พี่ปล่อยโฮสุดช็อก ! น้องถูกลูก รปภ. ยิงปางตาย เสียชีวิตขณะเรียกร้องความเป็นธรรมกลางรายการ พ่อแม่ผู้ก่อเหตุขอโทษ ไม่คิดว่าจะบานปลาย
จากกรณีลูกชาย รปภ. ไม่พอใจ หลังรู้ว่าพ่อโดนเพื่อนร่วมงานบริษัทเดียวกันทั้งด่าและต่อยกลางถนน คว้าปืนบุกยิงถึงหน้าโรงเรียนอาการปางตาย ก่อนหลบหนี รถกู้ชีพโรงพยาบาลปทุมธานี นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนคาร์ลอส
ล่าสุดในรายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ดำเนินรายการโดย "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ พี่ชาย-พี่สาว-คุณอา "ศักดิ์ชัย" ผู้บาดเจ็บ เผชิญหน้า พ่อ-แม่ "แบงค์" ผู้ก่อเหตุ และ ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล
- เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกชายเอาปืนไปยิงเขา ?
พ่อแบงค์ : วันนั้นเวลาสัก 7 โมงกว่า ผมเดินไปตรวจงาน ไม่มีอะไรก็เดินย้อนกลับมา ผมมองข้ามไปเห็นคุณเจริญกำลังโดนซ้อมอยู่ เป็น รปภ. ฝั่งบริษัท คนบาดเจ็บซ้อม
- คนเจ็บชื่อศักดิ์ชัย คุณเห็นเขาทำร้ายเจริญ เจริญอายุเท่าไหร่ ?
พ่อแบงค์ : 60 กว่ามั้งครับ
- คนทำร้ายอายุเท่าไหร่ ?
พ่อแบงค์ : 38 ทั้งตี ทั้งตบ แล้วมีมีดทำท่าจะแทงเขา ผมก็เดินข้ามไปบอกไอ้หนุ่มทำอะไรลูก ไปทำเขาทำไม เขาแก่แล้ว เขาก็แว้งกลับมาต่อยผมเลย ผมเดินไปฝั่งเขาเพื่อจะห้าม
- ตอนต่อยมีมีดอยู่ในมือ ?
พ่อแบงค์ : มีครับ เขากำด้วย แล้วก็ต่อย ผมก็ถอยออกมา ผมแก่แล้วผมสู้ไม่ได้ แล้วทางฝั่งที่ผมทำงานเขาเรียกว่ามานี่เร็ว ให้หนี ผมก็วิ่งเข้าไป เขาก็เอาผมเข้าไปหลบข้างใน
- พ่ออายุเท่าไหร่ ?
พ่อแบงค์ : 52 หรือ 53 ปีระกา
- ยังไงต่อ ?
พ่อแบงค์ : พอผมเข้าไปแล้ว ไอ้นั่นก็วิ่งมาอีก ผมก็กะออกไปสู้เหมือนกัน เขาก็จับผมไว้ สักพักก็ โทร. หาเมีย บอกว่าคนนั้นเป็นอะไรไม่รู้ มันทำร้ายลุงเจริญ พี่ข้ามไปช่วยเขาก็ต่อยพี่ จะเอามีดแทงพี่ พี่ก็หลบ คนฝั่งเราเรียกให้หลบอยู่ข้างใน
- แม่ทำไง ?
แม่แบงค์ : เขาก็ถามว่ามีเรื่องอะไร พ่อก็บอกว่า รปภ. ทำร้ายตาเปี๊ยก หรือลุงเจริญ เอารองเท้าตบหน้าพี่เปี๊ยก ถุยน้ำลาย พี่เข้าไปห้าม แล้วมันก็ต่อยพี่ จะเอามีดแทงพี่ แต่ไม่โดน พี่ปัดทัน แต่กำลังสู้ไม่ได้หรอก ตัวมันใหญ่ ณ ตอนนั้นไอ้แบงค์ ผู้ก่อเหตุเขาเพิ่งออกเวร เขาเป็น รปภ. อยู่กับพ่อ มันวางกล่องข้าวไม่ได้พูดอะไร สักพักมันออกไป แม่ก็คิดว่าแบงค์ตอนเช้าไปซื้อไก่บ้าง ข้าวเหนียวหมูย่างบ้าง เพื่อกินแล้วอาบน้ำนอน เพราะเขาออกกะมา ไม่รู้เลยว่าเขาไปหาพ่อ
- แบงค์รู้ได้ไงว่าพ่อถูกต่อย ?
แม่แบงค์ : เพราะพ่อเขาโทรศัพท์มาหาแม่ โทรศัพท์แม่รับช่วงมาจากพ่อ ลำโพงไม่ดี ก็จะเปิดลำโพงทุกครั้ง แบงค์คงได้ยินพอดี ตอนออกไปแม่ไม่เห็นว่าเขาถืออะไรออกไปไหม
- ตอนนั้นเขาไปหาพ่อ ?
พ่อแบงค์ : ผมยังหลบอยู่ข้างใน แล้วคนเจ็บก็น่าจะไปต่อยลุงเจริญต่อ
- บ้านพ่อกับแบงค์ไกลกันไหม ?
แม่แบงค์ : ไม่ไกล ประมาณ 10-15 นาที
- แสดงว่าต้องมีเรื่องกัน 10 นาที ตอนนั้น หลังพ่อ โทร. ไปบอกแม่ แล้วแบงค์เดินมา ?
แม่แบงค์ : แบงค์ขี่รถมาค่ะ
- ตอนมาพ่อเจอแบงค์ไหม ?
พ่อแบงค์ : ผมไม่เจอ แต่รู้เพราะเขากรี๊ดกันแล้วผมวิ่งออกมา
- พ่อได้ยินเสียงปืนไหม ?
พ่อแบงค์ : ผมไม่ได้ยิน เพราะเขามีอบรมดับเพลิง เอา อบต.มาดับเพลิง เป็นจังหวะรถ อบต. เข้ากันพอดี ผมก็อยู่กับคุณครูด้านใน เขาก็เจี๊ยวจ๊าวกัน
- ระหว่างพักเบรก รพ. ติดต่อมาหาพี่สาวผู้บาดเจ็บ เขาบอกว่ายังไง ?
