกเสียโน่นเสียนี่ เสียเบี้ยบ้ายรายทาง จนแกบอกว่าหมดตัว
วัดสวนแก้วแพ้แน่นอน ทุกอย่างจบหมดแล้ว แต่ทางเจ้าของ เขาอยากให้คนออกจากพื้นที่ไป มาล้อมรั้วแล้ว ตอนนี้ออกมาหรือยัง ?
พระพยอม : ก็ อ.ปรเมศวร์ กับ อ.สมบัติ วงศ์กำแหง บอกว่ารอให้มีหมายบังคับคดี หมายขับไล่ออกมาสักหน่อย อยากดูใบจริง เดี๋ยวจะเป็นใบสนเท่ห์ ใบข่มขู่ ก็ว่ากันงี้ ตอนนี้โฉนดอยู่ที่วัดนะ ไม่ได้คืน ยังเก็บรักษาอยู่ กรมที่ดินมาทวงคืนหลายรอบแล้ว ก็ฝากทิ้งท้าย ประชาชนทั้งหลาย ปราชญ์เคยพูดไว้ว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง สองมือโด่เด่ โซเซไปบ้าง เมืองไทยเราอาจเอาคนไปรับราชการที่มีความรู้ความไม่รู้บ้าง รู้จริงบ้างรู้ผิดบ้าง ไม่รู้ไม่ชี้ก็ดีไป แต่ไม่รู้แล้วไปชี้ปัญหาใหญ่
พระพยอม : เช่น ซื้อให้วัดซื้อเหอะ เพราะมีโฉนดถูกกฎหมาย มีครุฑมีอะไร ทำให้ประชาชนเสียหาย อาตมาเชื่อว่าคงไม่ได้มีแต่กรมที่ดิน กรมอื่นก็ต้องมี ที่เอาผู้ไม่รู้ไปกินเงินเดือน แล้วไม่รักษาผลประโยชน์ประชาชน ไปแนะนำให้ประชาชนเสียหาย ช่วยแก้กันตรงนี้หน่อยนะ นักกฎหมายทั้งหลาย
ปรเมศวร์ : มันก็น่าคิดนะ ถ้าจะเอาคืนเขาต้องใช้ราคานะ เพราะท่านซื้อมาอย่างสุจริต
ยังมีทาง ?
ปรเมศวร์ : ถ้าท่านยังบอกว่าท่านยังครอบครองโฉนดอยู่ ยังไม่คืน โฉนดคือเรื่องเอกสารสิทธิ เรื่องที่ดินคือเรื่องที่ดิน เขาจะเอาที่ดินก็มาว่ากันเอาสิ เพราะท่านซื้อไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ศาลตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว ?
ปรเมศวร์ : ที่ของเขาถูก แต่กฎหมายบอกว่าถ้าเจ้าของจะเอาคืน ต้องใช้ราคาผู้ที่ซื้อโดยสุจริต
แสดงว่ามีสิทธิ์จะได้คืน 10 ล้าน ?
ปรเมศวร์ : หลวงพ่อท่านพูดถูก เอาไปขาย 80 ล้าน แล้วเอา 10 ล้านมาให้ท่านก็จบ ก็ยังมีโอกาส เพราะท่านพูดว่าท่านยังไม่ได้คืนโฉนด ที่ดินท่านยังครอบครองก็น่าคิดนะ
ทั้งนี้ สามารถติดตามชมรายการ โหนกระแส วันที่ 15 มิถุนายน 2563 โดยมี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()
![ภาพข่าวพระพยอม ภาพข่าวพระพยอม]()

จากกรณีข้อพิพาทที่ดินวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ที่ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กลฺยาโณ เป็นเจ้าอาวาสนั้น ทางพระพยอมได้ซื้อที่ดินนี้มาจาก "วันทนา" ตั้งแต่ปี 2547 ในราคา 10 ล้าน ผ่านไป 2 ปี ทายาทตัวจริงเจ้าของที่ดินแปลงนี้ ร้องศาลขอเพิกถอน ซึ่งล่าสุดเจ้าของที่ได้ส่งเอกสารแจ้งให้ทางวัดย้ายออกจากที่ดินภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2563
รายการ โหนกระแส วันที่ 15 มิถุนายน 2563 เปิดใจสัมภาษณ์ พระพยอม และ อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี ถึงเรื่องดังกล่าว

เรื่องนี้น่าจะมีที่มาที่ไป ?
