ลูกสาวช้ำ หมดหนทางเตือนแม่ หลงเชื่อมิจฉาชีพ 10 ปี ยอมกินแค่มาม่าเพื่อโอนเงิน

          ลูกสาวสุดสิ้นหวัง ร้องเพจดังหลังแม่ถูกหญิงปริศนาหลอกโอนเงินต่อเนื่องเกือบ 10 ปี แม้เห็นหลักฐานชัดก็ยังเลือกเชื่อมิจฉาชีพมากกว่าครอบครัว

หลอกโอนเงิน

          วันที่ 12 มกราคม 2569 โหนกระแส รายงานเรื่องราวร้องเรียนจากลูกสาวว่า แม่ของถูกหญิงรายหนึ่งหลอกโอนเงินมานานเกือบ 10 ปี โอนครั้งละ 50 บาท 100 บาท แต่โอนแทบทุกวัน โดยเธอเล่าว่า แม่อาศัยอยู่ที่อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน มีคนชวนแม่เข้าโครงการรากหญ้าเกษตร โดยอ้างว่าจะให้เงินอุดหนุนทำเกษตร แม่จึงลองไปสมัครพร้อมกับคนในหมู่บ้าน

          หลังจากนั้นโครงการเริ่มแยกออกไปเรื่อย ๆ โดยอ้างว่าเป็นโครงการของรัฐบาลที่จัดสรรงบให้ชาวบ้านที่เข้าไม่ถึงเงินทุน พร้อมอ้างว่ามีคนรู้จักสามารถไปดึงงบมาให้ได้ ช่วงนั้นเมื่อปี 2560 มีคนเข้าร่วมกลุ่มนี้เป็นพันคน แต่ระยะหลังเริ่มมีคนทยอยออกจากกลุ่ม เพราะโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้เงินคืน

          หญิงรายนี้ใช้กลโกงหลอกให้คนในกลุ่มโอนเงิน เช่น โอน 100 บาท จะได้คืน 1 ล้านบาท หรือถ้าโอน 1,000 บาท จะได้บ้านและรถ โดยอ้างว่าเงินทั้งหมดมาจากธนาคารโลก หลอกลักษณะนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เคยมีใครได้รับเงินหรือสิ่งของตามที่กล่าวอ้างเลยสักคน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านจำนวนมากยังคงหลงเชื่อ

          ผู้ร้องเรียนเคยเข้าไปฟังการประชุมในกลุ่มไลน์ ซึ่งหญิงรายนี้จะเน้นโทรศัพท์พูดคุย และอธิบายเหตุผลว่าทำไมรอบนี้ยังไม่ได้เงิน โดยอ้างสารพัดเหตุผล เช่น เงินก้อนนี้มีจำนวนมากถึง 50 ล้านบาท ไม่สามารถดึงออกมาได้ทันที ต้องใช้ระยะเวลา ชาวบ้านจึงยังคงเชื่อต่อไป

          แม่ของเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ที่หลงเชื่อ และโอนเงินให้หญิงรายนี้มาเป็นเวลานาน รวมยอดทั้งหมดหลักแสนบาท เนื่องจากมีการโอนเกือบทุกวัน ผู้ร้องเรียนพยายามพูดคุยกับแม่ เปิดข่าวให้ดู และนำชื่อ-นามสกุลของหญิงรายนี้ไปค้นหาข้อมูล พบว่าเคยมีประวัติฉ้อโกงเมื่อประมาณปี 2550 แต่แม่กลับบอกว่า คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเชื่อว่าอีกฝ่ายอาจกลับตัวกลับใจแล้ว

          เมื่อไปปรึกษาตำรวจได้รับคำตอบว่าไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ เนื่องจากแม่ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงไม่ยอมแจ้งความ และยังเป็นบุคคลที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ทำให้ลูกไม่สามารถดำเนินการแทนได้

          ในช่วงแรกแม่บอกว่าเลิกยุ่งกับหญิงรายนี้แล้ว แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้คนเป็นลูกนั้นสะเทือนใจมาก คือขณะที่แม่เข้าโรงพยาบาลและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ข้อความในไลน์เด้งขึ้นมา เป็นหญิงรายนี้ทักมาถามว่าโอนเงินหรือยัง แม่ตอบไปว่าไม่มีเงินและกำลังนอนโรงพยาบาล แต่หญิงรายนั้นกลับตอบมาว่า "ให้ลูกไปหาเงินมาสิ"

          ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2568 ย่าของเธอบอกว่า แม่ยังคงอยู่ในกลุ่มไลน์ดังกล่าว แม้คนในหมู่บ้านจะเตือนแล้วก็ไม่ฟัง ผู้ร้องเรียนไม่กล้าถามแม่ตรง ๆ เพราะไม่อยากมีปัญหา จึงโทร. ไปบอกพี่สาว ก่อนที่พี่สาวจะโทร. ไปต่อว่าแม่อย่างรุนแรง สุดท้ายแม่กลับโทร. มาต่อว่าเธอว่าเป็นคนไปฟ้องพี่ กลายเป็นเธอที่โดนตำหนิ และเลือกปกป้องคู่กรณีมากกว่าลูกสาวของตัวเอง

          ล่าสุดผู้ร้องเรียนกลับบ้านช่วงปีใหม่ พบว่าถังขยะในครัวเต็มไปด้วยซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เนื่องจากแม่ยอมกินมาม่าเพื่อประหยัดเงินไว้โอนให้หญิงรายนี้ อีกทั้งยังนำเงินประกันจากการเสียชีวิตของยาย จำนวน 30,000 บาท โอนไปให้อีกฝ่าย จนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงในครอบครัว ทุกครั้งที่ลูก ๆ และคนในบ้านเตือน แม่กลับมองว่าทุกคนกำลังก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว

          ป้าของผู้ร้องเรียนเคยจ้างนักสืบติดตามบัญชีธนาคารของแม่ แต่แม่กลับให้คนอื่นโอนเงินแทน เมื่อแม่รู้ว่าครอบครัวทราบเรื่องว่าเธอยังหลงเชื่อและอยู่ในกลุ่มไลน์ ก็ไปบอกหญิงรายนั้นว่าเรื่องแดงแล้ว ส่งผลให้คนในกลุ่มที่เป็นแหล่งข้อมูลถูกเตะออกจากกลุ่มทันที

          ผู้ร้องเรียนทราบข้อมูลว่า หญิงรายนี้สามารถได้เงินวันเดียวมากกว่า 20,000 บาท เนื่องจากมีบัญชีธนาคารหลายแห่ง และให้เหยื่อโอนสลับบัญชีในแต่ละวัน ครอบครัวไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร พี่ชายเคยด่าทอและโวยวายใส่หญิงรายนี้ แต่กลับถูกท้าทายว่า ถ้าแน่จริงก็จับให้ได้ ตำรวจทำอะไรไม่ได้หรอก


ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลูกสาวช้ำ หมดหนทางเตือนแม่ หลงเชื่อมิจฉาชีพ 10 ปี ยอมกินแค่มาม่าเพื่อโอนเงิน โพสต์เมื่อ 13 มกราคม 2569 เวลา 09:43:31 3,143 อ่าน
TOP
x close