เปิดเรื่องราวชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย หญิงชาวจีนถูกสลับชีวิต มานานถึง 38 ปี จากสาวโรงงานที่แท้เป็นทายาทเศรษฐี

ภาพจาก Weibo
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เว็บไซต์ Soha เผยเรื่องราวน่าตกตะลึงที่กำลังได้รับความสนใจในประเทศจีน กรณีหญิงวัย 28 ปี จากเมืองฉางชิว มณฑลเหอหนาน ถูกสลับตัวมาเป็นเวลา 38 ปี ตั้งแต่แรกเกิดที่โรงพยาบาล ก่อนที่ความจริงจะปรากฏ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนและกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง ไม่เพียงแค่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ยังมีเรื่องราวของหญิง 2 รายที่ถูก "สลับชีวิต" มาทั้งชีวิต
ย้อนกลับไปเมื่อ 38 ปีก่อน ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเหอหนาน แม่รายหนึ่งได้ให้กำเนิดลูกสาว แต่หลังจากที่พยาบาลพาตัวทารกไปอาบน้ำ และพากลับมาในวันรุ่งขึ้น แม่ของเด็กสังเกตพบความผิดปกติ ทั้งเสียงร้องและใบหน้าของลูกดูไม่เหมือนเดิม ทว่าพยาบาลในขณะนั้นชี้แจงว่า เด็กแรกเกิดอาจมีหน้าตาเปลี่ยนไป หลังจากการกินนมและอาบน้ำ โดยยืนยันว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของครอบครัวเธอ
ทว่าเมื่อลูกสาวของพวกเขาโตขึ้น กลับยิ่งพบสัญญาณผิดปกติที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งรูปลักษณ์ และบุคลิกของเธอนั้นไม่เหมือนพ่อแม่ คู่สามีภรรยาจึงตัดสินใจตรวจดีเอ็นเออย่างลับ ๆ ตอนที่ลูกสาวอายุ 16 ปี และผลปรากฏว่า เธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับพวกเขา พวกเขาจึงนำผลตรวจไปที่โรงพยาบาลเพื่อขอคำอธิบาย แต่โรงพยาบาลกลับโต้ว่า "ไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นที่โรงพยาบาล ทางครอบครัวไม่ได้ดูแลลูกอย่างระมัดระวังเอง"
ครอบครัวตัดสินใจฟ้องร้องดำเนินคดีกับทางโรงพยาบาล แต่คดีได้ยืดเยื้อมานานถึง 22 ปี โดยไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ในขณะที่พวกเขาก็พยายามตามหาลูกสาวตัวจริงที่พลัดพรากไป
ภาพจาก Weibo
ในขณะเดียวกันนั้น เด็กหญิงอีกคนชื่อว่า หลิวฮุย
เติบโตขึ้นในครอบครัวชาวนาที่ยากจน พ่อแม่ของเธออาศัยในชนบท
เธอมีชีวิตที่ยากลำบากตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงตอนเป็นผู้ใหญ่
เธอได้รับการตอบรับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้านกีฬา
แต่ต้องยอมปฏิเสธเพราะสภาพเศรษฐกิจของครอบครัว ท้ายที่สุด
เธอต้องตามชาวบ้านไปทำงานเป็นคนงานในโรงงาน
สามีของเธออายุมากกว่า 9 ปีและไม่มีงานที่มั่นคง เธอมีลูกเล็ก 2 คนที่ต้องดูแล พ่อแม่ของเธอก็สูงอายุและสุขภาพทรุดโทรม ภาระทางเศรษฐกิจทั้งหมดจึงตกเป็นความรับผิดชอบของเธอ เธอจึงต้องทำงานหนักหลายอย่างพร้อมกัน จนเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดเรื้อรัง ทำให้ชีวิตประจำวันของเธอลำบากมาก
ภาพจาก Weibo
หลิวฮุยเผยว่า
ในช่วงกลางวันเธอมักร้องไห้ในที่ทำงาน และหลังเลิกงาน
เธอกลับไปที่ห้องเช่าด้วยความสิ้นหวังเกินที่จะบรรยาย
เธอรู้สึกว่าเธออาจเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้ด้วยการศึกษา
แต่ครอบครัวของเธอไม่มีเงินสนับสนุน
ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าชีวิตของเธอจะจบลงที่นั่น ในเวลาที่ล่วงเลยไปนานหลายสิบปี ครอบครัวที่ตามหาลูกสาวได้ทำทุกวิถีทาง ทั้งโพสต์ประกาศคนหายบนโซเชียลมีเดีย และเข้าร่วมใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าในการค้นหา จนในที่สุดเมื่อช่วงปลายปี 2567 พวกเขาก็พบว่า ครอบครัวที่เลี้ยงดูลูกสาวของพวกเขา อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 นาที จึงได้เดินทางเข้าไปพร้อมตำรวจ
หลิวฮุย รู้สึกช็อกสุดชีวิตในตอนแรกที่ได้รู้ความจริง ตลอด 38 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยคิดเลยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่อแม่ ต่อมาผลตรวจเลือดได้ยืนยันว่า หลิวฮุยเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของคู่สามีภรรยาที่กำลังตามหาลูกสาว พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอมีฐานะร่ำรวย ทำธุรกิจและมีบ้านหลังใหญ่ การพบหน้าพวกเขาทำให้เธอยิ่งเจ็บปวดใจ เมื่อต้องคิดถึงชีวิตที่ยากลำบากตลอดชีวิตที่ผ่านมา จากนั้นในเดือนมกราคม 2568 เธอก็ได้กลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริง
ส่วนหญิงอีกคนที่ตอนนี้อายุ 38 ปีเช่นเดียวกัน เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย เธอเรียนโรงเรียนเอกชน สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย และมีชีวิตแต่งงานที่หรูหรา หลังจากรู้ความจริงเธอไม่ยอมรับ โดยกล่าวว่า "การปรากฏตัวของหลิวฮุยทำให้ชีวิตปัจจุบันของเธอพังทลาย" ทั้งนี้ หลังจากถูกขอให้ไปพบพ่อแม่แท้ ๆ เธอได้ปรากฏตัวเพียงครู่เดียว ก่อนที่จะตัดขาดการติดต่อไปโดยสิ้นเชิง
ปัจจุบัน ทางครอบครัวได้ตัดสินใจจ้างทนายความหลี่เซิง ทนายความชื่อดังในปักกิ่ง เพื่อช่วยเรียกร้องความรับผิดชอบจากโรงพยาบาล อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังคงปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่มีคำขอโทษอย่างเป็นทางการ หรือการเจรจาเรื่องค่าชดเชยแต่อย่างใด






