x close

ทนายตั้ม โต้รับเงิน ลุงพล แจงปมลุงพูดความจริงไม่ต้องเหมือนกันทุกครั้ง เพราะเป็นชาวบ้าน

          ทนายตั้ม ยันไม่ได้รับเงิน ลุงพล 5 แสน ทำคดีน้องชมพู่ พร้อมแจงเรื่องลุงบอกว่า พูดความจริงไม่ต้องเหมือนกันทุกครั้ง เพราะเป็นชาวบ้าน ไม่รู้จะพูดยังไง อาจสับสนเพราะโดนถามบ่อย

ทนายตั้ม

          รายการโหนกระแส วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เปิดใจสัมภาษณ์ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทำไมอยู่ดี ๆ มาเป็นทนายให้ ลุงพล และอยู่ดี ๆ ไปบ้านกกกอก ดูคดีให้ลุงพล ซึ่ง ทนายตั้ม เผยว่า "ยอมรับกับคุณหนุ่มตามตรง ตั้งแต่เกิดคดีมาไม่เคยดูรายละเอียดอะไรข่าวนี้เลย ปกติเป็นทนายคดีไหนผมจึงจะไปโฟกัสและสนใจ แต่คดีนี้ตอนแรกไม่มีใครมาขอให้เป็นทนายความ ผมเลยไม่สนใจข่าวนี้เลย เห็นแต่ลุงพลตามหน้าสื่อ เจอลุงพลเต้นเพลงเต่างอย ดูแค่นี้แหละ ไม่ได้ดูอะไรยังไง ตอนนี้เริ่มนับหนึ่งใหม่หมดเลย เคยเห็นแต่ไม่เคยสนใจ ไม่รู้รายละเอียด"

ทนายตั้ม

การเข้ามาดูคดีนี้ ?


          "ลุงพลโทร. หาผมหลายครั้ง อยากให้ไปเป็นทนายให้ในคดีนี้ ลุงเขาก็พูดผ่านทีวีว่าอยากได้ทนายตั้ม ลุงเขาบอกเชื่อมั่นในฝีมือของผม"

ขอเป็นพระเอกในหัวใจพล ?

          "ชื่อตอนวันนี้เลยใช่ไหม (หัวเราะ) ผมก็ทำหน้าที่ตามปกติ ทำตามเงื่อนไขทั้งหมดก่อน ไม่ได้ไปรีบเสนอตัวอะไรมาก"

ครั้งแรกบอกว่าขอไปดูด้วยตาตัวเองก่อน ถ้าเด็กเดินขึ้นไปเองไม่ได้ อาจไม่ทำคดีนี้ ?

          "อันนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิด ผมบอกว่ามีคนบอกว่าเด็กอาจเดินขึ้นไปเองได้ ฉะนั้นผมขอไปดูสถานที่จริงก่อน เพื่อตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำคดีนี้ เงื่อนไขไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่าถ้าเด็กขึ้นไปเองได้หรือไม่ได้ ผมจะรับหรือไม่รับ ต้องเข้า 3 ข้อก่อน อย่างแรกผมต้องคุยกับลุงพลกับป้าแต๋น เพราะเขาเป็นผู้ต้องสงสัยจากใครก็แล้วแต่ ต้องขึ้นไปดูความลาดชัน เด็กสามารถขึ้นไปเองได้ไหม เราไม่ดูหลักฐานอื่นเพราะผ่านมาหลายเดือนแล้ว เวลาผ่านมาไม่มีหลักฐานให้เก็บ แต่ผมไปดูลักษณะพื้นที่ทางกายภาพ ว่าผู้ใหญ่เดินไปลำบากแบบนี้ เด็กเดินขึ้นไปเองได้ไหม ข้อ 3 สำคัญที่สุดคือเรื่องพยานในคดี ไทม์ไลน์ที่น้องหายไป ใครน่าสงสัยที่สุด"

ทนายตั้ม

ตอนนี้เหลือแค่พยาน ต้องไปดูว่าใครเป็นพยานให้ลุงพลได้บ้าง ?

