พ่อค้าร้านข้าวมันไก่ โดนลูกค้าโทรศัพท์สั่งอาหาร 16 กล่อง พอไปส่งของกลับโดนเบี้ยว พร้อมเล่าความแหม่ง ๆ ของเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะไม่ส่งพนักงานหญิงไป ไอ้นี่มันร้ายจริง ๆ ถ้าเจอกันจะเอาเขียงตีหัวแบะ

ในการทำธุรกิจร้านอาหาร ความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่อาจจะต้องเจอ
นั่นคือ การที่ลูกค้าโทรศัพท์มาสั่งของล่วงหน้า แล้วจะมารับภายหลัง
ถ้าหากมาเอาของจริง ๆ ก็คงไม่เป็นอะไร
แต่ถ้าเกิดกรณีเบี้ยวหรือเป็นการสั่งเล่น ๆ ขึ้นมา
เท่ากับอาหารที่เตรียมขาย มีค่าสูญเปล่าทันที
วันที่ 6 เมษายน 2565 เฟซบุ๊ก Prawit Srinichawa ซึ่งเป็นพ่อค้าขายข้าวมันไก่ เล่าเรื่องมีลูกค้ารายหนึ่ง โทรศัพท์มาสั่งข้าวมันไก่จำนวน 16 กล่อง บอกว่า ทำงานอยู่แถวนี้ สักพักจะเดินมาเอา ถ้าเสร็จให้โทรศัพท์ไปบอก พร้อมให้ชื่อว่า เล็ก
เมื่อข้าวมันไก่เสร็จ เจ้าของร้านก็โทรศัพท์ไปหาลูกค้ารายนั้นทันที บอกว่า ยอดอาหารทั้งหมด 1,104 บาท ทางลูกค้าจึงถามว่า ให้เด็กที่ร้านถือมาส่งได้ไหม ตอนนี้ผมอยู่เซ็นทรัล เดี๋ยวโอนเงินให้ 2,000 บาท เลย
เจอข้อเสนอแบบนี้ เจ้าของร้านคิดในใจว่า ดีแน่นอน เด็ก ๆ ลูกน้องในร้านได้กำไรอื้อซ่า ถือว่าเป็นทิปแล้วกัน แต่ปากเจ้าของร้านกลับบอกว่า "ไม่เป็นไรครับพี่ ร้านบริการส่งให้ได้"
พอไปส่งของ ลูกค้ากลับหาย สุดท้ายนี่คือเรื่องหลอกลวง
จากนั้น ลูกน้อง 2 คน ก็ทิ้งร้านเดินไปส่งข้าวมันไก่ที่จุดนัด เมื่อไปถึงก็โทรศัพท์หาลูกค้าว่าอยู่ตรงไหน ทางนั้นกลับบอกว่า คงหากันไม่เจอ เดี๋ยวให้ลูกน้องเดินไปเอาเองที่ร้าน ดังนั้น ลูกน้องจึงเอาข้าวมันไก่กลับมาที่ร้าน
ผ่านไป 30 นาที ก็ไม่มีใครมารับ พอโทรศัพท์หาอีกครั้ง กลับไม่รับสาย และมีการตัดสายทิ้ง พอโทรศัพท์ไปย้ำ ๆ ก็ปิดเครื่องหนีเลย จึงเข้าใจแล้วว่า กรณีนี้เป็นการสั่งเล่น ๆ กวน ๆ เมื่อเจอแบบนี้ ความรู้สึกของคนขายอยากจะรู้ว่า ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แกล้งกันแบบนี้ไม่สนุกด้วยเลย อย่าให้เห็นเดินผ่านมาแถวร้านนะ จะเอาเขียงสับไก่ฟาดหัวซักที
พ่อค้าคนอื่นแฉกลเม็ดหลอกลวงอีกมุม จนนึกได้ว่า ลูกค้าคนนี้มันร้าย
