x close

เด็ก 10 ขวบ เรียนเก่งได้ที่ 1 พ่อแม่ยังไม่พอ บังคับเรียนหนัก จนชักเข้า รพ. ก็ยังให้อ่าน

         เด็กชาย 10 ขวบ เรียนเก่งได้ที่ 1 ของชั้น พ่อแม่ยังไม่พอใจ บังคับให้ลูกเรียนหนัก จนชักเข้าโรงพยาบาล ก็ยังให้อ่านหนังสือต่อ

บังคับลูก, เลี้ยงลูก
ภาพจาก Weibo

         พ่อแม่ล้วนอยากให้ลูกตั้งใจเรียนหนังสือ แต่บางครั้งก็หักโหมมากเกินไปจนลูกรู้สึกกดดันและกลายเป็นความเครียด หรือบางรายถึงขนาดต้องทนทุกข์ที่ต้องแบกความหวังอันหนักอึ้งนี้ แม้กระทั่งเด็กชายรายนี้ที่เรียนได้ที่ 1 ของชั้นเรียน แต่พ่อแม่ของเขาก็ยังคิดว่าลูกชายไม่ดีพอ บังคับให้อ่านหนังสือและทำการบ้านเพิ่มเติมอย่างหนักทุกวัน จนถึงวันที่ลูกต้องเข้าโรงพยาบาล

         วันที่ 1 สิงหาคม 2566 เว็บไซต์ CTWANT เผยเรื่องราวน่าตกใจที่ถูกแชร์เป็นกระแสวิจารณ์ดุเดือดบนสังคมออนไลน์ของจีน เด็กชายวัย 10 ขวบ ชื่อว่า เสี่ยวเฟย (นามสมมุติ) เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เขาเป็นเด็กฉลาดและเรียนเก่งมาก ผลการเรียนของเขาอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดในชั้นเรียนเสมอ

         อย่างไรก็ดี พ่อและแม่ของเขาเข้มงวดมาก ยังคิดว่าลูกของตัวเองไม่เก่งมากพอ นอกจากการบ้านที่โรงเรียนให้มาแล้ว พ่อแม่ยังให้ลูกชายอ่านหนังสือและทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมอีกทุกวัน และไม่ยอมให้ลูกได้ทำกิจกรรมบันเทิงหรือมีเวลาผ่อนคลาย จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่เสี่ยวเฟยเข้าไปอ่านหนังสือในห้อง อยู่ ๆ เขาก็มีอาการชักเกร็งและล้มลงกับพื้น

         แม่ของเสี่ยวเฟยเข้าไปเห็นจึงตกใจมาก เพราะไม่รู้ว่าลูกชายเป็นอะไร แต่หลังจากเกิดอาการนั้น ลูกชายก็กลับมาเป็นปกติ พ่อแม่ของเขาจึงคิดว่าลูกชายไม่ได้มีปัญหาร้ายแรง นอกจากนี้เด็กชายยังมีอาการเหนื่อย รู้สึกกระวนกระวาย และนอนไม่หลับทุกวัน และหลังจากวันนั้น เขาก็มีอาการชักเกร็งเช่นเดิมอีกบ่อยครั้งขึ้น


         ในที่สุดพ่อแม่ของเสี่ยวเฟยจึงตัดสินใจพาลูกชายไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ด้านนักจิตวิทยาพบว่า พ่อแม่ของเสี่ยวเฟยนั่นเอง เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยของลูกชาย และอาการของเขาก็น่าเป็นกังวลมาก เพราะมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น เด็กชายได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคฮิสทีเรีย ผู้ป่วยที่เป็นโรคประเภทนี้จะมีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ รวมทั้งสูญเสียการทำงานของร่างกายบางส่วน หรือทั้งหมดอย่างไม่ได้ตั้งใจ และมักจะเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ 

บังคับลูก, เลี้ยงลูก
ภาพจาก Weibo

         นอกจากนี้ แพทย์ยังพบว่า เสี่ยวเฟยร้องไห้อย่างรุนแรงเมื่อต้องกรอกแบบฟอร์มทดสอบบุคลิกภาพ เพราะเขารู้สึกว่าเหมือนการทำการบ้าน และเมื่อเขาต้องอ่าน เขียน หรือแม้แต่จับปากกา เขาจะมีอารมณ์ที่ผิดปกติ และถึงกับชัก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เขาถูกบังคับให้เรียนอย่างหนักจนป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย ส่งผลให้การรับรู้ ความจำ อารมณ์ พฤติกรรม การรับรู้ตนเอง และการรับรู้สิ่งแวดล้อมบกพร่อง รวมถึงเรื่องการนอนหลับ และน้ำหนักลด

         แพทย์แนะนำให้เสี่ยวเฟยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ถึงกระนั้นในตอนแรก แม่ของเขายังคอยกระวนกระวายใจเรื่องเรียนของลูก กลัวว่าลูกจะหยุดนิ่ง ให้ลูกชายท่องสูตรคูณและเอาแบบฝึกหัดมาให้ลูกทำถึงที่เตียงโรงพยาบาล ส่วนพ่อของเขาก็พยายามกระตุ้นให้ลูกชายหายไว ๆ จะได้กลับไปเรียนหนังสือต่อ จนในที่สุดหมอต้องเชิญให้ผู้ปกครองของเขาออกไป เพื่อรักษาเด็กชายโดยลำพัง

         พ่อแม่ของเสี่ยเฟยไม่มีทางเลือก จึงจำใจต้องกลับบ้านไป แล้วปล่อยให้ลูกชายอยู่ในความดูแลของแพทย์ หลังจากเขาได้รับการรักษาอย่างเป็นอิสระจากพ่อแม่เป็นระยะหนึ่ง อาการของเขาก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาการนอนไม่หลับค่อย ๆ หายไป และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมา 4 กิโลกรัม เมื่อสุขภาพร่างกายเริ่มสมบูรณ์ สุขภาพก็จิตใจเริ่มแข็งแรงขึ้นตามลำดับ

         จนใกล้ถึงวันที่แพทย์จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ทางจิตแพทย์ก็ได้เชิญผู้ปกครองของเขาเข้ามาพูดคุยอย่างจริงจัง เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงปัญหาของลูกชาย และบอกความจริงว่าหากพวกเขายังปฏิบัติกับลูกเช่นเดิม วันข้างหน้าพวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับ "ความสูญเสีย" มากกว่าที่คิด นั่นทำให้พวกเขาคิดได้จนก้มหน้าร้องไห้ออกมา

         ติดตามอ่าน ข่าวต่างประเทศ ที่น่าสนใจได้ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก CTWANT, Docbao


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เด็ก 10 ขวบ เรียนเก่งได้ที่ 1 พ่อแม่ยังไม่พอ บังคับเรียนหนัก จนชักเข้า รพ. ก็ยังให้อ่าน โพสต์เมื่อ 2 สิงหาคม 2566 เวลา 14:16:48 14,432 อ่าน
TOP