ไรเดอร์รวมตัวเกือบ 400 คน หลังเกิดเหตุแรงงานต่างด้าวกลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายและทุบทำลายทรัพย์สิน ขณะที่ เต้ อาชีวะ เปิดเผยข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีบ้านราคา 8 ล้านบาทในไทย ไม่ใช่พนักงานธรรมดาอย่างที่อ้าง
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
ตั้ม ไรเดอร์อีกคนหนึ่ง กล่าวว่า พวกแรงงานต่างด้าวมีท่าทีไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย แม้เฮงจะถูกทำร้ายจนหัวแตกเลือดไหลก็ยังมีท่าทีก้าวร้าว และยังคงจ้องมองอ๊อฟเหมือนต้องการจะทำร้ายต่อ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่ไรเดอร์อีกบริษัทหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องขับรถไปรับแฟนข้างเซเว่นฯ ใกล้ร้านนี้ ก็ถูกพนักงานในร้านเรียกแรงงานต่างด้าวออกมากว่า 10 คน มารุมเพราะคิดว่ามาดักพวกเขา
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
เต้ อาชีวะ ยังกล่าวอีกว่า จากพฤติกรรมที่เห็น เฮงน่าจะเป็นเจ้าของร้านจริง เพราะมีลักษณะการเดินออกมาและการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าเป็นหัวหน้า ขณะที่ลูกน้องรอให้เขาถอดรองเท้าก่อนแล้วจึงถอดตาม นอกจากนี้ยังระบุว่า ร้านดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีการแอบขายกัญชาให้นักศึกษาด้วย
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
เต้ อาชีวะ กล่าวปิดท้ายว่า อยากฝากถึงหน่วยงานรัฐให้กวดขันตรวจตราแรงงานต่างด้าวให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายอยู่ประมาณ 3-4 ล้านคน และที่ผิดกฎหมายอีกจำนวนมาก รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นภาระและทำให้คนไทยต้องคอยระแวงและรู้สึกไม่ปลอดภัย อยากให้คนไทยมีสิทธิและเสรีภาพในการใช้ชีวิตอย่างมีสวัสดิภาพมากขึ้น
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()
![ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย ไรเดอร์ลุยหลังแรงงานต่างด้าวไล่ทุบ แฉผู้ก่อเหตุมีบ้าน 8 ล้านในไทย]()

รายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้สัมภาษณ์ อ๊อฟ, บู้, ตั้ม ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ ร่วมกับ เต้ อาชีวะ, กุ้ง สป. ผู้เข้าช่วยเหลือ และ ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการเผยแพร่กฎหมายสภาทนายความ เกี่ยวกับกรณีที่ไรเดอร์เกิดเหตุกระทบกระทั่งกับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา

อ๊อฟ ไรเดอร์ไลน์แมน เล่าว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่เกิดเหตุ ขณะกำลังวิ่งส่งออร์เดอร์ผ่านแยกไฟแดงเอแบคที่บางบ่อ มีรถยนต์ของแรงงานต่างด้าวขับออกจากซอยมา ตนจึงบีบแตรเตือนและหันไปมองหนึ่งครั้ง คนขับรถดังกล่าวจึงเบรกให้ แต่หลังจากนั้นกลับขับตามมาและปาดหน้าจนเกือบล้ม พร้อมชูนิ้วกลางให้ตลอด จึงขับตามไปเพื่อเรียกคุยกัน แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ

ต่อมาในช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.00 น. อ๊อฟจึงชวนเพื่อนไรเดอร์อีก 2 คน คือ บู้ และ ตั้ม ไปที่ร้านอาหารที่แรงงานต่างด้าวคนดังกล่าวทำงานอยู่ เพื่อเข้าไปคุยให้จบปัญหา เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเพราะต้องขับผ่านร้านนี้ประจำ เมื่อไปถึงได้ถามผู้หญิงที่ออกมาว่ารถคันนี้เป็นของร้านหรือไม่ หลังจากนั้นมีผู้ชายเดินออกมาจากหลังร้านและเดินกลับเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะออกมาพร้อมถือไม้เบสบอลและพาพวกออกมาทุบรถทันที จากนั้นก็เกิดการต่อสู้กันอย่างวุ่นวาย