ปรเมศวร์ : มีครับ พระพยอมมารู้ทีหลังก็สายไปแล้ว

ไม่ได้ที่ดินคืนแน่นอน ?
ปรเมศวร์ : ไม่ได้อยู่แล้ว
10 ล้านล่ะได้คืนไหม ?
ปรเมศวร์ : มันสายไปแล้วเหมือนกัน จริง ๆ มันมีวิธีเอาคืนแต่ขณะนั้นทำกันไม่เป็น พอมีการเพิกถอนปั๊บ หลวงพ่อหรือมูลนิธิไม่ควรคืนโฉนดจนกว่าจะได้เงิน 10 ล้านก่อน กฎหมายเปิดช่องแต่เราเดินไม่ถูก ก็เป็นตัวอย่างว่าถ้าเราไม่เข้าใจกฎหมายก็เดินไม่ถูก
วิดีโอคอลหา "พระพยอม" สบายดีนะครับ ?
พระพยอม : ก็พอทนอยู่ได้

โกรธไหม ?
พระพยอม : โกรธไปก็โง่ โมโหก็บ้า ไม่โกรธดีกว่า จะได้ไม่บ้าไม่โง่ ก็สู้ไปตามหน้าที่ที่ควรจะสู้ เมื่อเช้าไปบิณฑบาต แต่ประหลาดตั้งแต่บวชมาไม่เคยมีความชื่นมื่นเท่ากับระยะ 7 วันมานี้ ไปบิณฑบาตคนบอกสู้ ๆ เห็นอกเห็นใจ เมื่อวานคนเห็นใจถึงขนาดโทร. เอาเงินมาช่วย 7 พันบาท
เสียไป 10 ล้าน แต่ได้ 7 พันกลับคืนมา ?
พระพยอม : เพราะเขาเห็นใจเหลือเกิน (หัวเราะ) ไม่น่าเชื่อ มีในตลาดผู้หญิงอิสลามยกนิ้วบอกว่าหลวงพ่อสู้นะ คนอิสลามต่างศาสนายังเห็นใจเรา คนศาสนาเดียวกันไม่เห็นใจกันก็แย่ อ.ปรเมศวร์ ถ้าเห็นใจต้องมาช่วยแล้วล่ะ
ย้อนหลังกลับไปหน่อยในปี 2547 พระอาจารย์ซื้อที่ดินแปลงนี้มาจากใคร ?
พระพยอม : นางวันทนา ซื้อมาในราคา 10 ล้าน ที่ดิน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา

พอซื้อมาแล้วปรากฏว่าที่ดินตรงนั้นก็บูรณะ ?
พระพยอม : ก็อยากให้ดูภาพหน่อย อาตมานำคนงาน 100-200 คนเข้าไปพัฒนาเป็นเดือน ต้องเก็บขยะออก เอาดินมาถมพื้นที่ให้เสมอ หมดทั้งค่าแรง หมดทั้งดิน 7-8 แสนบาท เสียเวลาไป 2 ปี 7 เดือน ปัญหาอะไรทั้งหมดไม่คาใจเท่ากับที่ดินตรงนั้นติดถนนใหญ่ คนก็เห็นหมด แต่ทำไมเจ้าของที่ดินไม่เห็น
พอซื้อมาแล้วปัญหาอะไรมันเกิดขึ้น ไปโอนกันที่ไหน ?