พี่สาวศักดิ์ชัย : เขาจะให้ไป รพ. เพราะตอนนี้หัวใจเต้นอ่อนลง
- ทางนี้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : เฝ้าน้องที่ รพ. ตั้งแต่เกิดเหตุ ยันมืด ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอะไรสักอย่าง ตร. สภ.ปากคลองรังสิต ไม่ได้ไปเลย
- ญาติได้ทราบเรื่องไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : เรื่องที่เล่าทางญาติไม่สามารถบอกข้อเท็จจริงได้เลย ว่าเป็นยังไง เพราะคนของเราเจ็บ แล้วไม่มีใครสามารถพูดได้ว่าเราถูกเราผิด แต่สังคมตัดสินเราไปแล้วว่าเรากร่าง สมควรแล้ว เป็นเด็กไม่ดี แต่ต้นสายปลายเหตุที่น้องชายไปหาเรื่องเขา หรือทะเลาะกันคืออะไร ไม่มีใครสอบถามฝั่งเราเลย
- เราพอทราบไหม ต้นสายปลายเหตุที่ไปมีเรื่องกับคุณเจริญคืออะไร ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : ที่ทราบเพราะป้าไปโรงพัก เจอลุงที่โดนทำร้าย ลุงเจริญมาขอโทษว่าไม่คิดว่าเหตุการณ์จะแรงขนาดนี้ จริง ๆ แล้วลุงผิด ลุงพูดกับน้องแรงไป บอกว่ามึงทำแบบนี้ก็เละเทะกันหมดแล้ว ไปด่าศักดิ์ชัย ต้นเหตุคือศักดิ์ชัยจะขอเปลี่ยนกะให้มาอยู่กับเพื่อน เนื่องจากศักดิ์ชัยเดินจากบ้านมาทำงานทุกวัน เพื่อให้อยู่กะเดียวกับเพื่อนเพื่ออาศัยรถเพื่อนกลับบ้าน ลุงเขาบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ต้องอยู่กับกู งั้นก็เละเทะกันหมด นี่ที่ลุงคุยกับเราที่โรงพักนะ แต่พอมาฟังจากสื่อมันไม่ใช่เลย
- ลุงพูดกับสื่อยังไง ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : ถุยน้ำลายบ้าง ตบหน้าบ้าง เอามีดไล่แทงบ้าง ผมจะบอกว่าน้องผมเป็นคนตัวใหญ่มาก ถ้าสี่คนมีมีดก็เอาเขาไม่อยู่ ตายหมดถ้ารุ่นเดียวกันนะ ถ้าเขามีมีดเขาแทงตายหมด ผมไม่ได้บอกว่าน้องผมเป็นคนดี เขาเกเรเลยแหละ เขาเป็นหัวโจกในย่านนั้นเลย แต่เขาไม่ยุ่งกับใคร อยู่บ้านอย่างเดียว อยู่กับแม่เป็นห่วงแม่ ก่อนมาทำงาน เขาบอกเขาจะเลี้ยงแม่ จะเป็นคนดีแล้ว ผมจะไม่เกเรแล้ว แม่อยู่บ้านอย่างเดียว เขาอยู่บ้านไม่ทำงานมา 4 ปี แต่ 4-5 วันตัดสินใจออกมาทำงาน ไม่เคยฉีดวัคซีนโควิด ออกมาทำงานนี้ก็ฉีดวัคซีน ทำเองหมดเพื่อเลี้ยงดูแม่ สงสารแม่
พี่สาวศักดิ์ชัย : (ร้องไห้)
- เรามองไม่เป็นธรรม หลานเราเป็นตายเท่ากัน ?
อาศักดิ์ชัย : (ร้องไห้) เรื่องจริงเลย
พี่ชายศักดิ์ชัย : นัดหนึ่งเข้าขมับเลย มีผู้หวังดีคนหนึ่งเขาดูโทรทัศน์ตอนห้าทุ่มกว่า เขาส่งรูปมาให้ผมเลย บอกว่าไม่เป็นความจริง ที่บอกว่าเอามีดไปไล่แทงเขาแล้วเขายิง หลังเกิดเหตุทันที ไม่มีใครยุ่งกับเขา ร้อยเวรยังไม่เข้าเลย
ทนายแก้ว : ถ้าดูจากรูปสภาพแวดล้อมไม่มีมีดจริง ๆ
พี่ชายศักดิ์ชัย : อีกอย่าง ตอนน้องผมเดินไป ทางโน้นเขาตะโกนท้า คนอย่างมึงต้องเจอกับกูนี่ น้องผมก็เดินไป หันหลังสามก้าวเขาก็ยิง
- เป็นอีกหนึ่งหลักฐานเหมือนกัน ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : รูปตอนปฐมพยาบาล เข้าหัว เข้าตา แก้ม โดนตรงหัวใจ เข้าขมับ
- เป็นลูกซอง ?
พ่อแบงค์ : ผมไม่ทราบ
พี่ชายศักดิ์ชัย : ญาติไม่ได้แจ้งความใครเลย แต่เรื่องที่ผมตัดสินใจกันออกมา เพราะขอความเป็นธรรมให้น้อง อยากให้สังคมพิจารณาดูดี ๆ ก่อน
- จะบอกว่าข่าวที่ออกมาฟังจากมุมเดียว คือมุมคนยิง ฝั่งลุงเจริญ แต่ลุงเจริญพูดกับคุณอีกอย่างเลย ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : เขาไม่พูดถึงมีดด้วยซ้ำครับ
- ทนายแก้ว ตรงนี้ยังไง ?
ทนายแก้ว : กรณีศักดิ์ชัยกับลุงเจริญก็ว่าเป็นกรณีไป แต่ตัวคุณลุงถูกทำร้าย แล้วลูกชายมาทีหลัง จะมีกฎหมายมาเกี่ยวข้อง 2 เรื่อง คือบันดาลโทสะกับป้องกัน กรณีบันดาลโทสะ ลูกชายจะอ้างบันดาลโทสะไม่ได้ ถ้าอยู่ด้วยกันบุคคลใดบุคคลหนึ่งอ้างบันดาลโทสะได้ แต่กรณีนี้พ่อกับลูกอยู่คนละที่กัน อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ครับ
- อยู่ในสายกับ "ลุงเปี๊ยก เจริญ" วันนั้นเหตุการณ์แรกที่มีการชกต่อยกัน เกิดอะไรขึ้น ?
ลุงเปี๊ยก : มีเรื่องก่อนชกต่อย แต่เขาทำท่าจะต่อยแต่ไม่ได้ต่อย วันเสาร์ผมจัดตารางให้เขาทำงานมากะเย็นวันแรกคู่กับผม ปกติก็เข้างานสองคน แต่วันเสาร์-อาทิตย์โรงงานหยุด รปภ. หยุดกึ่งหนึ่ง มี 4 คน ก็เหลือ 2 คน กะเช้าคนหนึ่ง กะเย็นคนหนึ่ง กะเช้าผมอยู่ กะเย็นเป็นสมหมาย ผมเปลี่ยนให้คุณศักดิ์ชัยเข้ากะเย็น เพราะศักดิ์ชัยเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ได้แค่ 2-3 วัน ผมคิดว่าผมจะมาชี้แนะในงาน ผมก็บอกอย่างนั้น ทีนี้คุณสมหมายไปอยู่กะเช้าวันอาทิตย์
- ที่มีเรื่องกับศักดิ์ชัย ?
ลุงเปี๊ยก : วันที่ 21 ผมมารับกะ ศักดิ์ชัยมาถามผมว่าทำไมเข้ากะเย็นตลอด เนื่องจากวันเสาร์ที่เราตกลงกัน เขาบอกจะเข้ากะเย็นตลอด แต่วันนี้เขาเปลี่ยนไป เขาบอกไม่ได้เข้ากะเย็น ผมก็ถามคุณจะเอายังไง จะยอมเปลี่ยนกะเมื่อไหร่ยังไง เขาถามว่าจะให้เข้ากะไหน ผมบอกให้เข้ากะเย็น เขาก็ยิ้มแล้วตบหน้าผม ค้ำคอผม ดันผม น้ำลายรดหน้าผม ผมก็ไม่ติดใจอะไร แต่ผมถามว่าคุณจะเอายังไง จะเปลี่ยนกะไหม ผมก็บอกว่าให้เข้ากะเย็นก่อนเพราะคุณยังไม่สรุปเลยว่าจะเข้ากะไหน เขาก็ไม่พอใจ พอจะกลับบ้าน เขาตามเข้าไปในป้อม แล้วเข้าไปทำร้ายผม ผมไม่ได้ต่อสู้เลยนะ ทั้งตบหน้าทั้งต่อย ใช้อาวุธ
- มีมีดไหม ?
ลุงเปี๊ยก : มีมืด แต่เอามีดทำท่าจะฟันแล้วตีหัวตีหน้าผม เขามีมีด จะแทงเลยแหละ ช่วงนี้คุณบอยเขาเห็นก็เลยเข้ามาห้าม
- พ่อบอยเห็นมีดใช่ไหม ?
พ่อแบงค์ : ครับ ที่ผมเดินข้ามไปช่วย
- ตอนที่แบงค์มายิง มีดอยู่ในมือเขาตลอดไหม ?
ลุงเปี๊ยก : ก็น่าจะอยู่กับเขาตลอดครับ
- ญาติคุณศักดิ์ชัยเปิดภาพให้ดูเมื่อสักครู่นี้ ในมือไม่มีมีด ?
ลุงเปี๊ยก : ตอนเขามาหาผม เขาไม่มีมีด เขาซ่อนอยู่หลังแขน ช่วงมาหาก็มีมีดโผล่มาเลย
ทนายแก้ว : กรณีระหว่างคุณศักด์ชัยกับเจริญก็ไปว่ากันอย่างที่ผมพูด แต่แบงค์ยิงเพราะป้องกันกรณีที่ฝั่งนี้มีมีดจะเข้ามาแทง ก็ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ก่อนว่าฝั่งนี้มีมีดจริง ๆ แล้วยิงไปตรงนี้ต้องดูว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่เกินกว่าเหตุ ถ้าป้องกันไม่เกินกว่าเหตุแบงค์ก็ไม่มีความผิด แต่กรณีแบงค์ขับรถตามมาช่วยพ่อถือเป็นการบันดาลโทสะหรือไม่ กฎหมายมองว่าขาดช่วงไปแล้วครับ แต่ถ้าแบงค์อยู่กับพ่อบอย แล้วศักดิ์ชัยมาทำร้ายพ่อบอย แล้วแบงค์โมโหแทน เดี๋ยวนั้นเลย แบบนี้แบงค์อ้างได้ว่าบันดาลโทสะครับ
- แต่แบงค์มาจากที่อื่น แล้วพ่อบอยไม่ได้ถูกต่อยด้วย พอแบงค์มาถึงไม่รู้เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น แบงค์ยิงเลย ?
ทนายแก้ว : แบบนี้อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ แบงค์อ้างได้กรณีที่ศักดิ์ชัยวิ่งถือมีดมาแทง แต่แน่นอน มีดกับปืน ปืนสูงกว่าอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูมูลเหตุด้วยว่าเขายิงเพื่ออะไร การยิงปืนลูกซองอาจไม่ได้หวังผลมาก แต่กระสุนมันกระจาย ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป
- แม่บอกว่าแบงค์ปืนลั่น ?
แม่แบงค์ : ค่ะ
ทนายแก้ว : ฝั่งศักดิ์ชัยที่เป็นผู้ถูกยิงเอง ฝั่งมายิงถ้าตระเตรียมมา ก็มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยการตระเตรียม มีโทษประหารชีวิตครับ การพกพาปืนมาในที่สาธารณะก็จะมีโทษอีกโทษหนึ่ง แต่ฝั่งแบงค์เองจะต่อสู้ว่าตัวเองป้องกันหรือไม่ ต้องไปดูข้อเท็จจริงกันอีกที
- แม่บอกว่าแบงค์ไม่เจตนา ปืนลั่น ?
แม่แบงค์ : ใช่ค่ะ ตอน ตร. เขาไปชาร์จ เขา โทร. หาแม่ แม่เลยถามว่ามึงอยู่ไหน เขาบอกอยู่แถวนี้แหละ หนูจะมอบตัว ก็ถามว่ามึงยิงเขาจริงเหรอ เขาบอกว่าจริงแม่ แต่ไม่ได้เจตนาหนีนะแม่ ก็บอกว่างั้น โทร. หาพี่ที่เป็น ตร. เจ้าของคดี มอบตัวดีกว่าให้เขาออกหมายจับ สักพัก 10 นาที น้องมา ตร. ก็ชาร์จน้อง เขาก็ถามแบงค์มึงยิงอะไร เขาบอกไม่เจตนาจะยิง เหมือนจังหวะเขาวิ่งมา มีดห่อผ้า พอสะบัดผ้าแล้วเห็นมีด หันมาหาผม ผมก็ชักขึ้น ผมไม่ได้ยิงเหมือนมันกระจาย เหมือนปืนลั่น ตร. ก็คุมมันไปโรงพักเลย
- อาว่ายังไง ?
อาศักดิ์ชัย : ที่รู้ตามหาเขา หนูไป 8 โมงกว่าแล้ว เขา โทร. แจ้ง ตอนแรกคิดว่าหลานอีกคนหนึ่งนามสกุลเหมือนกัน แฟน โทร. มาบอกว่าเธอรู้เปล่า บอลถูกยิง เราก็ไม่รู้ว่าหลานไปทำงาน ก็ถามว่าถูกยิงได้ไง เราก็บิดไปหาเลย ก็ถามลุงที่มีเรื่องกันก่อนว่าตรงไหนที่มีการยิงกัน เขาบอกไม่รู้ ๆ ไปถามคนอื่นเลย เขาไล่หนูแบบนี้ เราก็อ้าว แล้วตกลงตรงไหน ก็ถามร้อยเวร ตร. ว่าโดนยิงตรงไหน ก็ถามว่าคนยิงไปไหนแล้ว เขาบอกหนีไปแล้ว ไม่รู้ด้วยว่ารู้จักกัน
- ตอนนี้จะเอายังไง ?
