อย่าชะล่าใจ สาวเล่าประสบการณ์ช็อก จากผื่นขึ้นแค่จุดเดียว ก่อนลามเป็นแผลไหม้ทั้งตัว

 
             สาวเตือนภัย จากผื่นเล็ก ๆ กลายเป็นตุ่มน้ำพองและรอยไหม้ทั่วตัว แนะอย่าชะล่าใจ เพราะอาการลุกลามได้ภายในไม่กี่วัน พร้อมเผยอนวทางรักษา

 ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม
ภาพจาก TikTok @thanitch6353

             วันที่ 16 มกราคม 2569 โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวเตือนภัยสุขภาพจากผู้ใช้  TikTok @thanitch6353 หรือคุณอีฟ โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า "อย่าชะล่าใจกับผื่นแค่ไม่กี่เม็ด" โดยลงภาพที่ตนเองเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจากอาการคันมีผื่นขึ้น ก่อนจะกลายเป็นตุ่มน้ำ มีรอยไหม้ทั่วร่างกาย และยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด

             คุณอีฟ เล่าว่า อาการเริ่มต้นจากผื่นเล็กน้อยเพียงจุดเดียว มีอาการคันเล็กน้อย จึงรับกินยาแก้แพ้ตามปกติและยังไม่พบอาการผิดปกติอื่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงดึกของวันเดียวกัน ผื่นเริ่มลุกลามมากขึ้น มีผื่นขึ้นที่หน้า ลำตัว และหลัง รวมถึงเริ่มปรากฏตุ่มน้ำและอาการคันรุนแรงขึ้น

 ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม
ภาพจาก TikTok @thanitch6353

             วันถัดมา เธอเข้าพบแพทย์และได้รับการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสและโรคที่อาจเกี่ยวข้อง เนื่องจากลักษณะผื่นมีหลายรูปแบบในจุดเดียวกัน ทำให้แพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้ ต่อมาอาการรุนแรงขึ้น โดยเริ่มมีผื่นและรอยคล้ายแผลไหม้บริเวณปากและใบหน้า รวมถึงผิวหนังตึง จึงต้องเข้ารับการรักษาอีกครั้ง แพทย์ได้ตรวจสอบยาทั้งหมดที่กินทั้งก่อนและหลังเกิดอาการ พบว่ายังไม่เข้าข่ายแพ้ยาโดยตรง แม้อาการโดยรวมจะคล้ายอาการแพ้ยา แต่ไม่มีอาการแน่นหน้าอก อาเจียน หรืออาการระบบอื่นร่วมด้วย จากนั้นผู้ป่วยถูกส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

             ระหว่างการรักษา เธอมีตุ่มน้ำขึ้นทั่วร่างกาย โดยบางจุดแตกเองแต่ไม่ได้มีอาการเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม ด้วยตุ่มบริเวณปากทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เป็นเวลาหลายวัน จำเป็นต้องให้อาหารทางสายน้ำเกลือ แพทย์ได้ทำการตรวจเลือดเพิ่มเติม ตรวจค่าภูมิคุ้มกัน ค่าตับ ค่าไต รวมถึงตรวจโรคภูมิต้านตนเอง เช่น SLE ซึ่งผลตรวจเบื้องต้นไม่พบความผิดปกติในกลุ่มดังกล่าว

 ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม
ภาพจาก TikTok @thanitch6353

             ผลการตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังพบว่าเข้าข่ายอาการแพ้ยา แต่เมื่อพิจารณาจากยาที่ใช้ทั้งหมด แพทย์เห็นว่าโอกาสแพ้ยามีไม่สูง ขณะเดียวกัน แพทย์ผิวหนังให้ความเห็นว่าอาจเป็นโรคที่พบไม่บ่อย และอาจมีปัจจัยร่วมจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้อาการรุนแรงกว่าปกติ โดยตรวจพบซากเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในปอด ซึ่งอาจมีส่วนกระตุ้นอาการ