พระพยอม : โอนที่กรมที่ดิน (หัวเราะ) จะไปโอนหลังวัดได้ไง อาตมาให้คนไปถามว่าโฉนดนี้ซื้อ-ขายได้ไหม ติดจำนำอะไรหรือเปล่า เขามาถึงก็ใส่โครมเลย พระพยอมไม่น่าเป็นพระขี้ระแวง โฉนดครุฑตัวแดงแจ๋ออกโดยกรมที่ดิน
หลังจากพระอาจารย์ทำการโอนที่ดินเรียบร้อยหมดแล้ว ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากอะไร ?
พระพยอม : ถ้าจะพูดให้ลึก แต่คิดว่าเขาคงไม่ยอมรับ อาตมาเชื่อว่าทีแรกเขาคงไม่รู้ว่ามีที่ดินอยู่ตรงนี้ ถ้าเป็นคุณ คุณรู้ว่าที่ดินถูกรุกเร้า คุณต้องออกมาสำแดงตนเป็นเจ้าของ และคัดค้านผู้บุกรุกเข้าไปกระทำ ให้หยุดการกระทำ อันนี้ปล่อยให้เราทำไป 2 ปี 7 เดือน ขอพูดง่าย ๆ ว่าคุณไปอยู่กลีบเมฆมุมไหนของโลกมา ถึงได้ออกมาช้าเหลือเกิน
หลังจากนั้น 2 ปี 7 เดือน เขามาปรากฏตัวเหรอ ?
พระพยอม : มาที่วัดอาตมาเลย ญาติพี่น้องมากันทั้งหมดจำได้ 7 คน ญาติพี่น้องเจ้าของที่นี่แหละ
ก่อนหน้านี้นางวันทนาไม่ใช่เจ้าของที่โดยถูกต้อง ก่อนหน้านี้เป็นของนางทองอยู่ พอแกเสียชีวิตไปแล้ว นางวันทนาก็อยู่ที่ดินแปลงนั้นมาเรื่อย ๆ 18-19 ปี หลังจากนั้นเลยไปร้องต่อศาล ขอครอบครองที่ดินแปลงนั้นเป็นของตัวเอง เรียกว่าครอบครองปรปักษ์ อยู่กินตรงนั้นมา 10 ปี โดยไม่มีใครขัดขวางหรือไล่ ฉะนั้นศาลก็อนุญาตให้ ?
พระพยอม : ศาลต้องสั่งกรมที่ดินออกโฉนดก่อน ไม่งั้นกรมที่ดินเขาจะไม่พูดว่าเพราะศาลสั่ง เขาต้องกระทำ ไม่กระทำก็ละเลยผิดหน้าที่ ฉะนั้นศาลสั่งก่อน

ทางที่ดินก็ออกโฉนดแปลงนี้ และเอามาขายให้มูลนิธิ 10 ล้าน อยู่ดี ๆ ผ่านไป 2 ปี ปี 2549 มีญาตินางทองอยู่โผล่มา และบอกว่ายังไง ?
พระพยอม : ยื่นโนติสว่าที่ดินแปลงนี้ต้องขอคืน เพราะมีโฉนด โฉนดใหม่ของท่านออกกันยังไงผมไม่รู้ด้วย แต่ผมมีโฉนดของผมอยู่ ปรากฏว่าเราขอดูโฉนด เขาก็ไม่ให้ดู อาตมาก็แวบขึ้นมาในใจ เมื่อ 2 วันมีคนร้องไห้มาหาอาตมา เขามีที่ดินหลายแปลง บอกว่าที่ดินโดนขุดไปขาย ลึกยังกะทะเล ฉันไม่รู้ว่าฉันมีที่ดินอยู่ตรงนี้ด้วย อาตมาคิดว่าคงคล้าย ๆ กัน เขาคงไม่รู้ว่ามี ถ้ารู้ต้องออกมาสำแดงตนเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ไม่ละเลยเพิกเฉยดูดาย โดยสามัญชนคนธรรมดาทั่วไป ย่อมหวงแหนสมบัติของตน แต่นี่ปล่อยไป 2 ปี 7 เดือน ไม่หวงกันเลย
ในเมื่อตอนนี้พระพยอมเล่าให้ฟังว่า โฉนดเป็นของนางวันทนาไปแล้ว เอามาขายมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว แล้วอยู่ดี ๆ มีชายคนหนึ่งบอกเป็นลูกนางทองอยู่ ?