อาศักดิ์ชัย : เราต้องการความถูกต้อง ที่บอกว่าชาร์จตัวก็ไม่ใช่ เขาหนีไปจน ตร. ตาม
แม่แบงค์ : ไม่จริง มอบตัว ไปตามที่บ้าน
อาศักดิ์ชัย : ถ้ามอบตัวต้องรออยู่ที่เกิดเหตุ
ทนายแก้ว : กรณีที่คุณป้าพูดมอบตัวคือเขาติดต่อไป ตร. ยังไม่ออกหมายจับ กระบวนการนี้เขาเรียกว่ามอบตัว ส่วนการนั่งรอจนถึงเวลา ตร. มาจับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อาศักดิ์ชัย : ตรงนี้ไม่ติดใจแล้วค่ะ แต่หนูอยากให้ ตร. ดำเนินการให้เราหายข้องใจ ให้ความเป็นธรรมกับเราบ้าง ตอนนี้หนูไม่ได้แจ้งเขานะ เขาเป็นฝ่ายออกข่าวออกทุกอย่าง ทำไมถึงไม่ถนอมน้ำใจคนสูญเสียบ้าง อยากให้ความเป็นธรรมฝั่งหนูบ้าง การถืออาวุธไปในที่สาธารณะหนูก็รับไม่ได้ หนูบอกว่าพี่หนูไม่ขออะไรเลย หนูขอคดีอาวุธปืน สามารถพกมาสถานที่แบบนี้ได้เหรอ ถ้าคุณคิดว่าป้องกันตัวยิงระงับเหตุ ทำไมไม่ยิงขามันล่ะ ไม่ยิงจากเอวลงไปเราจะไม่เสียใจเลย แต่นี่จากหน้าอกขึ้นหน้า มันไม่มีโอกาสให้เราได้เห็นเขาอีก ได้ตักเตือน ได้สอนเขา นั่นคือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ไหมพี่ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบพวกหนู ทำไมไม่ยิงจากล่างลงมาล่ะ จะไม่เสียใจ จะไม่ว่าอะไรสักคำ
ทนายแก้ว : อยากฝากว่า มีดก็ห้ามพกเหมือนกัน ถือว่าเป็นการพกพาอาวุธไปเหมือนกัน ถ้าสมัครใจทะเลาะวิวาท ไม่สามารถอ้างป้องกันและบันดาลโทสะได้เลย หลักกฎหมายชัดเจน อันนี้ถ้าดูจากทรงแล้ว ไม่น่าสมัครใจทะเลาะวิวาท ถือเป็นการป้องกันไหม กรณีแบงค์ยิงไป จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจดูผลการกระทำ ดูว่าเขาบาดเจ็บ เสียชีวิตหรือเปล่า ส่วนมูลเหตุจูงใจ แบงค์ต้องนำสืบให้ได้ว่าปืนลั่นหรือไม่ปืนลั่น แต่ตอนนี้ ตร. ตั้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่า หรือฆ่าโดยการไตร่ตรองก่อน หลักการเป็นอย่างนั้น แต่อยากคิดว่าส่วนผู้ใหญ่มาแล้ว น่าจะลองคุยกัน เพราะมีค่าเสียหายส่วนแพ่งด้วย ถ้าฝั่งนี้เสียชีวิต ในอนาคตถ้าเป็นอะไรไป การกระทำนี้เป็นการกระทำผิดคดีอาญา คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกัน ทางฝั่งพี่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายเขาด้วย ต้องพูดจาประนีประนอมกัน
- พี่สาวจะพูดอะไร ?
พี่สาวศักดิ์ชัย : น้องเสียแล้วค่ะ (ร้องไห้) ล่าสุด โทร. มาเมื่อกี้ (ร้องไห้)
พ่อแบงค์ : เสียใจด้วยนะลูกนะ
แม่แบงค์ : ขอโทษนะลูก ขอโทษนะ
พี่สาวศักดิ์ชัย : อย่างที่บอก หนูสัญญากับเขาไว้ว่าให้เขาหลับให้สบาย ไม่ต้องมีจิตโกรธแค้นใคร (ร้องไห้) เราจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ในส่วนที่ถูก ส่วนไหนที่ผิดก็ว่ากันไปตามผิด
อาศักดิ์ชัย : หมดเวรหมดกรรม (ร้องไห้)
พี่สาวศักดิ์ชัย : กับคุณลุงเจริญ เมื่อวานหนูก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษ ขออโหสิกรรมแทนน้องไปแล้วในส่วนที่น้องทำผิด ถ้าลุง (พ่อแบงค์) เป็นคนยิงหรือแทงน้องตายหนูจะไม่ติดใจอะไรเลย ถือว่าเขาพอกัน แต่อันนี้ลุงบอกว่าลุงจะมาระงับเหตุ มาช่วย แต่ทำไมไม่มาแจ้งความ ไม่แจ้ง ตร.
พ่อแบงค์ : ก็มันต่อยแล้วมันจะแทง ผมจะไปห้ามยังไง
พี่สาวศักดิ์ชัย : แต่ลุงกลับ โทร. ไปบอกแฟนลุง แต่ไม่เป็นไร ไม่ได้อยากจะมาเถียงอะไร
- แทนที่จะ โทร. บอกเมีย ทำไมไม่โทรแจ้งตำรวจ ?
พ่อแบงค์ : คนข้างในเขามีคนแจ้งอยู่แล้ว
พี่สาวศักดิ์ชัย : หนูเชื่อว่าที่น้องหนูจากไปตอนนี้ พวกหนูไม่ได้รับรู้เหตุการณ์อะไรเลย ทุกคนก็ตัดสินไปแล้วว่าคนที่ยิงมาช่วยพ่อ มาเห็นพ่อถูกทำร้ายอยู่ แต่ที่จริงไม่เห็น ลุงก็พูดเองว่าตอนลูกลุงมา ลุงอยู่ในโรงเรียน เห็นอาการเขายังไงก็ไม่รอดอยู่แล้ว เป็นปืนลูกซอง ยิงไปหนึ่งแต่มันกระจาย ในหัวสมองมีสามลูกที่เห็นชัด ๆ ในตัวมันเรืองแสงไปหมด หมอบอกว่านับไม่ถ้วน ไม่สามารถผ่าออกได้ ตายแน่ ๆ แต่เขาจะอยู่กับเราได้กี่วัน ตอนนี้เขาก็ไปแล้ว หนูบอกเขาตลอดให้หลับให้สบาย ไม่ต้องมีจิตอาฆาตใคร (ร้องไห้) ส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่กฎหมาย อันไหนถูกก็ว่ากันไปตามถูก อันไหนผิดก็ว่ากันไปตามผิด หนูยอมรับทุกอย่าง น้องหนูเกเร ไม่ได้เป็นคนดี เป็นคนใจร้อน แต่ที่อยากจะบอกถ้าน้องหนูมีมีดจริง จากที่รู้จักเขา ต้องมีคนโดนแทงค่ะ
- มีใครได้รับบาดเจ็บหมวันนั้น ?
พ่อแบงค์ : ผมหลบได้ครับ
แม่แบงค์ : น้าขอโทษนะ ขอโทษนะ
พี่สาวศักดิ์ชัย : (ร้องไห้)
- ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว ระหว่างที่ญาติมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เขาบอกว่าอาจมีอีกมุมมองก็ได้ อย่ามองมุมเดียว ฝั่งผู้ก่อเหตุก็เสียใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะบานปลายขนาดนี้ ?
แม่แบงค์ : ถามว่าคนเป็นพ่อ-แม่อยากให้ลูกไปติดคุกไหม พ่อเขายังพูดว่าถ้าไม่ โทร. หาแม่ วันนี้ลูกก็ไม่ติดคุก (ร้องไห้)
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
![ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ญาติ รปภ ถูกยิง ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม]()
จากกรณีลูกชาย รปภ. ไม่พอใจ หลังรู้ว่าพ่อโดนเพื่อนร่วมงานบริษัทเดียวกันทั้งด่าและต่อยกลางถนน คว้าปืนบุกยิงถึงหน้าโรงเรียนอาการปางตาย ก่อนหลบหนี รถกู้ชีพโรงพยาบาลปทุมธานี นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนคาร์ลอส
ล่าสุดในรายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ดำเนินรายการโดย "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ พี่ชาย-พี่สาว-คุณอา "ศักดิ์ชัย" ผู้บาดเจ็บ เผชิญหน้า พ่อ-แม่ "แบงค์" ผู้ก่อเหตุ และ ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล
- เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกชายเอาปืนไปยิงเขา ?
พ่อแบงค์ : วันนั้นเวลาสัก 7 โมงกว่า ผมเดินไปตรวจงาน ไม่มีอะไรก็เดินย้อนกลับมา ผมมองข้ามไปเห็นคุณเจริญกำลังโดนซ้อมอยู่ เป็น รปภ. ฝั่งบริษัท คนบาดเจ็บซ้อม
- คนเจ็บชื่อศักดิ์ชัย คุณเห็นเขาทำร้ายเจริญ เจริญอายุเท่าไหร่ ?
พ่อแบงค์ : 60 กว่ามั้งครับ
- คนทำร้ายอายุเท่าไหร่ ?
พ่อแบงค์ : 38 ทั้งตี ทั้งตบ แล้วมีมีดทำท่าจะแทงเขา ผมก็เดินข้ามไปบอกไอ้หนุ่มทำอะไรลูก ไปทำเขาทำไม เขาแก่แล้ว เขาก็แว้งกลับมาต่อยผมเลย ผมเดินไปฝั่งเขาเพื่อจะห้าม
- ตอนต่อยมีมีดอยู่ในมือ ?
พ่อแบงค์ : มีครับ เขากำด้วย แล้วก็ต่อย ผมก็ถอยออกมา ผมแก่แล้วผมสู้ไม่ได้ แล้วทางฝั่งที่ผมทำงานเขาเรียกว่ามานี่เร็ว ให้หนี ผมก็วิ่งเข้าไป เขาก็เอาผมเข้าไปหลบข้างใน
- พ่ออายุเท่าไหร่ ?
พ่อแบงค์ : 52 หรือ 53 ปีระกา
- ยังไงต่อ ?
พ่อแบงค์ : พอผมเข้าไปแล้ว ไอ้นั่นก็วิ่งมาอีก ผมก็กะออกไปสู้เหมือนกัน เขาก็จับผมไว้ สักพักก็ โทร. หาเมีย บอกว่าคนนั้นเป็นอะไรไม่รู้ มันทำร้ายลุงเจริญ พี่ข้ามไปช่วยเขาก็ต่อยพี่ จะเอามีดแทงพี่ พี่ก็หลบ คนฝั่งเราเรียกให้หลบอยู่ข้างใน
- แม่ทำไง ?
แม่แบงค์ : เขาก็ถามว่ามีเรื่องอะไร พ่อก็บอกว่า รปภ. ทำร้ายตาเปี๊ยก หรือลุงเจริญ เอารองเท้าตบหน้าพี่เปี๊ยก ถุยน้ำลาย พี่เข้าไปห้าม แล้วมันก็ต่อยพี่ จะเอามีดแทงพี่ แต่ไม่โดน พี่ปัดทัน แต่กำลังสู้ไม่ได้หรอก ตัวมันใหญ่ ณ ตอนนั้นไอ้แบงค์ ผู้ก่อเหตุเขาเพิ่งออกเวร เขาเป็น รปภ. อยู่กับพ่อ มันวางกล่องข้าวไม่ได้พูดอะไร สักพักมันออกไป แม่ก็คิดว่าแบงค์ตอนเช้าไปซื้อไก่บ้าง ข้าวเหนียวหมูย่างบ้าง เพื่อกินแล้วอาบน้ำนอน เพราะเขาออกกะมา ไม่รู้เลยว่าเขาไปหาพ่อ
- แบงค์รู้ได้ไงว่าพ่อถูกต่อย ?
แม่แบงค์ : เพราะพ่อเขาโทรศัพท์มาหาแม่ โทรศัพท์แม่รับช่วงมาจากพ่อ ลำโพงไม่ดี ก็จะเปิดลำโพงทุกครั้ง แบงค์คงได้ยินพอดี ตอนออกไปแม่ไม่เห็นว่าเขาถืออะไรออกไปไหม
- ตอนนั้นเขาไปหาพ่อ ?
พ่อแบงค์ : ผมยังหลบอยู่ข้างใน แล้วคนเจ็บก็น่าจะไปต่อยลุงเจริญต่อ
- บ้านพ่อกับแบงค์ไกลกันไหม ?
แม่แบงค์ : ไม่ไกล ประมาณ 10-15 นาที
- แสดงว่าต้องมีเรื่องกัน 10 นาที ตอนนั้น หลังพ่อ โทร. ไปบอกแม่ แล้วแบงค์เดินมา ?
แม่แบงค์ : แบงค์ขี่รถมาค่ะ
- ตอนมาพ่อเจอแบงค์ไหม ?
พ่อแบงค์ : ผมไม่เจอ แต่รู้เพราะเขากรี๊ดกันแล้วผมวิ่งออกมา
- พ่อได้ยินเสียงปืนไหม ?
พ่อแบงค์ : ผมไม่ได้ยิน เพราะเขามีอบรมดับเพลิง เอา อบต.มาดับเพลิง เป็นจังหวะรถ อบต. เข้ากันพอดี ผมก็อยู่กับคุณครูด้านใน เขาก็เจี๊ยวจ๊าวกัน
- ระหว่างพักเบรก รพ. ติดต่อมาหาพี่สาวผู้บาดเจ็บ เขาบอกว่ายังไง ?
พี่สาวศักดิ์ชัย : เขาจะให้ไป รพ. เพราะตอนนี้หัวใจเต้นอ่อนลง
- ทางนี้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : เฝ้าน้องที่ รพ. ตั้งแต่เกิดเหตุ ยันมืด ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอะไรสักอย่าง ตร. สภ.ปากคลองรังสิต ไม่ได้ไปเลย
- ญาติได้ทราบเรื่องไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : เรื่องที่เล่าทางญาติไม่สามารถบอกข้อเท็จจริงได้เลย ว่าเป็นยังไง เพราะคนของเราเจ็บ แล้วไม่มีใครสามารถพูดได้ว่าเราถูกเราผิด แต่สังคมตัดสินเราไปแล้วว่าเรากร่าง สมควรแล้ว เป็นเด็กไม่ดี แต่ต้นสายปลายเหตุที่น้องชายไปหาเรื่องเขา หรือทะเลาะกันคืออะไร ไม่มีใครสอบถามฝั่งเราเลย
- เราพอทราบไหม ต้นสายปลายเหตุที่ไปมีเรื่องกับคุณเจริญคืออะไร ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : ที่ทราบเพราะป้าไปโรงพัก เจอลุงที่โดนทำร้าย ลุงเจริญมาขอโทษว่าไม่คิดว่าเหตุการณ์จะแรงขนาดนี้ จริง ๆ แล้วลุงผิด ลุงพูดกับน้องแรงไป บอกว่ามึงทำแบบนี้ก็เละเทะกันหมดแล้ว ไปด่าศักดิ์ชัย ต้นเหตุคือศักดิ์ชัยจะขอเปลี่ยนกะให้มาอยู่กับเพื่อน เนื่องจากศักดิ์ชัยเดินจากบ้านมาทำงานทุกวัน เพื่อให้อยู่กะเดียวกับเพื่อนเพื่ออาศัยรถเพื่อนกลับบ้าน ลุงเขาบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ต้องอยู่กับกู งั้นก็เละเทะกันหมด นี่ที่ลุงคุยกับเราที่โรงพักนะ แต่พอมาฟังจากสื่อมันไม่ใช่เลย
- ลุงพูดกับสื่อยังไง ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : ถุยน้ำลายบ้าง ตบหน้าบ้าง เอามีดไล่แทงบ้าง ผมจะบอกว่าน้องผมเป็นคนตัวใหญ่มาก ถ้าสี่คนมีมีดก็เอาเขาไม่อยู่ ตายหมดถ้ารุ่นเดียวกันนะ ถ้าเขามีมีดเขาแทงตายหมด ผมไม่ได้บอกว่าน้องผมเป็นคนดี เขาเกเรเลยแหละ เขาเป็นหัวโจกในย่านนั้นเลย แต่เขาไม่ยุ่งกับใคร อยู่บ้านอย่างเดียว อยู่กับแม่เป็นห่วงแม่ ก่อนมาทำงาน เขาบอกเขาจะเลี้ยงแม่ จะเป็นคนดีแล้ว ผมจะไม่เกเรแล้ว แม่อยู่บ้านอย่างเดียว เขาอยู่บ้านไม่ทำงานมา 4 ปี แต่ 4-5 วันตัดสินใจออกมาทำงาน ไม่เคยฉีดวัคซีนโควิด ออกมาทำงานนี้ก็ฉีดวัคซีน ทำเองหมดเพื่อเลี้ยงดูแม่ สงสารแม่
พี่สาวศักดิ์ชัย : (ร้องไห้)
- เรามองไม่เป็นธรรม หลานเราเป็นตายเท่ากัน ?
อาศักดิ์ชัย : (ร้องไห้) เรื่องจริงเลย
พี่ชายศักดิ์ชัย : นัดหนึ่งเข้าขมับเลย มีผู้หวังดีคนหนึ่งเขาดูโทรทัศน์ตอนห้าทุ่มกว่า เขาส่งรูปมาให้ผมเลย บอกว่าไม่เป็นความจริง ที่บอกว่าเอามีดไปไล่แทงเขาแล้วเขายิง หลังเกิดเหตุทันที ไม่มีใครยุ่งกับเขา ร้อยเวรยังไม่เข้าเลย
ทนายแก้ว : ถ้าดูจากรูปสภาพแวดล้อมไม่มีมีดจริง ๆ
พี่ชายศักดิ์ชัย : อีกอย่าง ตอนน้องผมเดินไป ทางโน้นเขาตะโกนท้า คนอย่างมึงต้องเจอกับกูนี่ น้องผมก็เดินไป หันหลังสามก้าวเขาก็ยิง
- เป็นอีกหนึ่งหลักฐานเหมือนกัน ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : รูปตอนปฐมพยาบาล เข้าหัว เข้าตา แก้ม โดนตรงหัวใจ เข้าขมับ
- เป็นลูกซอง ?
พ่อแบงค์ : ผมไม่ทราบ
พี่ชายศักดิ์ชัย : ญาติไม่ได้แจ้งความใครเลย แต่เรื่องที่ผมตัดสินใจกันออกมา เพราะขอความเป็นธรรมให้น้อง อยากให้สังคมพิจารณาดูดี ๆ ก่อน
- จะบอกว่าข่าวที่ออกมาฟังจากมุมเดียว คือมุมคนยิง ฝั่งลุงเจริญ แต่ลุงเจริญพูดกับคุณอีกอย่างเลย ?
พี่ชายศักดิ์ชัย : เขาไม่พูดถึงมีดด้วยซ้ำครับ
- ทนายแก้ว ตรงนี้ยังไง ?
ทนายแก้ว : กรณีศักดิ์ชัยกับลุงเจริญก็ว่าเป็นกรณีไป แต่ตัวคุณลุงถูกทำร้าย แล้วลูกชายมาทีหลัง จะมีกฎหมายมาเกี่ยวข้อง 2 เรื่อง คือบันดาลโทสะกับป้องกัน กรณีบันดาลโทสะ ลูกชายจะอ้างบันดาลโทสะไม่ได้ ถ้าอยู่ด้วยกันบุคคลใดบุคคลหนึ่งอ้างบันดาลโทสะได้ แต่กรณีนี้พ่อกับลูกอยู่คนละที่กัน อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ครับ
- อยู่ในสายกับ "ลุงเปี๊ยก เจริญ" วันนั้นเหตุการณ์แรกที่มีการชกต่อยกัน เกิดอะไรขึ้น ?
ลุงเปี๊ยก : มีเรื่องก่อนชกต่อย แต่เขาทำท่าจะต่อยแต่ไม่ได้ต่อย วันเสาร์ผมจัดตารางให้เขาทำงานมากะเย็นวันแรกคู่กับผม ปกติก็เข้างานสองคน แต่วันเสาร์-อาทิตย์โรงงานหยุด รปภ. หยุดกึ่งหนึ่ง มี 4 คน ก็เหลือ 2 คน กะเช้าคนหนึ่ง กะเย็นคนหนึ่ง กะเช้าผมอยู่ กะเย็นเป็นสมหมาย ผมเปลี่ยนให้คุณศักดิ์ชัยเข้ากะเย็น เพราะศักดิ์ชัยเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ได้แค่ 2-3 วัน ผมคิดว่าผมจะมาชี้แนะในงาน ผมก็บอกอย่างนั้น ทีนี้คุณสมหมายไปอยู่กะเช้าวันอาทิตย์
- ที่มีเรื่องกับศักดิ์ชัย ?
