เปิดเรื่องราว ชายวัย 68 ปี มีภรรยา 12 คน และมีลูกถึง 102
คน เจ้าตัวเผยจำชื่อแทบไม่ได้ อยู่กันแออัดใช้ชีวิตลำบาก
เข็ดแล้วไม่ขอมีทายาทเพิ่ม

ภาพจาก BADRU KATUMBA / AFP
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 AFP รายงานเรื่องราวของ มูซา ฮาซาห์ย่า ชายชาวยูกันดา วัย 68 ปี
ซึ่งกำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อดูแลครอบครัวขนาดใหญ่
เนื่องจากเขานั้นมีภรรยา 12 คน และมีลูก 102 คน นอกจากนี้ยังมีหลานจำนวนถึง
578 คน ส่งผลให้เขานั้นตัดสินใจว่าจะไม่มีลูกเพิ่ม
เนื่องจากสมาชิกครอบครัวเท่าที่มีก็เต็มที่แล้ว
ฮาซาห์ย่า อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านบูกิซา ในเขตบูตาเลฆา พื้นที่ชนบทห่างไกลของ ยูกันดาตะวันออก โดยคุณพ่อลูกดกเปิดใจถึงการมีครอบครัวขนาดใหญ่เช่นนี้ว่า ตอนแรกมันดูค่อนข้างตลกดี แต่ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหาแล้ว ด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมของเขา และที่ดินที่เขานั้นมีเพียง 2 เอเคอร์ (ประมาณ 5 ไร่) สำหรับครอบครัวใหญ่เช่นนี้ ทำให้ภรรยาทิ้งเขาไปแล้ว 2 คน เนื่องจากเขาไม่สามารถดูแลปัจจัยพื้นฐาน เช่น อาหาร การศึกษา และเสื้อผ้า ได้เพียงพอ
ฮาซาห์ย่า อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านบูกิซา ในเขตบูตาเลฆา พื้นที่ชนบทห่างไกลของ ยูกันดาตะวันออก โดยคุณพ่อลูกดกเปิดใจถึงการมีครอบครัวขนาดใหญ่เช่นนี้ว่า ตอนแรกมันดูค่อนข้างตลกดี แต่ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหาแล้ว ด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมของเขา และที่ดินที่เขานั้นมีเพียง 2 เอเคอร์ (ประมาณ 5 ไร่) สำหรับครอบครัวใหญ่เช่นนี้ ทำให้ภรรยาทิ้งเขาไปแล้ว 2 คน เนื่องจากเขาไม่สามารถดูแลปัจจัยพื้นฐาน เช่น อาหาร การศึกษา และเสื้อผ้า ได้เพียงพอ
ย้อนไปในปี 2515 ฮาซาห์ย่า แต่งงานกับภรรยาคนแรกตามประเพณีเมื่อทั้งคู่อายุประมาณ 17 ปี ก่อนที่อีก 1 ปีต่อมาทั้งคู่จะมีพยานรักคนแรกคือลูกสาวชื่อ แซนดร้า แน็บไวร์ แต่ด้วยการที่เขาและภรรยามีกันอยู่แค่ 2 คน จึงได้รับคำแนะนำจากทั้งพี่ชาย ญาติ และเพื่อน ๆ ให้มีภรรยาเพิ่ม หวังเพื่อให้มีทายาทอีกเยอะ ๆ เป็นการขยายมรดกของครอบครัวตัวเอง
