ที่มาที่ไปของวันบุฟเฟต์
ก่อนอื่นต้องขอเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของการกินบุฟเฟต์ มาจากการกินอาหารแบบ “Brännvinsbord” ของชาวสวีเดน ในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นรูปแบบการรวบรวมอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากไว้ให้ทุกคนเลือกกินตามใจชอบ ทว่าจะแยกห้องกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย
ก่อนที่ในศตวรรษที่ 18 จะพัฒนากลายมาเป็นการกินอาหารแบบ “Smörgåsbord” ซึ่งเป็นรูปแบบการเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างจำนวนมากก่อนจะถึงอาหารจานหลักในมื้อค่ำ และก็แน่นอนว่าต่อมาภายหลังได้มีการรวบรวมอาหารจานหลักของมื้อค่ำเข้าไปในการกินอาหารรูปแบบนี้ด้วย
หลังจากนั้นการกินแบบ “Smörgåsbord” เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น จนเมื่อปี 1939 ณ งาน New York World’s Fair ชาวสวีเดนที่มาร่วมจัดนิทรรศการได้จัดแสดงอาหารในรูปแบบนี้เพื่อให้เพียงพอต่อแขกมากมายที่เข้าร่วมในปีนั้น และนับจากนั้นมาก็ได้รับความนิยมไปทั่วนิวยอร์กและทั่วโลก โดยเริ่มมีการจัดอาหารอเมริกันในรูปแบบบุฟเฟต์ขึ้นครั้งแรกที่ลาสเวกัส เปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกกินอะไรก็ได้จากเมนูที่หลากหลาย จุดประสงค์เพื่อหลอกล่อให้ผู้คนอยู่ในกาสิโนนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีการออกโฆษณาทางโทรทัศน์อีกมากมายด้วย และถูกเรียกว่าการกินอาหารแบบบุฟเฟต์ไปโดยปริยาย ซึ่งคำว่า “บุฟเฟต์” มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส เป็นชื่อของตู้เก็บจานที่ใช้ในการเสิร์ฟอาหาร แล้วกลายเป็นที่นิยมเพราะออกเสียงและจำง่ายกว่าคำว่า “Smörgåsbord” ในภาษาสวีเดนนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ การกินบุฟเฟต์ในสหรัฐฯ ได้รับความนิยมน้อยลง เพราะมีรูปแบบการกินแบบอื่นที่รวดเร็วและสบายกว่า ก็เลยเกิดเป็นวันบุฟเฟต์ขึ้น เพื่อให้ทุกคนรู้สึกอิ่มเอมและมีความสุขกับการกินบุฟเฟต์ในวันที่ 2 มกราคม ของทุกปี นั่นเอง
วิธีเฉลิมฉลองในวันบุฟเฟต์
ต้องบอกเลยว่าการเฉลิมฉลองวันบุฟเฟต์แห่งชาติสหรัฐฯ นั้นง่ายดายมาก อันดับแรกให้พิจารณาว่าเราชอบหรือเหมาะกับอาหารบุฟเฟต์แบบไหน เช่น อาหารทะเล อาหารเอเชีย อาหารอิตาเลียน หรือขนมหวาน จากนั้นก็เช็กดูว่ามีที่ไหนจัดงานหรือเปล่า ถ้าหากสะดวกก็ไปเข้าร่วมและอิ่มอร่อยได้ทั้งวัน ถ้าหากไม่สะดวกก็ลองเลือกร้านที่ใกล้บ้าน แล้วชวนเพื่อน ชวนคนรัก ชวนครอบครัว ไปกินด้วยกันให้อิ่มหนำสำราญ เท่านี้ก็เท่ากับร่วมเฉลิมฉลองให้กับวันบุฟเฟต์ได้เป็นอย่างดีแล้ว
อ้อ ถ้าหากใครไม่อยากออกไปกินบุฟเฟต์ข้างนอก อาจจะลองทำอาหารสวีเดนกินเพื่อระลึกถึงต้นตำรับก็ได้ อาจจะใช้วิธีทำบุฟเฟต์เลี้ยงเพื่อนและครอบครัวด้วยตัวเองก็ดี หรือไม่ก็อาจจะใช้วิธีนัดคนใกล้ตัวให้เตรียมอาหารมาคนละ 2-3 จาน จากนั้นก็แชร์และนั่งกินร่วมกัน ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียกินบุฟเฟต์ที่แฮปปี้ไม่น้อยเลยค่ะ
3 เหตุผลที่ควรมีวันบุฟเฟต์
1. เพราะบุฟเฟต์อร่อยและหลากหลาย แถมมีให้เลือกมากมาย กินอิ่มสบายได้แน่นอน
2. เพราะบุฟเฟต์ทำให้เรากินอาหารร่วมกันกับเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ได้อย่างแฮปปี้ ไม่ต้องแย่งหรือทะเลาะกัน มีความสุขหมดทุกฝ่าย ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่ดี
3. เพราะเป็นการชวนให้คนหันมากินบุฟเฟต์กันมากขึ้น ฉะนั้นอย่าลืมถ่ายและโพสต์รูปลงโซเชียลมีเดียต่าง ๆ พร้อมติดแฮชแท็ก #BuffetDay เพื่อให้คนอื่นมองเห็นและเก็บเป็นความทรงจำด้วยล่ะ
เรื่องน่ารู้ของวันบุฟเฟต์
- การกินบุฟเฟต์แห่งแรกของสหรัฐฯ เริ่มต้นที่ Vegas Hotel ในปี 1946
- ช่วงปี 1960 เกือบทุกกาสิโนในลาสเวกัสต้องมีบริการอาหารแบบบุฟเฟต์
- อาหารบุฟเฟต์ในกาสิโนช่วงปี 1960 มีราคาประมาณ 1.50 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
- The Rio in Las Vegas ถือเป็นการกินบุฟเฟต์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
- หลายคนเชื่อว่าที่วันบุฟเฟต์แห่งชาติสหรัฐฯ จัดขึ้นในวันที่ 2 มกราคม เป็นการเปิดโอกาสให้กินต้อนรับปีใหม่อย่างสำราญและอุดมสมบูรณ์
- ปัจจุบันประเทศสวีเดนก็ยังมีการกินแบบ Smörgåsbord อยู่ โดยในอาหารทั้งหมดต้องมีปลาเฮอริ่งดองด้วย ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นการกินแบบ Smorgasbords ที่แท้จริง
- สามี-ภรรยาคู่หนึ่งเคยถูกไล่ออกจากร้านบุฟเฟต์ Chuck-a-Rama หลังจากกินเนื้อย่างไปถึง 12 ครั้ง
- ในปี 2016 พบว่าจำนวนการกินบุฟเฟต์ในอเมริกาลดลง เนื่องจากผู้คนหันมากินแบบง่าย ๆ และเร็ว ๆ มากขึ้น
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่น่าสนใจจริง ๆ เชื่อว่าต้องถูกใจคนรักการกินแบบไม่อั้นแน่นอน !
ขอบคุณข้อมูลจาก
nationaltoday และ daysoftheyear