บู้ ไรเดอร์อีกคนหนึ่ง เล่าว่า แรงงานต่างด้าวที่ชื่อเฮงถือเหล็กมาตีรถของตน โดยคิดว่าเป็นรถของอ๊อฟ ตนจึงต้องแย่งเหล็กมาและต่อยกลับ ขณะที่มีแรงงานต่างด้าวอีกหลายคนรุมเข้ามาทำร้าย จนมีไรเดอร์พลเมืองดีที่ขับผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาช่วย ในเหตุการณ์นั้นมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 6-7 คน ใช้อาวุธรุมทำร้ายไรเดอร์ทั้ง 3 คน
ตั้ม ไรเดอร์อีกคนหนึ่ง กล่าวว่า พวกแรงงานต่างด้าวมีท่าทีไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย แม้เฮงจะถูกทำร้ายจนหัวแตกเลือดไหลก็ยังมีท่าทีก้าวร้าว และยังคงจ้องมองอ๊อฟเหมือนต้องการจะทำร้ายต่อ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่ไรเดอร์อีกบริษัทหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องขับรถไปรับแฟนข้างเซเว่นฯ ใกล้ร้านนี้ ก็ถูกพนักงานในร้านเรียกแรงงานต่างด้าวออกมากว่า 10 คน มารุมเพราะคิดว่ามาดักพวกเขา

เต้ อาชีวะ กล่าวว่า ตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมของกลุ่มแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้เจ้าหน้าที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ยังกล้ายกอาวุธออกมา นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่า เฮงที่อ้างเป็นพนักงานนั้นไม่ใช่ลูกจ้างธรรมดา เพราะมีบ้านอยู่ในหมู่บ้านหลังหนึ่งราคา 7-8 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นไปได้ที่กรรมกรที่มีค่าแรงวันละ 400-500 บาทจะมีเงินซื้อบ้านราคาเท่านี้ได้
เต้ อาชีวะ ยังกล่าวอีกว่า จากพฤติกรรมที่เห็น เฮงน่าจะเป็นเจ้าของร้านจริง เพราะมีลักษณะการเดินออกมาและการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าเป็นหัวหน้า ขณะที่ลูกน้องรอให้เขาถอดรองเท้าก่อนแล้วจึงถอดตาม นอกจากนี้ยังระบุว่า ร้านดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีการแอบขายกัญชาให้นักศึกษาด้วย

กุ้ง สป. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่รวมตัวไปที่ร้านในคืนวันจันทร์ พร้อมไรเดอร์อีกเกือบ 400 คน กล่าวว่า ตนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทำให้คนในพื้นที่รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงอยากให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวเหล่านี้รู้สึกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาเช่นกัน และจะไปอุดหนุนร้านนี้ต่อเนื่อง

ทางด้าน เม หญิงชาวเมียนมาที่อ้างเป็นหุ้นส่วนร้าน โทร. เข้ามาในรายการและระบุว่าร้านเป็นของตนกับแฟนที่เป็นคนต่างด้าวและคนไทยอีกคนหนึ่งถือหุ้นร่วมกัน ส่วนเฮงไม่ได้เป็นหุ้นส่วน แต่เป็นเพื่อนสนิทของแฟนมาช่วยทำงานและดูแลร้าน อย่างไรก็ตาม เม ยอมรับว่าร้านมีใบอนุญาตขายอาหาร แต่ไม่มีใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกล่าวว่าเฮงมีความสำนึกผิดและขอโทษแล้ว

ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ชี้แจงว่า กรณีนี้แรงงานต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวกระทำผิดหลายมาตรา ทั้งมาตรา 295 ทำร้ายร่างกายโดยการร่วมกัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี มาตรา 358 ทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2522 มาตรา 8 อนุ 3 ที่ห้ามคนต่างด้าวเปิดร้านขายอาหาร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังควรส่งเรื่องให้กรมตรวจคนเข้าเมืองและกรมสวัสดิการแรงงานตรวจสอบและผลักดันออกนอกประเทศ
เต้ อาชีวะ กล่าวปิดท้ายว่า อยากฝากถึงหน่วยงานรัฐให้กวดขันตรวจตราแรงงานต่างด้าวให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายอยู่ประมาณ 3-4 ล้านคน และที่ผิดกฎหมายอีกจำนวนมาก รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นภาระและทำให้คนไทยต้องคอยระแวงและรู้สึกไม่ปลอดภัย อยากให้คนไทยมีสิทธิและเสรีภาพในการใช้ชีวิตอย่างมีสวัสดิภาพมากขึ้น