ปรเมศวร์ : เขาบอกเขาเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน ปรากฏวันทนาไปเซ็นยินยอมว่าที่จริงเขาเช่า เขาไม่ได้ครอบครองเพื่อตัวเอง แล้วเขาเอาเรื่องนี้ไปยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งความต่อมาปรากฏทีหลังที่พระพยอมเล่าให้ฟังสืบทราบว่า นางวันทนามาบอกว่ามีการขอร้องแกมบังคับให้ยอมเซ็น นี่หลังจากที่เกิดเรื่องมาแล้ว เขาไปเพิกถอนเรียบร้อยแล้ว วันทนามาบอกอย่างนั้น ว่าถูกเก็บตัวไว้ที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งแล้วมาคืน มาเซ็น แล้วเอาที่เซ็นไปยื่นคำร้อง
จะบอกว่าในวันที่คุณวันทนาเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์แบบ ปรากฏมีคนกลุ่มหนึ่งมาปรากฏตัวว่าบอกว่าเป็นทายาทนางทองอยู่ จะขอที่ดินคืน และเอาตัววันทนาไปเหรอ ?
ปรเมศวร์ : เขาก็ไปยื่นคำร้องไต่สวนว่าการออกโฉนดโดยครอบครองปรปักษ์โดยมิชอบ เพราะวันทนาไม่ได้ครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของ แค่ครอบครองโดยการเช่าอาศัยอยู่ พอเช่าปั๊บ การพิจารณาก็ต้องถูกเพิกถอน ซึ่งที่วัดก็เล่าให้ฟังแล้วคนขอเพิกถอน เขาก็ถามว่าหลวงพ่อจะเอาไหม ถ้าเอาก็ 15 ล้าน ท่านถึงบ่นไง ท่านซื้อที่ดินแปลงเดียว ซื้อ 2 หน

พระอาจารย์ ทาง อ.ปรเมศวร์ บอกว่าท่านมีการนำเสนอเงินให้อีกก้อน กี่ล้านนะ ?
พระพยอม : ตอนนั้นเสนอไป 3 ล้าน ตอนนั้นที่ดินราคาไม่แพงมาก เราก็คิดว่าพอสมควรแล้ว เพราะเสียไปตั้ง 10 ล้านแล้ว คำพูดคำนี้เขาคงไม่ยอมรับ แต่ถ้าโกหกพ่อ แสดงว่าตกนรกตายแน่ เขาบอกว่าผมหมดไปตั้ง 10 ล้าน แล้วจะมาให้ 3 ล้านจะยอมได้ไง ถ้าให้ 15 ล้านจะตกลง
ทายาทเจ้าของเดิมจะเอา 15 ล้าน แต่ท่านไม่ให้ ?
แล้วมีการไปตกลงเจรจากันไหมหรือฟ้องกันเลย ?
พระพยอม : เขาก็ฟ้องมาเรื่อย ๆ และชนะมาเรื่อย ๆ ด้วยเทคนิคทางกฎหมาย
ปรเมศวร์ : เขาขอเพิกถอนไป คือขอเพิกถอนการพิจารณาของศาลครั้งแรกว่านางวันทนาเนี่ยไปโกหกศาล ศาลก็เพิกถอน โฉนดที่หลวงพ่อซื้อไว้ก็ไม่ใช่ ต้องกลับไปใช้โฉนดเดิม วันทนาก็ต้องโทษจำคุกไป

ที่หลวงพ่อบอกว่าหมด 10 ล้าน หมายถึงอะไร ?
