รื้ออาคาร บอมเบย์ เบอร์มา อายุ 120 ปี เพื่อสร้างใหม่แบบก๊อบปี้-ผอ. ลั่น รู้เท่าไม่ถึงการณ์

        ชาวบ้านยื่นหนังสือประท้วง ปม ผอ. ป่าไม้เมืองแพร่ สั่งทุบอาคารบอมเบย์ เบอร์มา อาคารอนุสรณ์ค้าไม้ อายุกว่า 120 ปี ไม่เหลือซาก ด้านผู้ว่าฯ เสียใจ ตั้งกรรมการสอบ พร้อมนัดผู้รับเหมาชี้แจงศุกร์ 19 มิ.ย. นี้

ทุบอาคารบอมเบย์เบอร์มา
ภาพจาก สปริงนิวส์

          จากกรณีอาคารบอมเบย์ เบอร์มา อาคารอนุสรณ์ค้าไม้เมืองแพร่ ที่มีอายุกว่า 120 ปี ถูกผู้รับเหมาที่จ้างมาปรับปรุง แต่กลับทุบทำลายอาคารจนพังเสียหายทั้งหมด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ จ.แพร่ นั้น

อ่านข่าว : อนุสรณ์สถาน อาคารไม้ 120 ปี ผู้รับเหมาทุบทิ้งเละเป็นซาก ทำร้ายจิตใจคนแพร่

          ล่าสุด (16 มิถุนายน 2563) อมรินทร์ ทีวี รายงานว่า นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้เดินทางลงพื้นที่ดูสภาพอาคารดังกล่าว พร้อมเรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รู้ผลโดยเร็ว


          โดย นางกานต์เปรมปรีด์ กล่าวว่า ประชาชนชาวแพร่เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก และทราบมาว่าการของบประมาณไปเพื่อซ่อมแซมอาคารเก่า จำนวน 4 ล้านบาท แต่ผลออกมาเป็นการรื้อถอนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขอให้รอการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน

          ด้าน นายธีรวุธ กล่อมแล้ว วิศวกรชาวเมืองแพร่ พร้อมภาคีเครือข่ายรักษ์เมืองเก่าแพร่ และชาวบ้านเชตวัน ได้เข้ายื่นหนังสือประท้วงการกระทำดังกล่าวต่อนางกานต์เปรมปรีด์ ที่ศาลากลางจังหวัด โดยระบุถึงประกาศให้เมืองแพร่เป็นเมืองเก่าว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า ตามมติ ครม. 10 กุมภาพันธ์ 2558 จึงเรียกร้องให้จังหวัดดำเนินการ ดังนี้


          1. ให้ระงับการก่อสร้างทั้งหมด

          2. เปิดเผยข้อมูลงบประมาณ แผนการรื้อถอนและก่อสร้าง

          3. หาผู้รับผิดชอบการทุบทิ้งอาคารประวัติศาสตร์

          4. สร้างประชาคมให้มีส่วนร่วมพัฒนาสวนรุกขชาติเชตวัน

          5. ให้หน่วยงานรับผิดชอบเสนอแนวทางฟื้นฟู

          นายพัฒนา แสงเรียง นักวิชาการอิสระ เผยว่า อาคารดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองแพร่แต่กลับถูกรื้อถอน ซึ่งการขอดูขั้นตอนการทำงานทางวิศวกรรมก็ไม่มีความหมายหากจะปรับปรุง เรื่องนี้คงต้องใช้กฎหมายจัดการ เพราะความผิดสำเร็จแล้ว ความเสียหายเกิดขึ้นกับประวัติศาสตร์เรียบร้อยแล้ว


          เช่นเดียวกับ นายสุวิทย์ เขมะวิชานุรัตน์ ไกด์ท่องเที่ยว เผยว่า นักท่องเที่ยวชาวยุโรปสนใจอาคารนี้มาก บางคนมาเพราะบ้านหลังนี้มีประวัติของต้นตระกูลเขาอยู่ด้วย