             ปัจจุบัน อาการผื่นเริ่มดีขึ้น บริเวณใบหน้า ลำตัว และหลังเริ่มลอกและฟื้นตัว ขณะที่บริเวณแขนยังคงมีผื่นหลงเหลืออยู่ โดยแพทย์ผิวหนังยังติดตามอาการอย่างใกล้ชิดก่อนวางแผนการรักษาในระยะต่อไป ฝากเตือนว่า หากมีผื่นขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ไม่ควรละเลยหรือรักษาด้วยตนเอง เนื่องจากอาการสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 2–3 คืน พร้อมแนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และควรดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการกำเริบ

 ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม
ภาพจาก TikTok @thanitch6353

 ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม
ภาพจาก TikTok @thanitch6353

             ต่อมา วันที่ 4 มกราคม คุณอีฟ อัปเดตคลิปหลังออกจากโรงพยาบาล เล่าว่า ขณะนี้ผิวหนังที่เคยมีลักษณะคล้ายรอยไหม้เริ่มทยอยลอกออกเป็นแผ่น ๆ ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว โดยแพทย์แนะนำให้ปล่อยให้ผิวลอกจนหมดก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษารอยผิวหนัง เช่น รอยด่าง หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอในระยะถัดไป

             ภายหลังออกจากโรงพยาบาล แพทย์ให้กินยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยสัปดาห์แรกให้วันละ 4 เม็ด และสัปดาห์ที่สองลดเหลือวันละ 2 เม็ด ขณะเดียวกัน เธอต้องเริ่มปรับการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด เนื่องจากผิวหนังอยู่ในช่วงผลัดใหม่ ไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ได้ แพทย์จ่ายอโลเวร่าสำหรับทาใบหน้า และครีมเบสเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวกาย พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดด

             ก่อนหน้านี้ขนคิ้วและขนตาหลุดเกือบหมด เหลือเพียงรอยไหม้รอบดวงตา ส่งผลให้การมองเห็นไวต่อแสงมากขึ้น ไม่สามารถอยู่กลางแดดหรือใช้โทรศัพท์ได้นาน มีอาการปวดตาและพร่าเมื่อใช้สายตาต่อเนื่อง ขณะที่ขนจมูกก็หลุดเช่นเดียวกัน ส่วนแผลในปาก ขณะนี้หายเป็นปกติและสามารถกินอาหารได้ทุกชนิด แต่ยังไม่สามารถรับรู้รสชาติ โดยแพทย์ระบุว่าอาการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูราว 3 เดือน เธอตั้งใจจะอาหารให้ครบถ้วน ทั้งนมผงเสริมอาหาร ผัก ผลไม้ และอาหารหลัก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ แม้จะยังไม่รับรู้รสชาติชัดเจน

 ผื่นขึ้น อย่ามองข้าม

             ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเธอยังไม่สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แพทย์ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดทั้งร่างกายและใบหน้า และต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเป็นหลัก สำหรับสาเหตุของอาการ แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าแพ้ยาชนิดใด แต่พบประวัติซากเชื้อแบคทีเรียในปอดก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยร่วมกับภาวะไข้สูง 39–41 องศาเซลเซียส ในช่วงเริ่มต้น ทำให้อาการรุนแรงกว่าปกติ นิ้วมือและเล็บเริ่มลอก โดยเล็บที่เคยมีสีคล้ำบริเวณขอบเริ่มหลุดออก เหลือผิวใหม่สีชมพู บางจุดยังคงมีรอยด่าง 

             สุดท้ายขอบคุณทุกกำลังใจจากเพื่อน ๆ และผู้คนในโลกออนไลน์ พร้อมฝากเตือนว่า หากพบผื่นหรืออาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ไม่ควรละเลยหรือซื้อยารับประทานเอง ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันการลุกลาม เนื่องจากอาการสามารถรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้แพทย์ประเมินว่าโอกาสกลับมาเป็นรุนแรงซ้ำมีไม่สูง เนื่องจากอยู่ในระยะฟื้นฟูร่างกายแล้ว




 
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อย่าชะล่าใจ สาวเล่าประสบการณ์ช็อก จากผื่นขึ้นแค่จุดเดียว ก่อนลามเป็นแผลไหม้ทั้งตัว โพสต์เมื่อ 17 มกราคม 2569 เวลา 11:11:17 1,677 อ่าน
TOP
x close