ส่องวีรกรรม ดราม่าโรงแรมปากแซ่บ ไล่ด่าลูกค้าทุกคนที่เข้ามารีวิว แม้กระทั่งฝรั่งด่าก็โดนด่าด้วยภาษาอังกฤษ ด่าเก่งยิ่งกว่าเจ้าของภาษาแท้ ๆ อีก

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีกรณีการรีวิวโรงแรมที่พัก แต่กลับถูกอีกฝ่ายฟ้องเรียกเงิน 3 ล้านบาท ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งทำให้โรงแรมดังกล่าวต่างถูกทัวร์ลง และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ได้รับความสนใจ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว
วันที่ 28 มิถุนายน 2565 มีอีกกรณีที่คล้าย ๆ กัน เกิดขึ้น แต่เคสนี้เรียกว่า ไม่โดนฟ้อง 3 ล้านบาท แต่ทางโรงแรมปากแจ๋วมาตอบโต้รีวิวแต่ละคนด้วยตัวเอง กลายเป็นดราม่าอีกหนึ่งเรื่องที่ชาวเน็ตแห่มารุมเสพในทันที
ต้นเรื่องเกิดจาก เฟซบุ๊ก Toshio Saeki ได้เข้าไปอ่านรีวิวจากลูกค้าโรงแรมอื่น ๆ ถ้าหากลูกค้าเขียนไปเฉย ๆ ก็คงไม่มีอะไร แต่กลายเป็นว่า ทางโรงแรมได้เขียนข้อความตอบโต้ แต่ละประโยคนี่แซ่บจริง ๆ ทำให้เจ้าของเฟซบุ๊กต้องเอาเรื่องนี้มานำเสนอให้เห็นกัน
ลูกค้ารายแรก
ลูกค้ารายหนึ่ง รีวิวโรงแรมไปว่า พื้นที่โรงแรมสกปรกมาก ผ้าปูก็เป็นคราบ ไม่รู้เปลี่ยนผ้าหรือเปล่า พนักงานก็ไม่ยอมบอกอะไร รวมถึงสถานที่ไม่ตรงปก ยอมรับว่าเสียดายเงินจริง ๆ เมื่อรีวิวจบ แทนที่โรงแรมจะยอมรับข้อผิดพลาดแล้วนำไปปรับปรุง แต่กลับคอมเมนต์ว่า เรื่องความสะอาดโรงแรมขอน้อมรับ แต่เรื่องพนักงานไม่แนะนำ ก็ไม่ควรโชว์โง่ มือถือมีไว้ทำอะไร ส่วนคำว่าไม่ตรงปก ก็ควรละอายในคำพูดบ้าง เจอคำตอบแบบนี้เข้าไป ไม่รู้ว่าลูบหลังแล้วตบหัวหรือเปล่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Toshio Saeki
ลูกค้ารายที่ 2
ลูกค้าอีกราย มารีวิวต่อว่าเรื่องห้องน้ำออกแบบไม่ดี ถ้าใช้ฝักบัวไม่ระวังน้ำจะไหลท่วมพื้น เรื่องน้ำร้อนน้ำเย็นก็มีปัญหา ที่เตียงก็ปลั๊กพัง ไฟเพดานไม่ติด ผ้าปูที่นอนไม่ขาว ไม่ตรงปก สัญญาณ Wi-Fi ไม่เสถียร
ด้านโรงแรมก็ตอบกลับมาอย่างยาวเหยียด อ้างว่า ลูกค้าจำนวนมากนั้นต่างชื่นชมโรงแรม ส่วนกรณีของท่าน ค่าห้องพัก 625 บาท ก็ควรคิดว่าโชคดีแล้ว ที่ไม่ต้องนอนโรงแรมม่านรูด ครั้งหน้าไม่ต้องมาใช้บริการที่นี่อีกนะ เพราะยังมีลูกค้าคนอื่นต้องการมาพักอีกเยอะ
ส่วนเรื่องผ้าปูไม่ขาว เป็นเพราะที่พักหลีกเลี่ยงน้ำยาซักผ้าขาว เพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเลี่ยงการแพ้น้ำยากัดผ้า ซึ่งมีผลต่ออาการทางผิวหนัง ถ้าหากจะวิจารณ์อะไร มีสติ มารยาทบ้าง