          "บางคนก็ไม่ยินดีจะคุยกับผม คนไหนยินดีก็พร้อมไปคุยเพื่อหาข้อเท็จจริง"

ไปคุยมาแล้ว ข้อมูลดีไหม ?

          "ตามสื่อรู้ ผมไปคุยกับผู้ใหญ่นิ่ม เขาให้ข้อมูลมาเกี่ยวกับวันนั้น เขาอยู่ที่ไหนยังไง มีใครแจ้งเขามา แจ้งมาแล้วเขาทำยังไง ถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์"

มีใครอีกไหม ?

          "ขอปิดไว้ก่อน"

ทนายตั้ม

ถ้าทายไม่ผิดน่าจะเป็นหัวหน้ากล่อง ?

          "อย่าเพิ่งทายเลยครับ ผมไม่บอกว่าผมคุยกับใครบ้าง"

ทายถูกใช่ไหม ?

          "เอาเป็นว่าพยานทุกปากที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่เขาสอบไปแล้วล่ะ ผมก็ไปหาข้อเท็จจริงก่อนว่าเรื่องนี้ลุงพลให้สัมภาษณ์หรือให้การจริงเท็จเป็นยังไง ตรงกันหรือเปล่า แต่เท่าที่บอกมา ข้อหนึ่ง ข้อสอง โอเค เท่าที่คุยกันลุงพลไม่มีพิรุธอะไร"

อยากคุยกับพ่อแม่ชมพู่ เพราะอะไร คุยในฐานะอะไร ?

          "ไหน ๆ ผมจะเข้ามาเกี่ยวข้องคดีนี้แล้ว ก็อยากไปคุยกับพ่อแม่ชมพู่ ในฐานะเขาเป็นผู้เสียหาย เป็นผู้สูญเสีย ไม่ได้จะเข้าไปเป็นปฏิปักษ์กับเขา จะถามว่าเรื่องราวเป็นยังไง เผื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหาความจริงให้ได้ว่าเรื่องนี้น้องชมพู่เสียชีวิตจากอะไร"

ทนายตั้ม

ถ้าถามอีกมุม ทนายตั้มกำลังจะเป็นว่าที่ทนายความให้ผู้ต้องสงสัย แล้วอยู่ดี ๆ ไปคุยกับผู้เสียหาย ต่อไปต้องเป็นปฏิปักษ์ในการเป็นคดีความ การไปคุยกับแม่เขามันจะไม่ดูผิดฝาผิดตัวเหรอ ?

          "ตอนนี้ผมเหมือนเป็นตัวแทนอิสระ"

ถ้าเขามองว่าทนายตั้มประกาศตัวแล้ว ?

          "ก็แล้วแต่เขา ถ้าเขาไม่คุยผมก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่เท่าที่ให้สัมภาษณ์มาเขายินดีคุยกับผม แต่ไม่คุยเรื่องคดี เชื่อไหมตอนที่มีข่าวตั้งแต่แรก แล้วคนไปสงสัยพ่อแม่เขา ผมยังพูดกับคนใกล้ชิดว่าไม่มีแรงจูงใจอะไร ทำไมคนต้องไปด่าเขาด้วย เพียงแต่ว่าตอนนั้นผมไม่ได้ออกสื่อเย้ว ๆ แค่เก็บไว้เงียบ ๆ ว่าผมไม่เชื่อตั้งแต่ต้น"

มีคนพูดกันเยอะว่าเรื่องเงินเหรอ ?

          "ลุงพลไม่มีหรอกครับ ลูกความอื่นที่มีเงินจะมาจ้างผมเยอะแยะไปครับ ลุงพลไม่ได้มีเงินนะครับ เขาก็มีเงินจากที่ทุกคนเห็น ไปโชว์ไปทำอะไร ตอนแรกคิดว่าเขาได้เยอะ แต่เขาบอกผมเองว่าเขาได้แค่ครั้งละหมื่น ก็ถามว่าลุงโอเคเหรอ เขาบอกเมื่อก่อนได้วันละ 300 เท่านี้เขาก็โอเคแล้ว เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นเลย ผมจะทำไม่ทำเกี่ยวข้องกับ 3 เงื่อนไข และคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการรู้ว่าเรื่องราวเป็นไงกันแน่ เผื่อไขข้อข้องใจให้สังคมได้"

ทนายตั้ม

มีคนบอกว่าทนายตั้มรับไปแลัวเหนาะ ๆ 5 แสน ?

