หนุ่มเล่าเรื่องสยองหลังจากกลับจากทริปเที่ยวล่องแพ เจอดีระหว่างทาง
ทั้งโค้งที่มีศาลพระภูมิ-โค้งร้อยศพ จ.ชุมพร ที่ขึ้นชื่อเรื่องอุบัติเหตุ
งานนี้ไม่ได้มาแค่เรื่องเล่า แถมยังทำภาพให้เห็นแบบหลอนสุด ๆ

เรื่องราวลี้ลับเกี่ยวกับการขับรถไปด้วย ดู GPS ไปด้วย
นั้นเป็นเรื่องที่หลายคนประสบพบเจอตามที่เคยได้ยินตามรายการเล่าเรื่องผีบ่อย
ๆ ด้วยความที่ไม่ชินเส้นทาง และด้วยระบบของ GPS
ที่มักจะคำนวณเส้นทางที่เดินทางได้เร็วที่สุด
แต่ไม่ได้คำนวณให้ว่าหนทางข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง
หลายครั้งก็กลายเป็นเรื่องราวขนหัวลุก
ที่ถูกนำมาแชร์เป็นประสบการณ์เหนือธรรมชาติให้ได้รับรู้กัน
เหมือนกับเรื่องราวของคุณโบ๊ท เจ้าของภาพจากเฟซบุ๊ก Sivakorn Boat Krupanid ที่ได้โพสต์เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเขาเล่าว่าตนเองและเพื่อน ๆ ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ จ.ชุมพร จนเจอกับเรื่องราวที่ชวนขนหัวลุก และคุณโบ๊ท ก็ได้นำภาพจาก Google มารีทัชเป็นภาพประกอบเพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าตัวเขาเจอมาในรูปแบบไหน เรียกได้ว่าทั้งเรื่องราว ทั้งภาพที่เห็น เล่นเอาหลอนจนคนแห่แชร์กันเพียบ !
เหมือนกับเรื่องราวของคุณโบ๊ท เจ้าของภาพจากเฟซบุ๊ก Sivakorn Boat Krupanid ที่ได้โพสต์เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเขาเล่าว่าตนเองและเพื่อน ๆ ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ จ.ชุมพร จนเจอกับเรื่องราวที่ชวนขนหัวลุก และคุณโบ๊ท ก็ได้นำภาพจาก Google มารีทัชเป็นภาพประกอบเพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าตัวเขาเจอมาในรูปแบบไหน เรียกได้ว่าทั้งเรื่องราว ทั้งภาพที่เห็น เล่นเอาหลอนจนคนแห่แชร์กันเพียบ !
- บุคคลปริศนา โดดเข้าป่า
คุณโบ๊ทเล่าว่า หลังจากจบทริปล่องแพเดินป่าแล้ว ก็มีเพื่อน ๆ บางส่วนกลับกรุงเทพฯ ส่วนตนและเพื่อนอีกกลุ่ม กำลังจะเดินทางไปพักที่โฮมสเตย์แห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร ระหว่างทางก็เปิด GPS ใน Google Maps ซึ่งในแอปฯ ระบุเวลาที่จะถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ แต่ระหว่างที่ขับรถไป ก็มองเห็นคนอยู่ไกล ๆ ที่ข้างทาง พอขับเข้าไปใกล้ ๆ ก็พบว่าคน ๆ นั้นกระโดดเข้าป่าข้างทางไปดื้อ ๆ ซึ่งคุณโบ๊ทได้ถามเพื่อนว่าเห็นไหม แต่ดูเหมือนว่าทุกคนไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
- GPS คำนวณเส้นทางให้ใหม่ จนไปเจอเส้นทางหลอน กับสิ่งที่หลอนกว่า
คุณโบ๊ทก็ขับรถตาม GPS ไปเรื่อย ๆ แต่แอปฯ ก็คำนวณเส้นทางให้ใหม่ โดยระบุว่าถึงเร็วกว่าเดิมโดยใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาที คุณโบ๊ทจึงถามเพื่อน ๆ ก็ไม่มีใครปฏิเสธ จึงขับรถไปตามเส้นทางใหม่ แต่ยิ่งขับทางก็ยิ่งมืด เป็นทางขึ้นเขา ไม่มีบ้านคน ยิ่งขับก็ยิ่งสูง สูงจนเจอหมอก มีโค้งถี่ ๆ จู่ ๆ เพลงในรถก็ดับ GPS ก็ไม่ทำงานเพราะคาดว่าน่าจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทุกคนในรถเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ไม่ใช่เพราะกลัวผี แต่เพราะกังวลว่าทางนี้มันไปได้จริง ๆ เหรอ กระทั่งเจอด่านทหาร ก็สอบถามได้ความเดินทางต่อไปได้ ข้างหน้าจะเป็นทางปกติแล้ว
หลังจากได้ยินคำตอบจากทหาร คุณโบ๊ทก็เริ่มโล่งใจ แต่มีอยู่โค้งหนึ่งที่มีศาลเจ้าถูกทิ้งตลอดข้างทาง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งไฟหน้ารถสาดไปที่หัวโค้ง คุณโบ๊ทก็เห็นผู้ชายหน้าเหลี่ยม ยืนแลบลิ้นที่ข้างทาง ตอนนั้นคิดไว้แล้วว่าใช่แน่นอน
"ตอนนั้นทุกคนในรถตื่นเพราะผมบอกว่า ช่วยดูให้หน่อยว่าถนนเส้นนี้ชื่อถนนอะไร คนอื่นงงว่าผมให้หาทำไม ในใจตอนนั้นผมไม่อยากพูดอะไรเลย กลัวทุกคนจะกลัว"
- หลอนทวีคูณ คราวนี้ถ้าไม่มีสติอาจถึงแก่ชีวิตได้เลย
คุณโบ๊ท เล่าอีกว่าระหว่างที่ทุกคนกำลังหาชื่อถนน ตนก็เห็นสี่แยกไฟแดง แต่ขับอยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายวิ่งเข้ามาใส่หน้ารถจนตนตกใจหักหลบและจอดรถ รูปพรรณของชายคนนี้คือ ตัวสูง ใส่เสื้อสีขาว มีแถบสีแดง ใส่กางเกงยีนส์ ซึ่งคราวนี้คุณโบ๊ท ไม่ได้เห็นแค่คนเดียว แต่เพื่อนอีกคนหนึ่งก็เห็นด้วย
"ผมรู้สึกโมโหกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ๆ ไม่ได้กลัวแต่รู้สึกว่าถ้ามึงมาแบบนี้มึงตั้งใจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ มึงไม่ได้มาดีพยายามมีสติและขับรถอย่างปลอดภัย ทุกคนในรถตอนนั้นคือเงียบไม่มีการพูดอะไรกันอีก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลาตอนนั้นมันกลายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ๆ ใน google map อีก 10 นาทีถึง มันเหมือนเวลาเป็นชั่วโมง ทุกอย่างมันดูอึมครึม"
- เรื่องเล่าจากปากป้าเจ้าของโฮมสเตย์ ได้ฟังถึงกับขนลุก จนต้องบอกกับสิ่งที่เจอว่าจะทำบุญไปให้
คุณโบ๊ท และเพื่อน ๆ เดินทางถึงโฮมสเตย์อย่างปลอดภัยและเล่าเรื่องราวให้ป้าเจ้าของโฮมสเตย์ฟัง ซึ่งป้าบอกว่าเส้นทางที่คุณโบ๊ทขับมานี้ ช่วงดึก ๆ ไม่มีใครขับกันแล้ว เพราะมีคนเจอดีเยอะมาก มีคนเกิดอุบัติเหตุเพราะถูกตัดหน้าแบบนี้เลย ส่วนโค้งที่มีศาลเยอะ ๆ นั้นคนแถวนี้รู้กันว่ามีผีตรงนั้น ส่วนมากคนที่ตายตรงนั้นเป็นคนนอก
"ทุกคนที่ได้ฟังถึงกับขนลุก พี่ไอซ์กับผมเลยพูดเล่นกันว่า ถ้ามึงมาแบบนี้ถ้าอยากได้บุญให้หวยกูดิ เดี๋ยวกูทำบุญให้ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ผมกลับถูกหวยเลขทะเบียนรถของผม วันต่อมาก็เลยไปทำบุญตามที่บอกกับมันไว้ จะบอกว่าควรมีสติในการเดินทางทุก ๆ ครั้ง เรื่องก็มีเท่านี้แหละครับ"
- เรื่องราวถูกแชร์กระหน่ำ คุณโบ๊ทได้รับลิงก์ข่าวจากรุ่นน้องเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ
งานนี้นอกจากเรื่องเล่าที่มาเป็นตัวหนังสือแล้ว คุณโบ๊ทก็ยังรีทัชภาพขึ้นมาใหม่เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่เขาเจอนั้นเป็นยังไง และยิ่งไปกว่านั้น คุณโบ๊ท ได้คอมเมนต์เพิ่มเติมว่า มีรุ่นน้องนำลิงก์ข่าวอุบัติเหตุที่ขึ้นบริเวณสี่แยกไฟแดง จ.ชุมพร ที่ตนเจอผู้ชายวิ่งใส่หน้ารถ ซึ่งตรงจุดนั้นถูกเรียกว่าโค้งร้อยศพ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย และลิงก์ข่าวที่คุณโบ๊ทได้รับก็เป็นข่าวชายต่างด้าวขับรถมอเตอร์ไซค์ประสานงากับรถกระบะจนเสียชีวิต ซึ่งภาพผู้เสียชีวิตในข่าว ตรงกับรูปพรรณสัณฐานที่คุณโบ๊ทเจอ
แต่อย่างไรก็ตาม คุณโบ๊ทระบุความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวว่า "มีรุ่นน้องส่งมา เพิ่มความขนลุกไปอีก มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ใช้วิจารณญาณนะครับ"


ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Sivakorn Boat Krupanid





