หนุ่มวัย 17 ปี หัวหมอ ใช้ช่องโหว่ทำเรื่องคืนเงินบนแพลตฟอร์มขายเครื่องสำอางออนไลน์ โกงเงินไปได้มากกว่า 18 ล้าน
![ฉ้อโกง ฉ้อโกง]()
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
รายงานเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2567 แพลตฟอร์มขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยระบุว่า ถูกฉ้อโกงการคืนสินค้า ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวน ก่อนจะเข้าจับกุมตัว นายลู่ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่า ได้ทำเรื่องยื่นคำขอคืนเงินปลอมไปยังแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยไม่ส่งสินค้าคืน
โดยลู่ได้เปิดบัญชีหลายบัญชีเพื่อซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มดังกล่าว หลังจากพบช่องโหว่ที่ทำให้เขาสามารถกรอกหมายเลขผู้จัดส่งปลอมในคำขอคืนสินค้า และได้รับเงินคืน โดยที่ผู้ขายไม่ได้รับสินค้าที่ส่งคืน เขาจึงสามารถเก็บทั้งสินค้าและเงินคืนไว้เองทั้งหมด
ลู่ใช้กลโกงนี้ยื่นคำขอคืนเงินผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวจำนวน 11,900 รายการ โดยไม่ส่งสินค้าคืน ซึ่งสินค้ามีมูลค่ารวม 4.76 ล้านหยวน (ราว 21 ล้านบาท) ก่อนที่จะนำสินค้าเหล่านั้นไปขายต่อในตลาดสินค้ามือสอง และได้เงินไปจำนวน 4.01 ล้านหยวน (ราว 18 ล้านบาท) โดยเขานำเงินที่ได้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ รวมทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนม และใช้เลี้ยงเพื่อน
สำหรับคดีความของลู่ ศาลได้ตัดสินว่าเขามีความผิดจริง อย่างไรก็ดี ในขณะที่ก่อเหตุเขายังถือว่าเป็นผู้เยาว์ ศาลจึงได้พิจารณาลดโทษให้ โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 ปี
คดีความนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงและถูกถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับเรื่องมาตรการการคืนเงินบนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ ที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ แต่กลับสร้างปัญหาและความเสียหายต่อผู้ขาย และเกิดช่องโหว่อันเลวร้ายที่ผู้ซื้อสามารถนำไปใช้หาผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย
"เขาใช้ความฉลาดของตัวเองทำในสิ่งที่ผิด" ผู้ใช้โซเชียลส่วนหนึ่งตำหนิพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด ในขณะที่บางส่วนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า "แพลตฟอร์มเองก็มีปัญหาเช่นกัน ที่ไม่สามารถตรวจจับช่องโหว่ได้ จนกระทั่งสูญเสียเงินไปจำนวนมหาศาลแล้ว"

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยรายงานเกี่ยวกับคดีที่น่าตกตะลึง ชายหนุ่มวัย 17 ปี รายหนึ่งในประเทศจีน ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี ภายหลังจากถูกจับได้ว่า แอบใช้ช่องโหว่ในนโยบายการคืนเงินของแพลตฟอร์มขายเครื่องสำอางออนไลน์ จนสามารถฉ้อโกงเงินไปได้มากกว่า 4 ล้านหยวน (ราว 18 ล้านบาท)
รายงานเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2567 แพลตฟอร์มขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยระบุว่า ถูกฉ้อโกงการคืนสินค้า ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวน ก่อนจะเข้าจับกุมตัว นายลู่ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่า ได้ทำเรื่องยื่นคำขอคืนเงินปลอมไปยังแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยไม่ส่งสินค้าคืน
โดยลู่ได้เปิดบัญชีหลายบัญชีเพื่อซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มดังกล่าว หลังจากพบช่องโหว่ที่ทำให้เขาสามารถกรอกหมายเลขผู้จัดส่งปลอมในคำขอคืนสินค้า และได้รับเงินคืน โดยที่ผู้ขายไม่ได้รับสินค้าที่ส่งคืน เขาจึงสามารถเก็บทั้งสินค้าและเงินคืนไว้เองทั้งหมด
ลู่ใช้กลโกงนี้ยื่นคำขอคืนเงินผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวจำนวน 11,900 รายการ โดยไม่ส่งสินค้าคืน ซึ่งสินค้ามีมูลค่ารวม 4.76 ล้านหยวน (ราว 21 ล้านบาท) ก่อนที่จะนำสินค้าเหล่านั้นไปขายต่อในตลาดสินค้ามือสอง และได้เงินไปจำนวน 4.01 ล้านหยวน (ราว 18 ล้านบาท) โดยเขานำเงินที่ได้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ รวมทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนม และใช้เลี้ยงเพื่อน
ศาลในเซี่ยงไฮ้ได้มีคำพิพากษาในคดีของลู่ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ก่อนที่จะมีการเผยแพร่รายงานออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ รวมทั้งแพลตฟอร์มการขายสินค้าดังกล่าว ซึ่งตามกฎหมายจีน ผู้ที่ฉ้อโกงทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชนจะต้องถูกจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี หากจำนวนเงินที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมากเป็นพิเศษ
คดีความนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงและถูกถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับเรื่องมาตรการการคืนเงินบนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ ที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ แต่กลับสร้างปัญหาและความเสียหายต่อผู้ขาย และเกิดช่องโหว่อันเลวร้ายที่ผู้ซื้อสามารถนำไปใช้หาผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย
"เขาใช้ความฉลาดของตัวเองทำในสิ่งที่ผิด" ผู้ใช้โซเชียลส่วนหนึ่งตำหนิพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด ในขณะที่บางส่วนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า "แพลตฟอร์มเองก็มีปัญหาเช่นกัน ที่ไม่สามารถตรวจจับช่องโหว่ได้ จนกระทั่งสูญเสียเงินไปจำนวนมหาศาลแล้ว"
ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post






