คดีช็อก ลูกจ้างชายชาวญี่ปุ่นถูกจับ หลังบุกสังหารประธานบริษัทจนเสียชีวิต ปมแค้นโดนตัดโบนัสปลายปีไม่มีสาเหตุ จากเดิม 1.5 เดือน เหลือเพียง 1 เดือน

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 เว็บไซต์เจแปนไทมส์
เผยเหตุสะเทือนขวัญในญี่ปุ่น มาซาฮิโร ยามานากะ ลูกจ้างชายวัย 45 ปี
ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงแห่งหนึ่ง
ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมนายจ้าง อากิฮิโระ คาวาชิมะ ซึ่งเป็นประธานบริษัท
โดยมีเหตุมาจากความแค้นที่ถูกตัดเงินโบนัสปลายปี
รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบศพคาวาชิมะ ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตภายในอพาร์ตเมนต์ เขตโอตะ กรุงโตเกียว โดยถูกแทงมากกว่า 10 ครั้ง ที่คอ ท้อง และต้นขา มีบาดแผลจากการต่อสู้และป้องกันตัวหลายจุด รวมถึงที่นิ้วมือทั้งสองข้าง นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดที่บริเวณโต๊ะอาหาร ห้องครัว และทางเดิน รวมถึงพื้นห้องน้ำและห้องแต่งตัว คาดว่าผู้ก่อเหตุได้ล้างเลือดและเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่สืบสวนพบรอยเท้าเปื้อนเลือดภายในอพาร์ตเมนต์ และบริเวณบันไดหนีไฟ ทั้งนี้ยังพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ล็อกประตูอพาร์ตเมนต์โดยใช้กุญแจที่วางไว้ใกล้ทางเข้า จากนั้นนำกุญแจใส่ในช่องรับจดหมาย เพื่อพยายามถ่วงเวลาไม่ให้คนอื่นรู้เรื่อง
หลังจากตรวจสอบหลักฐานและกล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา ยามานากะ ได้เดินออกจากที่พักเวลาประมาณ 17.00 น. โดยสวมเสื้อผ้าสีดำ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังอพาร์ตเมนต์ของคาวาชิมะ และเข้าด้านในเวลา 17.40 น. โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีขาวและรองเท้าผ้าใบอีกแบบหนึ่ง หลังจากผ่านไปประมาณ 50 นาที เวลาประมาณ 18.40 น. เขาได้เดินกลับออกมาในชุดเดิมที่เป็นสีดำ
ยามานากะ ยอมรับว่า เขารู้สึกไม่พอใจกับท่าทีของคาวาชิมะ จึงได้ลงมือก่อเหตุ โดยฉีดยาฆ่าแมลงที่อยู่ตรงทางเข้าใส่หน้าเขา ก่อนจะใช้มีดผลไม้ที่พกไปแทงเข้าที่ต้นขา และลำคอของเขา จากนั้นได้ไล่ตามเขาไปแทงเขาจากด้านหลัง ทว่าต่อมา เขาได้อ้างว่าแค่ขู่ "ผมแทงเขาจริง แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขา"
ยามานากะเผยถึงแรงจูงใจ กล่าวว่า เงินโบนัสปลายปีของเขาถูกลดลง จากที่เคยได้เท่ากับเงินเดือน 1.5 เดือน ลดลงมาเหลือเพียง 1 เดือน โดยไม่มีคำอธิบาย หรือแจ้งเหตุผลใด ๆ ทั้งนี้ เขาเคยแสดงความไม่พอใจในที่ทำงานหลายครั้ง โดยต้นเหตุมาจากทัศนคติของเจ้านาย
แม่ของยามานากะ วัย 72 ปี ได้กล่าวขอโทษต่อความผิดของลูกชาย โดยกล่าวว่า เขาทำในสิ่งที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ และคร่ำครวญโทษตัวเองที่ไม่สามารถหยุดการก่ออาชญากรรมของลูกชายได้ ทั้งนี้ เธอยังได้เผยว่า ลูกชายและคาวาชิมะผู้ล่วงลับ เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันในโรงเรียนมัธยม และยังคงสนิทสนมกันหลังเรียนจบมาหลายปี
ยามานากะเคยพบกับคาวาชิมะหลายครั้ง ในงานแต่งงานของยามานากะเมื่อ 8 ปีก่อน คาวาชิมะได้มาร่วมแสดงความยินดีและร้องไห้ด้วย ต่อมา คาวาชิมะได้ชวนให้ยามานากะไปทำงานที่บริษัท โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารและพนักงาน และทั้งสองมักเดินทางด้วยกัน
แม่ของยามานากะ กล่าวว่า "ลูกชายเป็นเด็กร่าเริงและอ่อนโยน ไม่ชอบความรุนแรง ถ้าเขามีปัญหาเรื่องงาน เขาควรจะลาออกไปตั้งแต่แรก ชีวิตของคาวาชิมะจะไม่มีวันหวนกลับมา ฉันหวังว่าลูกชายจะไตร่ตรองถึงสิ่งที่เขาทำลงไปและชดใช้ความผิดของเขา"
ขอบคุณข้อมูลจาก The Japan Times, Mothership