          "(หัวเราะ) ยังไม่ได้รับสักบาท ลุงพลมีเงินขนาดนั้นเลยเหรอ"

มีคนบอกลุงพลมีเงินเป็น 10 ล้าน ?

          "คนพูดเขาชอบพูดเว่อร์อยู่แล้ว"

รู้เหรอว่าใครพูด ?

          "ก็ไม่รู้ คนที่ชอบพูดเว่อร์ ๆ ตั้งแต่ผมทำคดีเก่า ๆ แล้ว ที่มาหาว่าผมได้เป็นสิบ ๆ ล้าน ไม่มีหลักฐานอะไร พูดปากพล่อย ๆ ไปอย่างนั้น อุ๊ย ขออุ๊ยแบบคุณหนุ่ม (หัวเราะ) ไม่จริงครับ ด้วยเกียรติของผมเลย ผมไม่ได้เงินจากลุงพลเลย ก่อนหน้านี้ลุงพลให้ผมทำคดีหมิ่นประมาท คิดค่าทนายความ 5,000 บาท ผมยังไม่ได้เงินเลย และไม่ทวงลุงพลด้วย นั่นแหละครับ 2 คดี"
 
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตังค์ ?

          "ยังไม่ได้ จริง ๆ 5,000 บาท สำหรับผมก็ไม่ได้เยอะ ผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ก็พร้อมทำคดี ถ้าหากรู้ว่าลุงพลไม่ได้ทำความผิดจริง"
 
ทนายตั้ม

ต้องถามให้หายสงสัยเพราะคนคิดว่าเป็นเกม ?

          "ต้องไปดูว่าลุงพลเรียกร้องหาผมนะครับ ไม่ใช่อยู่ ๆ ผมเข้าไป ถ้าอยู่ ๆ ผมเข้าไป อาจเป็นเกมของใคร แต่นี่ลูกความรีเควสต์มาอยากได้ทนายตั้ม ผมเลยบอกว่าขอตัดสินใจก่อน"

เพื่อน ๆ ว่ายังไงบ้าง ?

          "มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย"

อย่างไหนมากกว่า ?

          "ตอนนั้นผมไปอยู่ต่างจังหวัดก็มีคนถามผมว่าอยู่เฉย ๆ ก็หล่อแล้ว มาทำคดีนี้ทำไม ผมก็เอ๊ะ คดีนี้มันเป็นยังไงเหรอ ก็ยิ่งทำให้อยากรู้ความจริง ต้องลงไปดูพื้่นที่"

ทนายตั้ม

พอดูพื้นที่แล้ว ยืนยันว่า ?

          "สำหรับผมมองว่าเด็กขึ้นไปเองไม่ได้ แต่ในมุมคนอื่นเขาอาจเห็นแตกต่างไป คนคิดว่าเด็กอาจขึ้นไปเองได้คือหมอนิติเวช เขามองจากสภาพศพ อย่างแรกคือสภาพศพไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย เรื่องนี้เหมือนเด็กขาดสารอาหาร ร้อน เสียชีวิต เขาก็เลยสงสัยถ้าไม่มีคนทำให้ตายล่ะ น้องเสียชีวิตได้ยังไง เดินขึ้นไปเองได้หรือเปล่า นี่เป็นทฤษฎีของเขา เป็นความสามารถของเด็ก เขามีเวลาเป็นวัน ๆ เดินแล้วพักแล้วเดิน นั่นคือมุมมองนักวิชาการ หมอนิติเวช"

บอกเพื่อนหรือยัง ?

          "ผมก็บอกว่าขึ้นไปเองไม่ได้ ตามความคิดเห็นของผม"

ลุงพลพูดแต่ละครั้งไม่เหมือนกันเลย จะทำยังไง ?

          "ผมไม่ได้ตามจริง ๆ มีเรื่องอะไรบ้าง"

          - ครั้งแรกถามว่ารู้ได้ยังไงว่าเด็กหายไป ใครเป็นคนบอก แกบอกว่ามีคนโทรศัพท์มาบอกว่าเด็กหาย แกเลยไปหา

          - หลังจากนั้นเปลี่ยนใหม่ บอกว่าตัวสะดิ้งเดินไปบอกที่บ้าน เขาเลยออกตามหา เสร็จแล้วสะดิ้งบอกว่าไม่ใช่ ไม่เจอลุงพล เจอแค่ป้าแต๋นกับลูก

          - พอผ่านไปลุงพลบอกใหม่ ไม่ใช่ เมียโทร. ไปบอก

          - เสร็จปุ๊บเปลี่ยนอีก บอกมาว่ารู้ทีหลังตอนไปรับพระแล้ว ลงมาแล้วเมียถึงบอก ที่น่าแปลกใจคือบ้านลุงพลมีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียวและใช้ 2 ซิม แล้วบอกเมียโทร. ไปบอกลุงพล แล้วลุงพลเอาโทรศัพท์ที่ไหนรับ ?

          "ผมว่าตำรวจคงมีการตรวจสอบแล้วล่ะว่าโทร. หากันจริงไหม ถ้าไม่ใช่เบอร์ตัวเอง เขาสามารถหาเบอร์คนอื่นโทร. ได้ไหม แล้วเขาตอบว่าไงที่พูดไม่เหมือนกัน"

ทนายตั้ม

ความจริงไม่ต้องเหมือนกัน ?

          "เรื่องต่าง ๆ ที่บอกมา ถ้าความจริงคือสะดิ้งเดินมา แล้วเมียโทร. หาลุงพล มีอะไรขัดกันไหม"

แต่เขาบอกเขามีโทรศัพท์เครื่องเดียว ?

          "แล้วเขายืมใครไม่ได้เหรอ เดี๋ยวประเด็นนี้จะถามลุงพลว่าใช้โทรศัพท์เครื่องไหน แต่ข้อที่บอกว่าสะดิ้งเดินมา เมียโทร. มา ผมว่ามันก็สอดคล้องกันได้ เพราะสะดิ้งเดินมาหาเมีย เมียก็เลยโทร. แต่ลุงพลจะไปจับประโยคไหนแค่นั้นเอง การที่เขาพูดว่าความจริงแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ คือเอาง่าย ๆ เป็นชาวบ้าน ถ้าจะตอบให้ดูดี ตอบว่าเรื่องผ่านมานานแล้ว จำรายละเอียดไม่ได้หรอก ตอบแบบนี้ดูดีไหม เพียงแต่เขาเป็นชาวบ้านเขาก็ไม่รู้จะตอบยังไง ก็เข้าใจแบบนี้ จะพูดกี่ครั้งก็ได้ ไม่รู้จักวิธีการสื่อสารให้คนฟังแล้วไม่รู้สึกไม่ดี"

คุณคิดว่าลุงพลโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ ผมคุยกับลุงพล ลุงพลโคตรฉลาด ทุกอณูที่พูด ผมสัมภาษณ์คนมาเป็นสิบ ๆ ปี ลุงพลเป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกว่าแกฉลาดมากในการพูด ?

          "ถ้าฉลาดจะตอบแบบนี้เหรอ จะตอบให้ตัวเองดูแย่ไหม"

ทนายตั้ม

แกอาจหาทางไปไม่ได้ เพราะคนถามแกเยอะ ?