พระพยอม : คิดไปโดยสามัญชนทั่วไปนะ ทำอะไรต้องใช้เงินกันต่อก็แล้วแต่ แต่อาตมาขอตั้งข้อสังเกตว่า นางวันทนายื่นเรื่องฟ้อง หมายศาลออกมาโฉนดได้เป็นของตัว ชนะมาร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว จู่ ๆ ไปเซ็นยอมแพ้ คุณว่าเป็นปกติของมนุษย์ทั่วไปไหม ถ้าไม่ใช้วิธีเกลี้ยกล่อม เขาเกลี้ยกล่อมอย่างนี้ ตอนนางวันทนามาใหม่ ๆ คืนนั้นอาตมาไปออกรายการกับสรยุทธ วันทนาเขาทนไม่ไหว ก็วิ่งมาหาอาตมาตี 4-5 แล้วเล่าให้ฟังว่าเขาเกลี้ยกล่อมว่าถ้าไม่เซ็นว่าฉันเช่า ยังเซ็นว่าสู้ปรปักษ์อยู่ เขาจะฟ้องพระพยอม ฟ้องวัดด้วย ถ้าหากเซ็นว่าเป็นเช่า เขาจะไม่มายุ่งกับทางวัด ด้วยความเป็นคนใส่บาตรกับอาตมาเป็นประจำ แกก็เซ็นลงไปเลย
แกกลัวพระถูกฟ้อง ?
พระพยอม : ใช่ แกหวังดีกับพระ แต่ทีนี้พอเซ็นปั๊บ ทางโน้นยอม ทางวัดก็ต้องยอมด้วย
มันกลายเป็นโมฆะเลยที่ซื้อมา 10 ล้าน ทีนี้พอเจรจารอบ 2 ไม่เอา 15 ล้านแล้ว จะเอา 45 ล้าน ?
พระพยอม : ตอนหลังขึ้นมา 80 ล้าน ขยับด้วย เขาบอกมีคนให้มาแล้ว อาตมาเลยย้อนโครมไปเลย โยม โยมรีบให้เขาไปสิ แล้วโยมก็มาช่วยอาตมาสัก 10 ล้าน เงียบเลย

ถ้าทางเจ้าของใหม่เอาที่ดินไปขายได้ 80 ล้านก็ขายเลย แล้วเอามาให้อาตมา 10 ล้าน ?
พระพยอม : ใช่ แล้วไม่ใช่เงินอาตมาด้วยนะ เงินหลวงพ่อจรัญ หลวงพ่อเปิ่น เงินพระส่วนหนึ่งนะที่ชวนกันไปซื้อที่ให้คนยากคนจน มันก็น่าเจ็บปวดว่าเงินของพระ เอามาเสียหาย
ปรเมศวร์ : เรื่องที่ดินจบ ทำอะไรไม่ได้ แต่ถามว่าถ้าเป็นชาวบ้าน แล้วครอบครองที่ปรปักษ์จะแก้ปัญหายังไง คำตอบคือยังไม่คืน จนกว่าจะรับชำระราคา เป็นไปตามประมวลกฎหมายพาณิชย์ 1332
แบบนี้ที่ดินไม่ผิดเหรอ ในเมื่อที่ดินเป็นคนออกโฉนดให้มา ?

ตอนนี้วันทนาป่วยติดเตียง เงินใช้หมดแล้ว วัดทำไง ?
