วิเคราะห์ 3 ข้อ เครนถล่มพระราม 2 ชี้จุดต่างจากเครนถล่มสีคิ้ว แม้เกิดติด ๆ กัน

 
             วิเคราะห์ 3 สาเหตุ เครนถล่มพระราม 2 ชี้จุดต่างจากเครนถล่มสีคิ้ว แม้เกิดติด ๆ กัน และเป็นผู้รับเหมาเดียวกัน 

เครนถล่ม พระราม 2
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร 

             เป็นช่วงเวลา 2 วันแห่งความสะเทือนใจ เมื่อประเทศไทยเผชิญโศกนาฏกรรม 2 เหตุการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน คือเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย และเหตุการณ์เครนถล่มทับรถกระบะ 2 คัน บนถนนพระราม 2 ช่วงสะพานท่าจีน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทครสาคร ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย 

             วันนี้ (15 มกราคม 2569) ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาเผยข้อสันนิษฐาน ถึงสาเหตุที่เครนพระราม 2 ถล่ม ดังนี้ 

             1. เครนลอนเชอร์ (Launching crane) ถล่มแบบหักตรงกลาง เป็นรูปคล้ายตัววี แสดงให้เห็นว่า โครงเหล็กลอนเชอร์ไม่สามารถรับน้ำหนักได้

             2. ขณะที่เกิดการพังถล่ม มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์คอนกรีตห้อยแขวนอยู่หลายชิ้น และร่วงลงมาทับรถยนต์สองคัน แสดงว่าการถล่มเกิดขึ้นในระหว่างการติดตั้งชิ้นส่วน และน้ำหนักของชิ้นส่วนคอนกรีตที่ห้อยแขวนอยู่ ทำให้เครนหักตรงกลาง

             3. การหักตรงกลางของเครน อาจเกิดขึ้นที่ชิ้นส่วนของเครนเอง หรือเกิดขึ้นที่จุดต่อระหว่างชิ้นส่วนที่นำมาต่อกัน ปกติแล้วเครนที่มีความยาว จะมีรอยต่อระหว่างส่วนต่าง ๆ ที่ยึดกันด้วยหมุดยึด จึงต้องไปตรวจสอบในพื้นที่ว่า จุดที่เครนหักตรงกลางตรงกับจุดต่อหรือไม่ และมีความบกพร่องในเรื่องการประกอบติดตั้งเครนหรือไม่

             อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เหตุการณ์ที่สีคิ้ว กับที่พระราม 2 มีความแตกต่างกัน โดยที่พระราม 2 เป็นการหักที่ตัวเครนเอง ในขณะที่มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์ห้อยแขวนอยู่ 
             ขณะที่กรณีสีคิ้วเป็นการพังถล่มของชิ้นส่วนที่เป็นฐานรองรับเครน โดยที่ตัวเครนไม่ได้หักลงมา และการเป็นถล่มในระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายเครนลอนเชอร์ไปยังช่วงถัดไป

เครนถล่ม พระราม 2
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร 

             อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 กรณีที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหามาตรฐานความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงควรหยุดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ใกล้พื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และกลับมาทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด รวมตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระในการสอบสวนสาเหตุ และบังคับใช้กฎหมาย ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดต่อไป รวมทั้งในอนาคตข้างหน้าจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ  

             อนึ่ง จากเหตุการณ์ล่าสุดที่พระราม 2 พบว่าอยู่ในช่วงงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (ยกระดับพระราม 2) ระยะที่ 2 ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว สัญญาตอน 7 ทางหลวงหมายเลข 35 กม.29+772 – 31+207 ระยะทาง 1.435 กิโลเมตร ค่างานก่อสร้าง 1,868,300,000 บาท โดยมี บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญางานโยธา

             ขณะที่ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้สะท้อนปัญหาเครนถล่มซ้ำซาก ว่าเกิดจากคนประมาทไม่กลัวติดคุก และขาดกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะที่เข้มแข็ง ทำให้ขาดกลไกตรวจสอบอิสระเอาผิดจริงจัง ไม่มีหน่วยงานอิสระที่มีอำนาจตรวจสอบและเอาผิดโดยตรงเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว พร้อมชี้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำซากเป็นความอับอายของประเทศ และควรมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน 
 


ขอบคุณข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิเคราะห์ 3 ข้อ เครนถล่มพระราม 2 ชี้จุดต่างจากเครนถล่มสีคิ้ว แม้เกิดติด ๆ กัน โพสต์เมื่อ 15 มกราคม 2569 เวลา 16:00:20 1,580 อ่าน
TOP
x close