เจอแบบนี้เข้าไป ชาวเน็ตถามกลับทันที ใครกันแน่ที่ควรมีมารยาท อีกอย่างคุณทำธุรกิจโรงแรม ยังไงความสะอาดต้องมาก่อน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Toshio Saeki
ลูกค้ารายที่ 3
ลูกค้าคนนี้รีวิวว่า ที่นอนแข็ง ผ้าปูมีกลิ่นฝุ่น ในห้องมีกลิ่นเหม็น ผ้าเช็ดตัวเก่าและสกปรก ควรเปลี่ยน สภาพห้องก็ไม่ตรงปก ไฟค่อนข้างมืด ที่จอดรถก็มีน้อยมาก ห้องเหมือนแบ่งส่วนมาให้พัก มีประตูที่หัวเตียง
โรงแรมก็ตอบกลับในทันทีว่า ห้องพักดังกล่าวคือห้องพัก connecting room ไม่ทราบรู้จักไหม ส่วนราคาที่ท่านจองคือ 599 บาท จะต้องการปลั๊กไฟไปหลายจุดเพื่ออะไร ทั้งที่สภาพของโรงแรมที่ท่านพัก ก็คุ้มเกินราคากว่านอนม่านรูดแล้ว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Toshio Saeki
ลูกค้ารายที่ 4-5
2 รายนี้เป็นชาวต่างชาติ เข้ามาวิจารณ์โรงแรมเป็นภาษาอังกฤษ บอกว่า พนักงานโรงแรมพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ทางโรงแรมก็มีการตอบกลับอย่างยาวเหยียด มีทั้งด่าลูกค้ากลับว่า คุณน่ะ อ่อนภาษาอังกฤษมาก อ่อนกว่าพนักงานโรงแรมผมอีก อย่าเหยียดเชื้อชาติ อย่าทำตัวเป็นมนุษย์หินฟลินท์สโตน
ลูกค้าต่างชาติอีกรายหนึ่ง น่าจะเป็นลูกค้าประจำ จองที่พักโรงแรมแห่งนี้มากกว่า 2 เดือน แต่มีปัญหาผิดใจกับทางโรงแรมจนต้องออกจากที่พัก โดยประโยคที่โรงแรมด่าลูกค้าคนนี้ เริ่มต้นจากการบอกว่า "คุณไม่ต้องการอยู่ที่นี่ หรือเราต้องการให้คุณเช็กเอาต์กันแน่" แค่เปิดมาก็แซ่บแล้ว
จากนั้นโรงแรมก็ร่ายยาวประมาณว่า ลูกค้าคนนี้มาพักที่โรงแรมนานกว่า 65 คืน ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และมีแผนที่จะอยู่ที่นี่ต่ออีกหลายเดือน ซึ่งเราก็ต้องทนกับพฤติกรรมคุณที่เรียกร้องการดูแลจากเราให้ดุจดั่งโรงแรม 6 ดาว ทั้งการอัปเกรดห้อง ทั้งเรื่องอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทำให้พนักงานเราทำงานหนักกว่า 10 ชั่วโมง ขณะที่คุณแค่นอนหลับและเล่นกอล์ฟเท่านั้น
อีกเรื่องที่สำคัญคือ คุณให้เราช่วยทำเรื่องต่อวีซ่าอยู่ไทยให้ แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของเราเลย ดังนั้น เราจะคืนเงินส่วนที่เหลือให้ และขอขอบคุณที่คุณไม่อยู่ที่นี่ต่อ
"ขอย้ำว่า ที่นี่คือโรงแรม เป็นธุรกิจ ไม่ใช่การกุศล อย่าทำแบบนี้ที่โรงแรมอื่น มิเช่นนั้นคุณโดนเตะออกมาแน่" โรงแรมตอบทิ้งท้าย
ด้านชาวเน็ตต่างแซวว่า เขียนด่าได้ดีกว่าเจ้าของภาษาแท้ ๆ อีก สกิลภาษาอังกฤษถือว่าโอเคเลย ขณะที่บางส่วนมองว่า เขาผิดนิดเดียว ไม่น่าจะด่าเขาแรงขนาดนี้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Toshio Saeki
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Toshio Saeki