          "นี่แหละ ถามเยอะจนสับสนไปหมดแล้ว เรื่องมันผ่านมาตั้งนาน"

นายวัชรินทร์ไปเจอลุงพล ตอนนั้นเวลาประมาณ 9 โมงกว่า แต่ลุงพลบอกว่าไม่ได้เจอวันนั้น ไปบอกว่าเจออีกวัน วัชรินทร์บอกว่าตอนแรกอาจจะใช่ เพราะกลัวลุงพลไปโวยวาย หลังจากนั้นวัชรินทร์ก็บอกใหม่ว่าเจอลุงพลวันนั้นแหละ จำได้เพราะพ่อชมพู่ขี่มอเตอร์ไซค์มา และบอกว่าชมพู่อยู่ไหน ช่วยตามหาได้ไหม วัชรินทร์ยังบอกพ่อเลยให้ไปถามลุงพลเพิ่งเจอกันตอน 9 โมงกว่า แล้วลุงพลพยายามเบี่ยง ?

          "เท่าที่คุยกับลุงพลมา ไม่มีตัวละครที่ชื่อวัชรินทร์เลย ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ผมกำลังไล่วันเกิดเหตุอยู่ ผมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะเช็กสัญญาณได้ว่าวันนั้นวัชรินทร์อยู่ไหน ลุงพลอยู่ไหน น่าจะอยู่ในสำนวนสอบสวนแล้ว"

ผมว่ามี ?

          "มีแล้วเหรอครับ ทีนี้ผมว่าวัชรินทร์ไม่รู้เกิดเหตุนานแค่ไหน ต้องไปดูว่าใครกันแน่หลงลืม จำไม่ได้หรือเปล่า"

วัชรินทร์มีพยานเต็มไปหมด เพราะลุงพลพยายามบอกว่าเจอกันตอนเช้า แต่วัชรินทร์บอกไม่ใช่ ตอนเช้าเขาอยู่กับอีก 2 คน ซึ่งอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง เขาไปรับทำอะไรสักอย่าง แล้วน้ำประปาไม่ไหล เขาก็เลยกลับมาที่บ้าน และเจอลุงพลตอน 9 โมงกว่า แต่ลุงพลบอกว่าไม่ใช่ วันนั้นลุงพลมีพยานอีกคนคือหัวหน้ากล่อง แต่หัวหน้ากล่องที่เจอลุงพล เจอกันตอนเช้า 7 โมง ?

          "เดี๋ยวไปขอสอบข้อเท็จจริงดีกว่า เพราะพูดมาก็งงนะเนี่ย ถ้าวัชรินทร์บอกว่าเจอลุงพล ก็แสดงว่ามีคนอ้างที่อยู่ไทม์ไลน์ลุงพลสิ"

ทนายตั้ม

ลุงพลบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น เขาบอกไปรับพระ แต่ไปผิดเวลา พอขึ้นไปก็บอกพระว่าที่มาช้า หลานเสีย หาหลานอยู่ คำว่าหลานเสียคือหลานหาย ?

          "พระผมรู้ประเด็นแล้วนะ ที่ลุงพลพูดก่อนหรือหลัง ผมไปสอบประเด็นนี้มาแล้ว แต่ขออุบประเด็นนี้ไว้ก่อน แต่ไม่ใช่อย่างที่พระพูด"

ก่อนหน้านี้เขาลือกัน ทนายตั้มลงไป แล้วมีคนปริศนาไปภูเหล็กไฟก่อน ก่อนมีการนัด มีคนปริศนาขึ้นไปวันที่ 5 พร้อมลุงพล รู้ไหมเป็นใคร ?

          "ผมไม่รู้จริง ๆ เพราะผมไปถึงวันที่ 3 กลางคืน"

เดี๋ยวฟังพรานพูดหน่อย เขาบอกเห็นลุงพล ?

          "แล้วมาอ้างว่าผมไป จะบอกว่าถ้าขึ้นไปไม่จำเป็นต้องโกหกเลย เพราะการขึ้นไปถ้าไม่ได้รับอนุญาตไม่มีความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนนะ แต่เป็นเรื่องความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อย่างที่บอกผมนัดอยู่แล้ว จะไปขึ้นซ้ำซ้อนทำไมหลายวัน"

ทนายตั้ม

ลุงพลบอกไม่ได้ขึ้น ?

