ครูยัน ไม่ได้บังคับลงน้ำ - ให้เล่นน้ำเพราะเด็กชอบเล่นสนุก เชื่อไม่ได้จมน้ำช่วงกิจกรรม ชี้ ถ้าจมตอนทำกิจกรรมต้องมีคนเห็น แจ้งเด็กแล้วว่าถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องลงน้ำ
จากกรณีการเสียชีวิตของน้องปอน นักเรียนชั้น ม.3 ที่จมน้ำเสียชีวิตขณะเข้าค่ายลูกเสือ ซึ่งต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนได้ออกมายอมรับว่าหลักสูตรฐานหลบระเบิดนั้น ทางโรงเรียนปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่สภาพโรงเรียน และคิดขึ้นมาเอง แต่ไม่ได้รายงานให้กลับเขตพื้นที่การศึกษาทราบ เพราะไม่ได้ออกนอกเขตของโรงเรียน
อ่านข่าว : ผอ. รับเข้าค่ายลูกเสือฐานหลบระเบิด คิดเอง ไม่มีในหลักสูตร ไม่ได้รายงาน สพท.
ความคืบหน้าล่าสุด (18 มีนาคม 2564) สำนักข่าวไทย รายงานว่า นางสุรีย์ นามเทพ ครูชำนาญการพิเศษ ครูผู้ดูแลฐาน กล่าวว่า การเข้าฐานหลบระเบิด เป็น 1 ใน 6 ฐานของกิจกรรมค่ายลูกเสือที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยแต่ละฐานจะมีครูผู้ดูแลควบคุมฐานละ 2 คน ซึ่งจัดกิจกรรมฐานหลบระเบิด มีตนและครูอีกคนดูแลควบคุม โดยก่อนที่นักเรียนทุกกลุ่มจะลงไปในน้ำ ครูได้เช็กความพร้อม และสอบถามว่าใครมีปัญหาโรคประจำตัว หรือใครว่ายน้ำไม่เป็น หากใครสมัครใจอยากลงก็ลงได้ ไม่ได้บังคับ
ด้านนายณรงค์ รัตนบุตร ครูชำนาญการพิเศษผู้ดูแลฐานอีกคน ระบุว่าสาเหตุที่ต้องให้เด็กลงน้ำเพราะเด็ก ๆ ชอบเล่นสนุก ส่วนกลุ่มของน้องปอนมีประมาณ 7-8 คน มีถึงฐานพร้อมกับกลุ่มนักเรียนชั้น ป.4-5-6 ซึ่งไม่ได้เช็กจำนวนอีกรอบ เพราะฐานบัวตูมบัวบานที่อยู่ใกล้กันเช็กแล้ว
นายณรงค์ ระบุว่า ตนเชื่อว่าการที่น้องปอนจมน้ำนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงกิจกรรมเพราะหากจมตอนนั้นต้องมีคนเห็น เนื่องจากมีครูเฝ้าอยู่และมีเพื่อน ๆ อยู่ด้วยหลายคน สำหรับฐานหลบระเบิดนั้น ได้สมมุติเป็นเหตุการณ์กำลังหนีภัยสงคราม ให้นักเรียนเดินเลียบตามตลิ่งข้ามแม่น้ำไปอย่างเงียบๆ แต่หากเสียงดังข้าศึกก็จะรู้และจะโยนระเบิดลงมา โดยครูจะปั้นโคลนจำลองเป็นระเบิดโยนลงไป ซึ่งก่อนทำกิจกรรมตนได้แจ้งให้เด็กเรียนว่าหากใครไม่พร้อมก็ไม่ต้องลงน้ำ
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย
จากกรณีการเสียชีวิตของน้องปอน นักเรียนชั้น ม.3 ที่จมน้ำเสียชีวิตขณะเข้าค่ายลูกเสือ ซึ่งต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนได้ออกมายอมรับว่าหลักสูตรฐานหลบระเบิดนั้น ทางโรงเรียนปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่สภาพโรงเรียน และคิดขึ้นมาเอง แต่ไม่ได้รายงานให้กลับเขตพื้นที่การศึกษาทราบ เพราะไม่ได้ออกนอกเขตของโรงเรียน
อ่านข่าว : ผอ. รับเข้าค่ายลูกเสือฐานหลบระเบิด คิดเอง ไม่มีในหลักสูตร ไม่ได้รายงาน สพท.
ความคืบหน้าล่าสุด (18 มีนาคม 2564) สำนักข่าวไทย รายงานว่า นางสุรีย์ นามเทพ ครูชำนาญการพิเศษ ครูผู้ดูแลฐาน กล่าวว่า การเข้าฐานหลบระเบิด เป็น 1 ใน 6 ฐานของกิจกรรมค่ายลูกเสือที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยแต่ละฐานจะมีครูผู้ดูแลควบคุมฐานละ 2 คน ซึ่งจัดกิจกรรมฐานหลบระเบิด มีตนและครูอีกคนดูแลควบคุม โดยก่อนที่นักเรียนทุกกลุ่มจะลงไปในน้ำ ครูได้เช็กความพร้อม และสอบถามว่าใครมีปัญหาโรคประจำตัว หรือใครว่ายน้ำไม่เป็น หากใครสมัครใจอยากลงก็ลงได้ ไม่ได้บังคับ
ด้านนายณรงค์ รัตนบุตร ครูชำนาญการพิเศษผู้ดูแลฐานอีกคน ระบุว่าสาเหตุที่ต้องให้เด็กลงน้ำเพราะเด็ก ๆ ชอบเล่นสนุก ส่วนกลุ่มของน้องปอนมีประมาณ 7-8 คน มีถึงฐานพร้อมกับกลุ่มนักเรียนชั้น ป.4-5-6 ซึ่งไม่ได้เช็กจำนวนอีกรอบ เพราะฐานบัวตูมบัวบานที่อยู่ใกล้กันเช็กแล้ว
นายณรงค์ ระบุว่า ตนเชื่อว่าการที่น้องปอนจมน้ำนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงกิจกรรมเพราะหากจมตอนนั้นต้องมีคนเห็น เนื่องจากมีครูเฝ้าอยู่และมีเพื่อน ๆ อยู่ด้วยหลายคน สำหรับฐานหลบระเบิดนั้น ได้สมมุติเป็นเหตุการณ์กำลังหนีภัยสงคราม ให้นักเรียนเดินเลียบตามตลิ่งข้ามแม่น้ำไปอย่างเงียบๆ แต่หากเสียงดังข้าศึกก็จะรู้และจะโยนระเบิดลงมา โดยครูจะปั้นโคลนจำลองเป็นระเบิดโยนลงไป ซึ่งก่อนทำกิจกรรมตนได้แจ้งให้เด็กเรียนว่าหากใครไม่พร้อมก็ไม่ต้องลงน้ำ
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย









