x close

ศาลให้ประกัน บุญเกื้อหนุน เป้าทอง วงเงิน 2 แสน - ฝากขัง เอกชัย

 

              ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว บุญเกื้อหนุน เป้าทอง เงินประกัน 2 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามทำความผิดซ้ำ ขณะ เอกชัย หงส์กังวาน ถูกฝากขังที่เรือนจำกรุงเทพฯ
          จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ออกหมายจับ นายเอกชัย หงส์กังวาน หรือ เอก อายุ 45 ปี และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง หรือ ฟรานซิส อายุ 21 ปี ในข้อหาร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี ตามกฎหมายอาญา มาตรา 110 ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

            อ่านข่าว : ด่วน ! ศาลอนุมัติหมายจับ เอกชัย-บุญเกื้อหนุน ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี

            อ่านข่าว : เปิดประวัติ เอกชัย หงส์กังวาน - บุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี


          ล่าสุด (17 ตุลาคม 2563) ตำรวจ สน.ดุสิต ได้ควบคุมตัว นายเอกชัย และนายบุญเกื้อหนุน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วัน ซึ่งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

          โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุ นายศรายุทธ สังวาลย์ทอง ผู้กล่าวหา ทราบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองมีการนัดหมายและชักชวนกันไปชุมนุม ช่วงระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม 2563 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. ต่อมาวันที่ 14 ตุลาคม เวลาประมาณ 17.20 น. นายศรายุทธได้เดินทางไปที่บริเวณสนามม้านางเลิ้ง และได้พบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร 2563 อยู่เต็มพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ได้ตามที่ต้องการ จึงจอดรถไว้บริเวณถนนพิษณุโลก บริเวณแยกนางเลิ้ง จากนั้นได้เดินเท้าไปหาภรรยา ซึ่งไปเฝ้ารับเสด็จในเส้นทางดังกล่าว

          เมื่อไปถึงบริเวณที่ตำรวจทำการสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ ฝั่งทำเนียบรัฐบาล ขณะนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีนายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องหาในคดีนี้ และประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ยืนปะปนกันอยู่บริเวณจุดสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ และทำการจัดระเบียบผู้คนที่ยืนอยู่ เพื่อจะดำเนินการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จ ต่อมาในเวลาประมาณ 17.30 น. เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านบริเวณถนนพิษณุโลก มุ่งหน้าแยกนางเลิ้ง บริเวณที่นายเอกชัย หงส์กังวาน และพวกผู้ต้องหากลุ่มผู้ชุมนุม ยืนอยู่


          นายศรายุทธสังเกตเห็นนายเอกชัย นายบุญเกื้อหนุน และพวก มีการตะโกนโห่ร้องและพูดให้ผู้ชุมนุมชู 3 นิ้ว ผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในกลุ่มของผู้ชุมนุมยังได้พยายามผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนคล้องแขนกันเป็นแนวมวลชน 2 แถว เพื่อถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จอยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อจะเข้าไปใกล้ ซึ่งคนที่เดินตามรถยนต์พระที่นั่งสามารถเดินตามได้ทัน

          นายบุญเกื้อหนุน ผู้ต้องหาในคดีนี้ และกลุ่มผู้ชุมนุม ได้เดินติดตามรถยนต์ไปจนถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง จึงได้พบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่และประชาชนที่มาคอยรับเสด็จปะปนกันอยู่ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร ร้องตะโกนและได้ทำสัญลักษณ์ 3 นิ้วขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งกรูเข้ามากั้นแนวเพื่อกันผู้ชุมนุมให้ออกห่างจากรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อให้สามารถเคลื่อนตัวต่อไปได้


          โดยระหว่างที่ตำรวจได้ร้องขอให้ประชาชนที่มารับเสด็จช่วยกันกั้นแนวไว้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีจำนวนน้อย ซึ่งผู้กล่าวหาและคนรู้จักของผู้กล่าวหาได้เข้าไปช่วยตำรวจเป็นแนวกั้นผู้ชุมนุม จนกระทั่งขบวนออกพ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมไปแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 40-50 คน ได้หันเข้ามาทำร้ายประชาชนที่มาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไล่ทำร้ายไปเป็นระยะประมาณ 3 เมตร บริเวณฝั่งมุ่งหน้าแยกยมราช จนต้องหลบหนีเข้าไปในสนามม้านางเลิ้ง กลุ่มผู้ชุมนุมจึงแยกย้ายถอยกลับเข้าไปในจุดที่ได้ชุมนุม

          ผู้กล่าวหาเห็นว่าการกระทำของนายเอกชัย กับพวก เป็นความผิดตามกฎหมาย จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายเอกชัย นายบุญเกื้อหนุน กับพวก เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ

          กระทั่งต่อมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 09.45 น. นายบุญเกื้อหนุนเดินทางเข้ามามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี" เป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 110 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 83 ส่วนนายเอกชัย ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ติดตามจับกุมตัวได้ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต

          ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ระบุว่า ได้สอบสวนและควบคุมผู้ต้องหาจะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องรอสอบปากคำอีก 10 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา และเสนอสำนวนผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้น จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวน เป็นระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 ตุลาคม 2563 และหากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและก่อเหตุร้ายประการอื่น


            คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.55 น. ไทยพีบีเอส  มีรายงานว่า มารดาของนายบุญเกื้อหนุน ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว ศาลพิเคราะห์เห็นว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน และเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับกำลังศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงมีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกัน 200,000 บาท พร้อมเงื่อนไขห้ามกระทำความผิดซ้ำ

             ขณะที่นายเอกชัย หงส์กังวาน ไม่มีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยโพสต์, ไทยพีบีเอส

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ศาลให้ประกัน บุญเกื้อหนุน เป้าทอง วงเงิน 2 แสน - ฝากขัง เอกชัย อัปเดตล่าสุด 19 ตุลาคม 2563 เวลา 23:02:25 5,387 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP