ชาวแม่สายเดือดร้อนหนัก สูดไฮโดรเจนไซยาไนด์มานานนับเดือน กลิ่นเหม็นจนนอนไม่ได้ พบต้นตอมาจากโรงงานเผาอิฐในเมียนมา ส่งกลิ่นโชยลอยตามลมข้ามประเทศ
จากกรณีกลุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชุมชนคนแม่สาย มีการโพสต์ร้องเรียนและขอความช่วยเหลือ หลังประชาชนต้องประสบกับปัญหากลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นเผาลิกไนต์ ลอยคละคลุ้งในอากาศ ประกอบกับลมหนาวพัดเอากลิ่นเหม็นมาในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เนื่องด้วยพื้นที่ตั้งอยู่ใต้ลม ทำให้ช่วงกลางคืนถึงรุ่งเช้าจะมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงมากกว่าเวลากลางวัน
โดยกลิ่นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายหมู่บ้านตามแนวชายแดนในตำบลเกาะช้าง, แม่สาย และเวียงพางคำ ชาวบ้านต้องประสบปัญหาสูดดมกลิ่นเหม็นมานานนับเดือน จนมีการร้องเรียนผ่านเทศบาลแม่สายมิตรภาพและปกครองอำเภอแม่สาย เพื่อพิสูจน์กลิ่น พร้อมกับหน่วยงานสาธารณสุขอำเภอ

สืบพบแล้ว ต้นตอกลิ่นเหม็นมาจากโรงงานเผาอิฐในเมียนมา
ล่าสุด (16 พฤศจิกายน 2565) เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบของหน่วยงานความมั่นคงชายแดนไทย พบว่าแหล่งที่มาของกลิ่นเกิดจากโรงงานเผาอิฐและการเผาปูนขาวของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านดอยสะโท่งบน-ล่าง อำเภอท่าขี้เหล็ก จังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉานตะวันออก ประเทศเมียนมา และอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากด่านศุลกากรพรมแดนแม่สายแห่งที่ 2 ทางตรงประมาณ 6 กิโลเมตร
นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย หลังรับเรื่องร้องเรียนก็ได้ลงพื้นที่ โดยบอกว่ากลิ่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของสาธารณสุขอำเภอ, สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้น ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสวมหน้ากากอนามัย ปิดหน้าต่างประตูให้สนิท เพื่อสูดรับกลิ่นให้น้อยที่สุด และเตรียมพิจารณาเปิดศูนย์ฉุกเฉินทางสุขภาพ (EOC) เพื่อเป็นช่องทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
พร้อมกันนี้ ยังได้เร่งประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชายแดนผ่านชุดประสานงานชายแดนพื้นที่ 1 คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) ในการขอความร่วมมือตรวจสอบเรื่องนี้
กลิ่นที่ชาวบ้านสูดดมเป็นกลิ่นของสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
ผลการตรวจพิสูจน์กลิ่นในเบื้องต้น พบว่า เป็นกลิ่นของสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ (HCN) ผลการวัดค่าจากเครื่อง Multi RAE ได้ 0.5 ppm จากค่าปกติ 0.58 ppm จะมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และผลการตรวจจากเครื่องวัดกลิ่น NASAL วัดค่าได้ 30 โมล จากปกติร่างกายจะรับกลิ่นได้ 4 โมล ซึ่งในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2565 กรมอนามัย จะนำเครื่องตรวจวัดขนาดใหญ่มาดำเนินการตรวจวัดอีกครั้ง
สื่อเมียนมาเผย ชาวบ้านร้องเรียนแล้ว แต่โรงงานไม่ยอมหยุดเผา
สื่อ Shan East News Mandrel ฝั่งเมียนมา รายงานว่า ชาวบ้านในท่าขี้เหล็ก รวมถึงพื้นที่บ้านสะโท่งบน, บ้านสะโท่งล่าง, บ้านเป็งว่า และบ้านผะตินบากง ประสบปัญหาสูดดมกลิ่นเหม็นมานานนับเดือนแล้ว คนในครอบครัวมีอาการนอนไม่ได้ รู้สึกเวียนหัว อาเจียน ซึ่งบางคนมีเลือดปนมาด้วย มีการร้องเรียนในพื้นที่และเข้าไปสอบถามกับโรงงานให้หยุดเผา แต่ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าของโรงงานว่า ขอเผาจนกว่าถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาเป็นวัตถุดิบหมดจึงจะหยุด ซึ่งเป็นเวลาผ่านมาหลายเดือนแล้ว ก็ยังคงมีการเผาถ่านหินอย่างต่อเนื่อง
โรงพยาบาลแม่สาย ช่วยตรวจสอบ พร้อมให้คำแนะนำ
เฟซบุ๊ก Maesai Hospital ของโรงพยาบาลแม่สาย รายงานเพิ่มเติมว่า ผลการตรวจสอบ จากสำนักงานสิ่งแวดล้อม และควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) โดยเครื่อง MultiRAE พบสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide : HCN)
สำหรับสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide : HCN) เป็นแก๊สไม่มีสี มีกลิ่นฉุน (Bitter Almond) เกิดจากการทำปฏิกิริยาของเกลือไซยาไนด์ (Cyanide Salt) กับกรด หากได้รับกลิ่นแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ มึนงง ง่วงซึม สามารถรับคำปรึกษาได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านหรือที่โรงพยาบาลแม่สาย ช่องทางการติดต่อโรงพยาบาลแม่สาย โทร. 053-731300-1 ต่อ 0 และสาธารณสุขอำเภอแม่สาย โทร. 053-713503
ข้อแนะนำในการป้องกันตนเอง
1. สวมหน้ากากอนามัย
2. งดเปิดหน้าต่างในเวลากลางคืนและช่วงที่มีกลิ่น
3. ใช้เครื่องกรองอากาศชนิดกรองสารเคมีได้








