สาวน้ำตาร่วง ลูกญาติพังเครื่องสำอางเป็นแสน พ่อแม่ปากแจ๋ว บอกไม่ได้แต่งงานจะใช้ของแพง ๆ ไปทำไม
ภาพจาก Weibo
วันที่ 1 มีนาคม 2566 เว็บไซต์ Sohu เผยว่า
มีเรื่องราวที่ถูกแชร์กลายเป็นประเด็นดราม่าบนสังคมออนไลน์ของจีน
ภายหลังจากหญิงสาวรายหนึ่งได้แชร์คลิปวิดีโอเผยประสบการณ์ช้ำจุกอก
เมื่อเครื่องสำอางและสกินแคร์ราคาแพงของเธอจำนวนมากมูลค่ารวมเป็นหลักแสน
ถูกทำลายจนเละเทะเสียหายย่อยยับ โดยทั้งหมดเป็นผลงานของ "ลูกของญาติ"
ที่พากันมาเยี่ยมเยียนที่บ้านในฐานะแขก
หญิงสาวรายนี้ เป็นบล็อกเกอร์คนดังทางอินเทอร์เน็ต เธอสวยและชอบแต่งตัว เธอกล่าวว่า "ฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันยังเด็ก พ่อแม่มักเตือนฉันอยู่เสมอว่า อย่าไปจับต้องสิ่งของของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉันจำมันมาตลอดทุกครั้งที่ไปบ้านคนอื่น และฉันก็คิดว่าพ่อแม่ทุกคนสอนลูกแบบนี้เช่นกัน จนกระทั่งวันนี้ที่ฉันได้บทเรียนว่า ฉันเข้าใจผิด..."
หญิงสาวรายนี้ เป็นบล็อกเกอร์คนดังทางอินเทอร์เน็ต เธอสวยและชอบแต่งตัว เธอกล่าวว่า "ฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันยังเด็ก พ่อแม่มักเตือนฉันอยู่เสมอว่า อย่าไปจับต้องสิ่งของของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉันจำมันมาตลอดทุกครั้งที่ไปบ้านคนอื่น และฉันก็คิดว่าพ่อแม่ทุกคนสอนลูกแบบนี้เช่นกัน จนกระทั่งวันนี้ที่ฉันได้บทเรียนว่า ฉันเข้าใจผิด..."
คลิปวิดีโอของหญิงสาว เผยให้เห็นสภาพ "หายนะ" ที่บนห้องของเธอ โต๊ะเครื่องแป้งของเธอถูกรื้อเล่นจนเละเทะ เครื่องสำอางและสกินแคร์ของเธอที่ล้วนเป็นของเคาน์เตอร์แบรนด์ไฮเอนด์ หกและแตกกระจัดกระจายเลอะเทอะเกลื่อนพื้น เห็นแล้วแทบจะเป็นลมเข่าทรุด
ภาพจาก Weibo
หญิงสาวถึงกับร้องไห้น้ำตาไหลออกมาด้วยความเสียใจ และเรียกร้องค่าชดเชยจากพ่อแม่ของเด็ก แต่พวกเขากลับแก้ตัวว่า เด็กยังเล็กไม่รู้เรื่องราว ซนไปตามประสาเด็ก อย่างไรก็ตาม หญิงสาวไม่ยอม เธอยืนยันให้พ่อแม่ของเด็กจ่ายค่าเสียหาย
แต่ปรากฏว่ามันทำให้ผู้ปกครองของเด็กไม่พอใจ และในเมื่อไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร จึงใช้คำพูดทำร้ายจิตใจหญิงสาว กล่าวว่า "คุณอายุ 30 แล้วยังไม่แต่งงาน วัน ๆ คุณจะใช้ของพวกนี้ไปทำไม"
ภาพจาก Weibo
ทว่าทางด้านผู้ใช้โซเชียลเกิดความรู้สึกโมโหแทนหญิงสาว ชี้ว่าเธอไม่ควรยอมเช่นนั้น เพราะการที่เธอให้พวกเขารับผิดชอบเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงแค่ทำให้พวกเขาไม่รู้สึกผิด แต่ยังรวมไปถึงเด็กที่ไม่ได้รับการสั่งสอนอย่างถูกต้อง แม้จะเป็นญาติกัน แต่หากความเสียหายมากเกินไป ควรหาวิธีจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้พวกเขาได้รับบทเรียนและจะได้ไม่ไปทำกับคนอื่นอีก
ติดตามอ่าน ข่าวต่างประเทศ ที่น่าสนใจได้ที่นี่

ภาพจาก Weibo
ขอบคุณข้อมูลจาก Sohu