ลุงเปี๊ยก : วันที่ 21 ผมมารับกะ ศักดิ์ชัยมาถามผมว่าทำไมเข้ากะเย็นตลอด เนื่องจากวันเสาร์ที่เราตกลงกัน เขาบอกจะเข้ากะเย็นตลอด แต่วันนี้เขาเปลี่ยนไป เขาบอกไม่ได้เข้ากะเย็น ผมก็ถามคุณจะเอายังไง จะยอมเปลี่ยนกะเมื่อไหร่ยังไง เขาถามว่าจะให้เข้ากะไหน ผมบอกให้เข้ากะเย็น เขาก็ยิ้มแล้วตบหน้าผม ค้ำคอผม ดันผม น้ำลายรดหน้าผม ผมก็ไม่ติดใจอะไร แต่ผมถามว่าคุณจะเอายังไง จะเปลี่ยนกะไหม ผมก็บอกว่าให้เข้ากะเย็นก่อนเพราะคุณยังไม่สรุปเลยว่าจะเข้ากะไหน เขาก็ไม่พอใจ พอจะกลับบ้าน เขาตามเข้าไปในป้อม แล้วเข้าไปทำร้ายผม ผมไม่ได้ต่อสู้เลยนะ ทั้งตบหน้าทั้งต่อย ใช้อาวุธ
- มีมีดไหม ?
ลุงเปี๊ยก : มีมืด แต่เอามีดทำท่าจะฟันแล้วตีหัวตีหน้าผม เขามีมีด จะแทงเลยแหละ ช่วงนี้คุณบอยเขาเห็นก็เลยเข้ามาห้าม
- พ่อบอยเห็นมีดใช่ไหม ?
พ่อแบงค์ : ครับ ที่ผมเดินข้ามไปช่วย
- ตอนที่แบงค์มายิง มีดอยู่ในมือเขาตลอดไหม ?
ลุงเปี๊ยก : ก็น่าจะอยู่กับเขาตลอดครับ
- ญาติคุณศักดิ์ชัยเปิดภาพให้ดูเมื่อสักครู่นี้ ในมือไม่มีมีด ?
ลุงเปี๊ยก : ตอนเขามาหาผม เขาไม่มีมีด เขาซ่อนอยู่หลังแขน ช่วงมาหาก็มีมีดโผล่มาเลย
ทนายแก้ว : กรณีระหว่างคุณศักด์ชัยกับเจริญก็ไปว่ากันอย่างที่ผมพูด แต่แบงค์ยิงเพราะป้องกันกรณีที่ฝั่งนี้มีมีดจะเข้ามาแทง ก็ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ก่อนว่าฝั่งนี้มีมีดจริง ๆ แล้วยิงไปตรงนี้ต้องดูว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่เกินกว่าเหตุ ถ้าป้องกันไม่เกินกว่าเหตุแบงค์ก็ไม่มีความผิด แต่กรณีแบงค์ขับรถตามมาช่วยพ่อถือเป็นการบันดาลโทสะหรือไม่ กฎหมายมองว่าขาดช่วงไปแล้วครับ แต่ถ้าแบงค์อยู่กับพ่อบอย แล้วศักดิ์ชัยมาทำร้ายพ่อบอย แล้วแบงค์โมโหแทน เดี๋ยวนั้นเลย แบบนี้แบงค์อ้างได้ว่าบันดาลโทสะครับ
- แต่แบงค์มาจากที่อื่น แล้วพ่อบอยไม่ได้ถูกต่อยด้วย พอแบงค์มาถึงไม่รู้เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น แบงค์ยิงเลย ?
ทนายแก้ว : แบบนี้อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ แบงค์อ้างได้กรณีที่ศักดิ์ชัยวิ่งถือมีดมาแทง แต่แน่นอน มีดกับปืน ปืนสูงกว่าอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูมูลเหตุด้วยว่าเขายิงเพื่ออะไร การยิงปืนลูกซองอาจไม่ได้หวังผลมาก แต่กระสุนมันกระจาย ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป
- แม่บอกว่าแบงค์ปืนลั่น ?
แม่แบงค์ : ค่ะ
ทนายแก้ว : ฝั่งศักดิ์ชัยที่เป็นผู้ถูกยิงเอง ฝั่งมายิงถ้าตระเตรียมมา ก็มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยการตระเตรียม มีโทษประหารชีวิตครับ การพกพาปืนมาในที่สาธารณะก็จะมีโทษอีกโทษหนึ่ง แต่ฝั่งแบงค์เองจะต่อสู้ว่าตัวเองป้องกันหรือไม่ ต้องไปดูข้อเท็จจริงกันอีกที
- แม่บอกว่าแบงค์ไม่เจตนา ปืนลั่น ?
แม่แบงค์ : ใช่ค่ะ ตอน ตร. เขาไปชาร์จ เขา โทร. หาแม่ แม่เลยถามว่ามึงอยู่ไหน เขาบอกอยู่แถวนี้แหละ หนูจะมอบตัว ก็ถามว่ามึงยิงเขาจริงเหรอ เขาบอกว่าจริงแม่ แต่ไม่ได้เจตนาหนีนะแม่ ก็บอกว่างั้น โทร. หาพี่ที่เป็น ตร. เจ้าของคดี มอบตัวดีกว่าให้เขาออกหมายจับ สักพัก 10 นาที น้องมา ตร. ก็ชาร์จน้อง เขาก็ถามแบงค์มึงยิงอะไร เขาบอกไม่เจตนาจะยิง เหมือนจังหวะเขาวิ่งมา มีดห่อผ้า พอสะบัดผ้าแล้วเห็นมีด หันมาหาผม ผมก็ชักขึ้น ผมไม่ได้ยิงเหมือนมันกระจาย เหมือนปืนลั่น ตร. ก็คุมมันไปโรงพักเลย
- อาว่ายังไง ?
อาศักดิ์ชัย : ที่รู้ตามหาเขา หนูไป 8 โมงกว่าแล้ว เขา โทร. แจ้ง ตอนแรกคิดว่าหลานอีกคนหนึ่งนามสกุลเหมือนกัน แฟน โทร. มาบอกว่าเธอรู้เปล่า บอลถูกยิง เราก็ไม่รู้ว่าหลานไปทำงาน ก็ถามว่าถูกยิงได้ไง เราก็บิดไปหาเลย ก็ถามลุงที่มีเรื่องกันก่อนว่าตรงไหนที่มีการยิงกัน เขาบอกไม่รู้ ๆ ไปถามคนอื่นเลย เขาไล่หนูแบบนี้ เราก็อ้าว แล้วตกลงตรงไหน ก็ถามร้อยเวร ตร. ว่าโดนยิงตรงไหน ก็ถามว่าคนยิงไปไหนแล้ว เขาบอกหนีไปแล้ว ไม่รู้ด้วยว่ารู้จักกัน
- ตอนนี้จะเอายังไง ?