ในสมัยนั้น ฮาซาห์ย่า ทำอาชีพพ่อค้าซื้อ-ขายวัว และแผงแล่เนื้อ ส่งผลให้เขาได้รับการยอมรับจากผู้คนในละแวก ชาวบ้านบางคนได้เสนอยกลูกสาวให้แต่งงานกับเขา แม้บางรายจะยังอายุไม่ถึง 18 ปีก็ตาม ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายห้ามแต่งกับคนอายุต่ำกว่า 18 ปี นอกจากนี้ตามหลักบางศาสนาของประเทศแถบแอปริกาตะวันออก ก็อนุญาตให้ผู้ชายนั้นแต่งงานและมีภรรยาได้หลายคนอีกด้วย

ภาพจาก BADRU KATUMBA / AFP
จนถึงตอนนี้ ฮาซาห์ย่า มีลูก ๆ จำนวน 102 คน โดยแต่ละคนมีอายุตั้งแต่ 10 ถึง 50 ปี ในขณะที่ภรรยาคนล่าสุดของเขา อายุประมาณ 35 ปี โดยเขายอมรับว่า เรื่องที่ท้าทายก็คือการที่จำชื่อลูกได้แค่ลูกคนแรกกับคนสุดท้าย ตลอดช่วงที่ผ่านมาเขานั้นต้องเก็บสมุดเก่า ๆ จำนวนมาก เนื่องจากด้านนั้นจะบันทึกรายละเอียดที่จำเป็นของลูกแต่ละคนเอาไว้ ส่วนการใช้ชีวิตทั่วไปแม่ของลูก ๆ จะเป็นคนจดจำชื่อลูกแทน
นอกจากจะจำชื่อลูกไม่ได้แล้ว บางทีเขาก็จำชื่อภรรยาบางคนไม่ได้เช่นกัน โดยที่พึ่งหลักของเขาคือ ชาบัน มากิโน่ ลูกชายวัย 30 ปี อาชีพครูสอนชั้นประถมศึกษา ซึ่งเจ้าตัวมีหน้าที่ดูแลกิจการของครอบครัว เนื่องจากลูกชายคนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษา และด้วยการมีครอบครัวขนาดใหญ่มาก ทำให้จำเป็นต้องมีการนัดประชุมครอบครัวทุก ๆ เดือนเพื่อหาทางออกสำหรับข้อโต้แย้งต่าง ๆ ในครอบครัว
ส่วนเรื่องการหาเลี้ยงชีพ บรรดาทายาทของ ฮาซาห์ย่า ส่วนใหญ่จะหารายได้จากการทำงานรับจ้างต่าง ๆ ให้กับเพื่อนบ้าน บ้างก็หารายได้จากการออกหาฟืนหรือออกหาน้ำ โดย ฮาซาห์ย่า จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในกระท่อม เมื่อถึงตอนเที่ยงและอาหารที่เตรียมไว้เสร็จแล้ว เขานั้นจะทำให้ที่กะโกนเรียกสมาชิกในครอบครัวให้มายืนต่อแถวเพื่อรับประทานอาหาร
ด้าน ภรรยาคนที่สาม เปิดเผยว่า อาหารในแต่ละมื้อแทบจะไม่พอกิน พวกเธอถูกสั่งให้เลี้ยงอาหารลูก ๆ แค่วันละครั้ง บางวันที่อากาศดีหน่อยถึงจะได้กิน 2 ครั้ง ยอมรับว่า หากรู้ก่อนหน้าว่า ฮาซาห์ย่า มีภรรยาอยู่แล้ว เธอคงจะไม่ตกลงแต่งงานกับเขาแน่ หลังจากที่ทำใจยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่เธอต้องเจอ เธอกลับพบว่าสามียังคงพาภรรยาเข้ามาเรื่อย ๆ เป็นคนที่ 4 คนที่ 5 จนตอนนี้มี 12 คนแล้ว
อนึ่ง อดีตภรรยา 2 คนทิ้งฮาซาห์ย่า ไปอย่างไม่กลับ และอีก 3 คนย้ายออกไปอยู่หมู่บ้านที่ห่างไป 2 กิโลเมตร เพราะไม่อยากมาอยู่กันอย่างแออัดที่บ้านหลังนี้ เมื่อถูกถามว่าเขาคิดอย่างไรที่เหล่าภรรยาที่เหลือไม่ทอดทิ้งไป ฮาซาห์ย่าตอบว่า พวกเธอนั้นรักฉัน คุณเห็นหรือไม่ว่าพวกเธอนั้นมีความสุข
ขอบคุณข้อมูลจาก AFP