          อย่างไรก็ตาม นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ได้ออกมาชี้แจงว่า ตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และมีเจตนาดีในการปรับปรุง ส่วนแนวทางรื้อถอนอยู่ที่ผู้รับเหมาและนายช่างวิศวกร ซึ่งจะมาชี้แจงในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน นี้ ซึ่งเป็นวันที่ผู้ว่าฯ ได้นัดให้มีการชี้แจงใหม่


          ขณะที่ทาง เพจเฟซบุ๊ก รัตนโกสิเนหา Rattanakosineha ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ทางเพจรู้สึกเสียใจและเสียดายมาก แต่ทั้งนี้ หากแปลความตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ อาคารของบริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง สวนรุกขชาติเชตวัน จ.แพร่ ที่ถูกรื้อจนเกลี้ยงแล้ว หรืออาคารใด ๆ ก็ตาม จะยังรักษาความเป็นของแท้เอาไว้ได้ ต้องสร้างคืนในรูปลักษณ์เดิม ขนาดเดิม ด้วยวัสดุเดิม (ตรงไหนเป็นปูนก็ปูน ตรงไหนเป็นไม้ก็ไม้) และตั้งอยู่ที่เดิม ก็ถือว่าใช้ได้

          แต่ปัจจัยสำคัญในตอนนี้คือ แบบที่อยู่ในมือผู้รับจ้างที่กำลังจะสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งยืนยันกับทางแอดมินเพจแล้วว่าเป็นการรื้อเพื่อสร้างขึ้นใหม่ ควรเปิดเผยแบบแก่สาธารณะว่าสมบูรณ์หรือไม่ อย่างไร

          หากไม่ ผู้ว่าจ้าง (เจ้าหน้าที่รัฐ) ควรขยายเวลา เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมจากภาคส่วนอื่น ๆ (ประชาชน ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ) เพื่อให้ได้แบบและวิธีการที่สมบูรณ์ที่สุด จึงค่อยดำเนินการต่อ


          ส่วนที่ว่าทำไมต้องรื้อทั้งหลัง ไม่บูรณะเป็นจุด ๆ ทำงานไม่รอบคอบ หรือเหตุใดเจ้าหน้าที่รัฐจึงใช้ภาษีของเรา อย่างไม่เห็น "หัว" ของเรา อันนี้เป็นสิ่งที่ทางเพจมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องรณรงค์กันต่อไปอีกนาน



         อนึ่ง อาคารบอมเบย์ เบอร์มา (Bombay Burmah Trading) อาคารไม้ประยุกต์แบบอาณานิคมอังกฤษ อายุกว่า 120 ปี ตั้งอยู่ติดลำน้ำยม ที่ทำการสวนรุกขชาติเชตวัน อ.เมือง จ.แพร่ ซึ่งอดีตเป็นอาคารที่ทำการบริษัท บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง ที่เข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ในเมืองแพร่ ตั้งแต่ปี 2432 ถือเป็นสำนักงานการประกอบธุรกิจไม้ในประเทศไทย และแหล่งป่าไม้สักอันสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ อีกทั้งยังเคยเป็นท่าเรือล่องซุงของบอมเบย์ เบอร์มา-บริษัท อิสเอเซียติค สมัยยังมีเจ้าหลวงผู้ครองนครแพร่

         ต่อมา เมื่อสัมปทานไม้หมดลง ทางบริษัทได้ยกอาคารให้แก่รัฐ อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเหลือร่องรอยประวัติศาสตร์ให้เห็นมาถึงปัจจุบัน ก่อนจะมาถูกทุบทิ้งในที่สุด


ขอบคุณข้อมูลจาก อมรินทร์ ทีวี, ครอบครัวข่าว 3 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รื้ออาคาร บอมเบย์ เบอร์มา อายุ 120 ปี เพื่อสร้างใหม่แบบก๊อบปี้-ผอ. ลั่น รู้เท่าไม่ถึงการณ์ อัปเดตล่าสุด 23 มิถุนายน 2563 เวลา 14:32:02 27,811 อ่าน
TOP
x close