อาศักดิ์ชัย : เราต้องการความถูกต้อง ที่บอกว่าชาร์จตัวก็ไม่ใช่ เขาหนีไปจน ตร. ตาม
แม่แบงค์ : ไม่จริง มอบตัว ไปตามที่บ้าน
อาศักดิ์ชัย : ถ้ามอบตัวต้องรออยู่ที่เกิดเหตุ
ทนายแก้ว : กรณีที่คุณป้าพูดมอบตัวคือเขาติดต่อไป ตร. ยังไม่ออกหมายจับ กระบวนการนี้เขาเรียกว่ามอบตัว ส่วนการนั่งรอจนถึงเวลา ตร. มาจับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อาศักดิ์ชัย : ตรงนี้ไม่ติดใจแล้วค่ะ แต่หนูอยากให้ ตร. ดำเนินการให้เราหายข้องใจ ให้ความเป็นธรรมกับเราบ้าง ตอนนี้หนูไม่ได้แจ้งเขานะ เขาเป็นฝ่ายออกข่าวออกทุกอย่าง ทำไมถึงไม่ถนอมน้ำใจคนสูญเสียบ้าง อยากให้ความเป็นธรรมฝั่งหนูบ้าง การถืออาวุธไปในที่สาธารณะหนูก็รับไม่ได้ หนูบอกว่าพี่หนูไม่ขออะไรเลย หนูขอคดีอาวุธปืน สามารถพกมาสถานที่แบบนี้ได้เหรอ ถ้าคุณคิดว่าป้องกันตัวยิงระงับเหตุ ทำไมไม่ยิงขามันล่ะ ไม่ยิงจากเอวลงไปเราจะไม่เสียใจเลย แต่นี่จากหน้าอกขึ้นหน้า มันไม่มีโอกาสให้เราได้เห็นเขาอีก ได้ตักเตือน ได้สอนเขา นั่นคือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ไหมพี่ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบพวกหนู ทำไมไม่ยิงจากล่างลงมาล่ะ จะไม่เสียใจ จะไม่ว่าอะไรสักคำ
ทนายแก้ว : อยากฝากว่า มีดก็ห้ามพกเหมือนกัน ถือว่าเป็นการพกพาอาวุธไปเหมือนกัน ถ้าสมัครใจทะเลาะวิวาท ไม่สามารถอ้างป้องกันและบันดาลโทสะได้เลย หลักกฎหมายชัดเจน อันนี้ถ้าดูจากทรงแล้ว ไม่น่าสมัครใจทะเลาะวิวาท ถือเป็นการป้องกันไหม กรณีแบงค์ยิงไป จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจดูผลการกระทำ ดูว่าเขาบาดเจ็บ เสียชีวิตหรือเปล่า ส่วนมูลเหตุจูงใจ แบงค์ต้องนำสืบให้ได้ว่าปืนลั่นหรือไม่ปืนลั่น แต่ตอนนี้ ตร. ตั้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่า หรือฆ่าโดยการไตร่ตรองก่อน หลักการเป็นอย่างนั้น แต่อยากคิดว่าส่วนผู้ใหญ่มาแล้ว น่าจะลองคุยกัน เพราะมีค่าเสียหายส่วนแพ่งด้วย ถ้าฝั่งนี้เสียชีวิต ในอนาคตถ้าเป็นอะไรไป การกระทำนี้เป็นการกระทำผิดคดีอาญา คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกัน ทางฝั่งพี่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายเขาด้วย ต้องพูดจาประนีประนอมกัน
- พี่สาวจะพูดอะไร ?
พี่สาวศักดิ์ชัย : น้องเสียแล้วค่ะ (ร้องไห้) ล่าสุด โทร. มาเมื่อกี้ (ร้องไห้)
พ่อแบงค์ : เสียใจด้วยนะลูกนะ
แม่แบงค์ : ขอโทษนะลูก ขอโทษนะ
พี่สาวศักดิ์ชัย : อย่างที่บอก หนูสัญญากับเขาไว้ว่าให้เขาหลับให้สบาย ไม่ต้องมีจิตโกรธแค้นใคร (ร้องไห้) เราจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ในส่วนที่ถูก ส่วนไหนที่ผิดก็ว่ากันไปตามผิด
อาศักดิ์ชัย : หมดเวรหมดกรรม (ร้องไห้)
พี่สาวศักดิ์ชัย : กับคุณลุงเจริญ เมื่อวานหนูก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษ ขออโหสิกรรมแทนน้องไปแล้วในส่วนที่น้องทำผิด ถ้าลุง (พ่อแบงค์) เป็นคนยิงหรือแทงน้องตายหนูจะไม่ติดใจอะไรเลย ถือว่าเขาพอกัน แต่อันนี้ลุงบอกว่าลุงจะมาระงับเหตุ มาช่วย แต่ทำไมไม่มาแจ้งความ ไม่แจ้ง ตร.
พ่อแบงค์ : ก็มันต่อยแล้วมันจะแทง ผมจะไปห้ามยังไง
พี่สาวศักดิ์ชัย : แต่ลุงกลับ โทร. ไปบอกแฟนลุง แต่ไม่เป็นไร ไม่ได้อยากจะมาเถียงอะไร
- แทนที่จะ โทร. บอกเมีย ทำไมไม่โทรแจ้งตำรวจ ?
พ่อแบงค์ : คนข้างในเขามีคนแจ้งอยู่แล้ว
พี่สาวศักดิ์ชัย : หนูเชื่อว่าที่น้องหนูจากไปตอนนี้ พวกหนูไม่ได้รับรู้เหตุการณ์อะไรเลย ทุกคนก็ตัดสินไปแล้วว่าคนที่ยิงมาช่วยพ่อ มาเห็นพ่อถูกทำร้ายอยู่ แต่ที่จริงไม่เห็น ลุงก็พูดเองว่าตอนลูกลุงมา ลุงอยู่ในโรงเรียน เห็นอาการเขายังไงก็ไม่รอดอยู่แล้ว เป็นปืนลูกซอง ยิงไปหนึ่งแต่มันกระจาย ในหัวสมองมีสามลูกที่เห็นชัด ๆ ในตัวมันเรืองแสงไปหมด หมอบอกว่านับไม่ถ้วน ไม่สามารถผ่าออกได้ ตายแน่ ๆ แต่เขาจะอยู่กับเราได้กี่วัน ตอนนี้เขาก็ไปแล้ว หนูบอกเขาตลอดให้หลับให้สบาย ไม่ต้องมีจิตอาฆาตใคร (ร้องไห้) ส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่กฎหมาย อันไหนถูกก็ว่ากันไปตามถูก อันไหนผิดก็ว่ากันไปตามผิด หนูยอมรับทุกอย่าง น้องหนูเกเร ไม่ได้เป็นคนดี เป็นคนใจร้อน แต่ที่อยากจะบอกถ้าน้องหนูมีมีดจริง จากที่รู้จักเขา ต้องมีคนโดนแทงค่ะ
- มีใครได้รับบาดเจ็บหมวันนั้น ?
พ่อแบงค์ : ผมหลบได้ครับ
แม่แบงค์ : น้าขอโทษนะ ขอโทษนะ
พี่สาวศักดิ์ชัย : (ร้องไห้)
- ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว ระหว่างที่ญาติมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เขาบอกว่าอาจมีอีกมุมมองก็ได้ อย่ามองมุมเดียว ฝั่งผู้ก่อเหตุก็เสียใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะบานปลายขนาดนี้ ?
แม่แบงค์ : ถามว่าคนเป็นพ่อ-แม่อยากให้ลูกไปติดคุกไหม พ่อเขายังพูดว่าถ้าไม่ โทร. หาแม่ วันนี้ลูกก็ไม่ติดคุก (ร้องไห้)