ด้านพ่อค้าแม่ค้ารายอื่น ๆ ที่เห็นโพสต์ดังกล่าวก็เห็นใจ เพราะอาหารที่ทำเอาไว้ก็คงเท่ากับ 0 ทันที ขาดทุนไปราว ๆ 1,000 บาท บางคนก็เล่าความเสี่ยงอีกมุมว่า อาจเป็นมิจฉาชีพตีเนียนเป็นลูกค้า เสร็จแล้วจะให้แบงก์ปลอมมา เท่ากับว่ามื้อนี้กินฟรี ๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความเห็นให้ระวังมิจฉาชีพ ทำให้เจ้าของร้านนึกความแปลก ๆ ของกรณีดังกล่าวได้อีกเรื่องคือ ตอนนั้นได้เตรียมเงินทอนให้ลูกน้อง สำหรับทอนเงิน 2,000 บาท โดยลูกน้องที่ไปส่งของเป็นผู้ชาย 2 คน พอไปถึงจุดนัด โทรศัพท์หาลูกค้า ทางลูกค้ากลับถามว่า "คนที่มาส่งเป็นผู้หญิงในร้านหรือเปล่า" พอรู้ว่าไม่ใช่ ก็จัดการเบี้ยวนัดเลย แสดงว่าอาจจะมีแผนร้ายอะไรมากกว่านั้น
สำหรับแผนดังกล่าว เจ้าของร้านคาดว่า ถ้าหากคนส่งของเป็นผู้หญิง ลูกค้าอาจจะตีเนียนหลอกเอาเงินทอน โดยอ้างว่า โอนเงิน 2,000 บาท เข้าบัญชีร้านไปแล้ว ฉวยโอกาสที่ลูกน้องกับทางร้านไม่ได้เข้าใจตรงกัน ฉกเงินทอนไปฟรี ๆ นั่นเอง
สืบไปสืบมาจากเบอร์โทรศัพท์ นี่คือมิจฉาชีพชื่อดัง
ทั้งนี้ มีคนนำเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าคนดังกล่าวไปค้นหา คือ 095-292-XXXX แล้วพบว่า เบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวเคยก่อคดีหลอกสั่งอาหารมาแล้ว โดยในครั้งนั้นมีการหลอกสั่งอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในปริมาณมาก ๆ อ้างว่าเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ใกล้ ๆ ร้าน ถ้าอาหารเสร็จเดี๋ยวให้คนเดินไปรับที่ร้าน
ทว่ามิจฉาชีพกลับเปลี่ยนใจ บอกว่า ไม่สะดวกที่จะไปรับเอง ขอให้ทางร้านส่งคนมาส่งของแทน นอกจากนี้ ยังมีการถามค่าอาหาร ทานร้านตอบไปว่า ราคา 1,200 บาท มิจฉาชีพจึงบอกว่า เดี๋ยวจะจ่ายเงินเป็นธนบัตร 1,000 บาท 2 ใบ ดังนั้นทางร้านจึงเตรียมเงินทอนให้ลูกน้องที่ไปส่ง
เมื่อไปถึงที่นัดหมาย มิจฉาชีพก็หลอกว่า อาหารนี้เป็นของคุณหมอ เงินอยู่ที่เขา ฉะนั้นขอเงินทอนมาก่อนได้ไหม จะได้ขึ้นไปเก็บเงินแล้วทอนหมอทีเดียว ทางเด็กในร้านหลงเชื่อก็ให้เงินทอนไป พร้อมกับส่งอาหารไปด้วย สุดท้ายมิจฉาชีพก็หนีหายไป โทรศัพท์ไปก็ปิดเครื่องหนีแล้ว
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด
พบว่า หลังจากที่มิจฉาชีพรับของก็เนียนขึ้นลิฟต์ แล้ววนลงทางบันไดเลื่อน
เดินออกนอกตัวอาคาร ปล่อยให้เด็กในร้านรอเก้อ