ปรเมศวร์ : ท่านไม่เอาแล้ว ท่านไม่ติดใจแล้ว
พระพยอม : คนบอกทำไมไม่ฟ้องวันทนา ถ้าคนรู้ความจริง นอกจากไม่ฟ้อง อาตมายังเคยคิดอยากจะจัดกระเช้าไปเยี่ยมไข้ เพราะตอนนี้แกนอนติดเตียง เพราะแกไม่ได้ใช้เงินสักเท่าไหร่เลย คนอื่นเอาไปใช้หมด คนอื่นมาฉ้อฉลเอาไปหมด ใช้เทคนิคให้แกเสียโน่นเสียนี่ เสียเบี้ยบ้ายรายทาง จนแกบอกว่าหมดตัว
วัดสวนแก้วแพ้แน่นอน ทุกอย่างจบหมดแล้ว แต่ทางเจ้าของ เขาอยากให้คนออกจากพื้นที่ไป มาล้อมรั้วแล้ว ตอนนี้ออกมาหรือยัง ?
พระพยอม : ก็ อ.ปรเมศวร์ กับ อ.สมบัติ วงศ์กำแหง บอกว่ารอให้มีหมายบังคับคดี หมายขับไล่ออกมาสักหน่อย อยากดูใบจริง เดี๋ยวจะเป็นใบสนเท่ห์ ใบข่มขู่ ก็ว่ากันงี้ ตอนนี้โฉนดอยู่ที่วัดนะ ไม่ได้คืน ยังเก็บรักษาอยู่ กรมที่ดินมาทวงคืนหลายรอบแล้ว ก็ฝากทิ้งท้าย ประชาชนทั้งหลาย ปราชญ์เคยพูดไว้ว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง สองมือโด่เด่ โซเซไปบ้าง เมืองไทยเราอาจเอาคนไปรับราชการที่มีความรู้ความไม่รู้บ้าง รู้จริงบ้างรู้ผิดบ้าง ไม่รู้ไม่ชี้ก็ดีไป แต่ไม่รู้แล้วไปชี้ปัญหาใหญ่
พระพยอม : เช่น ซื้อให้วัดซื้อเหอะ เพราะมีโฉนดถูกกฎหมาย มีครุฑมีอะไร ทำให้ประชาชนเสียหาย อาตมาเชื่อว่าคงไม่ได้มีแต่กรมที่ดิน กรมอื่นก็ต้องมี ที่เอาผู้ไม่รู้ไปกินเงินเดือน แล้วไม่รักษาผลประโยชน์ประชาชน ไปแนะนำให้ประชาชนเสียหาย ช่วยแก้กันตรงนี้หน่อยนะ นักกฎหมายทั้งหลาย
ปรเมศวร์ : มันก็น่าคิดนะ ถ้าจะเอาคืนเขาต้องใช้ราคานะ เพราะท่านซื้อมาอย่างสุจริต
ยังมีทาง ?
ปรเมศวร์ : ถ้าท่านยังบอกว่าท่านยังครอบครองโฉนดอยู่ ยังไม่คืน โฉนดคือเรื่องเอกสารสิทธิ เรื่องที่ดินคือเรื่องที่ดิน เขาจะเอาที่ดินก็มาว่ากันเอาสิ เพราะท่านซื้อไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ศาลตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว ?
ปรเมศวร์ : ที่ของเขาถูก แต่กฎหมายบอกว่าถ้าเจ้าของจะเอาคืน ต้องใช้ราคาผู้ที่ซื้อโดยสุจริต
แสดงว่ามีสิทธิ์จะได้คืน 10 ล้าน ?
ปรเมศวร์ : หลวงพ่อท่านพูดถูก เอาไปขาย 80 ล้าน แล้วเอา 10 ล้านมาให้ท่านก็จบ ก็ยังมีโอกาส เพราะท่านพูดว่าท่านยังไม่ได้คืนโฉนด ที่ดินท่านยังครอบครองก็น่าคิดนะ
ทั้งนี้ สามารถติดตามชมรายการ โหนกระแส วันที่ 15 มิถุนายน 2563 โดยมี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33