          "นั่นสิครับ ไหนบอกมีภาพลุงพล ไม่เห็นมีภาพเลย"

ถ้าลุงพลขึ้นไปวันนั้นจริง ๆ ?

          "ก็โดนปรับครับ"

จะกลายเป็นคนชอบโกหกไหม มีอะไรปิดบังไปเรื่อย จะถูกดึงกลับมาว่าเป็นพฤติกรรมโกหกซ้ำซ้อนไหม ?

          "ผมว่าไม่เกี่ยวกับคดีน้องชมพู่ คุณหนุ่มก็ชอบพูดโยงไป (หัวเราะ)"

ผมแซะหน่อย อยากให้ทนายตอบไง ?

          "(หัวเราะ) ก็ตอบแล้ว"

ลุงพล

ถ้าลุงพลถูกหมายจับ ทนายตั้มพาไปร้องที่ไหนมาก่อน ?

          "ไปขอความเป็นธรรมว่าหากเรื่องนี้เจ้าพนักงานมาออกหมายจับ ขอให้มีการไต่สวนก่อน เพราะลุงพลเป็นคนมีที่อยู่หลักแหล่งแน่นอน คุณเรียกเขาก็ไปแล้ว ยูทูบเบอร์และนักข่าวอยู่กับเขาตลอดเวลา คนที่โดนหมายจับ สังคมจะคิดว่าเขาผิดแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลย ขอความเป็นธรรมต่อศาลว่าก่อนออกหมายจับขอให้ไต่สวนก่อนว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับลุงพลได้"

การออกหมายจับ แน่นอนไปขอกับศาล ศาลต้องไต่สวนละเอียดอยู่แล้ว ต้องไต่สวนซ้ำซ้อนเหรอ ?

          "เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างศาลกับตำรวจ แต่เราอยากค้านนิดหนึ่งว่ามีหลักฐานอะไรยังไงก่อนออกหมายจับ จริง ๆ ไม่มีกฎหมายอันไหนให้ทำหรอก แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้าม ผมก็ทำได้ ไม่มีอะไรระบุว่าให้ทำ และไม่มีอะไรห้าม ปกติทนายความถ้ากฎหมายไม่ห้ามก็ทำได้ทั้งหมดอยู่แล้ว"

เหมือนพุ่งไปที่ลุงพลว่าหมายจับจะออกไปที่ลุงพล ?

          "ใคร ๆ ก็มองอย่างนั้น เท่าที่ให้สัมภาษณ์มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้"

ลุงพล

หวยน่าจะออกที่ลุงพลนั่นแหละ ?

          "เป็นไปได้ครับ"

เส้นผมนี่ยังไง ?

          "เส้นผมไม่ได้เอามาเป็นข้อมูลหลักฐานสำคัญ เพราะเส้นผมมีการเก็บหลังพบศพน้อง 15 พฤษภาคม เขาไม่มีการปิดกั้นที่พบศพ คนขึ้นไปเยอะแล้ว แล้วเส้นผมบอกอะไร เรียกว่าไมโทคอนเดรีย ดีเอ็นเอสายแม่ แล้วไม่สามารถระบุตัวตนของใครได้ชัดเจน รู้ว่ามาทางฝั่งสายแม่เท่านั้นเอง ไม่ใช่หลักฐานสำคัญนำมาดำเนินคดีกับใคร"

เหลืออีก 1 ข้อ ยังกลับตัวทัน ?

          "นี่จะให้ผมกลับตัวอย่างเดียวเลย (หัวเราะ)"  

          ทั้งนี้ สามารถติดตามชมรายการ โหนกระแส โดยมี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33

ลุงพล

ลุงพล

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ทนายตั้ม โต้รับเงิน ลุงพล แจงปมลุงพูดความจริงไม่ต้องเหมือนกันทุกครั้ง เพราะเป็นชาวบ้าน อัปเดตล่าสุด 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10:11:00 8,710 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP