MrBeast เปิดใจรวยพันล้าน แต่มีเงินในบัญชีติดลบ ต้องกู้เงินใช้ ชี้ทรัพย์สินบนเอกสารกับเงินในบัญชีนั้นแตกต่าง หุ้นซื้อข้าวกินไม่ได้ แม้แต่เงินแต่งงานยังต้องยืมแม่
.jpg)
ภาพจาก Instagram mrbeast
หากพูดถึงชื่อของ MrBeast ผู้คนย่อมรู้กันดีว่านี่คือหนึ่งในยูทูบเบอร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ YouTube ด้วยวัยเพียง 27 ปี MrBeast ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลทั้งในด้านธุรกิจ ตลอดจนการทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ซึ่งคลิปของเขามักจะมาพร้อมกับความท้าทายสุดมันส์ ที่ท้าทายให้ผู้คนและยูทูบเบอร์รายอื่น ๆ เข้ามาร่วมเล่นเกมชิงเงินรางวัลก้อนโต
ภาพจาก Instagram mrbeast
นั่นทำให้ไม่แปลกใจคนมักจะคิดว่า MrBeast นั้นรวยและมีเงินในมือมาก แต่ในบทสัมภาษณ์ล่าสุด ชายคนนี้กลับเผยให้เห็นอีกด้านที่แตกต่าง โดยยอมรับว่าจริง ๆ แล้วตัวเองมีเงินสดน้อยมาก หรือจริง ๆ ก็คือมีเงินสดติดลบ และกำลังกู้เงินอยู่
จากรายงานของเว็บไซต์ไทม์สออฟอินเดีย เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 MrBeast หรือชื่อจริงคือ จิมมี่ โดนัลด์สัน เปิดเผยว่า แม้บริษัทที่เขาก่อตั้งจะมีมูลค่ามหาศาล แต่เงินในบัญชีส่วนตัวของเขานั้นกลับติดลบ โดยในเดือนกันยายน 2568 บริษัทหลักที่เขามีความเป็นเจ้าของมากกว่าครึ่งอย่าง Beast Industries มีมูลค่าสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.56 แสนล้านบาท) แต่มูลค่าของบริษัทนั้นแตกต่างจากเงินสดที่เขามีอยู่ในมือ เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ภาพจาก Instagram mrbeast
แม้ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่าในปีที่ผ่านมา MrBeast มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 85 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.6 พันล้านบาท) แต่ตัวเลขนี้รวมมูลค่าหุ้นของเขาใน Beast Industries กับสิ่งอื่น ๆ ที่เขาเป็นเจ้าของ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบหุ้น ไม่ใช่เงินสด โดยเขากล่าวระหว่างการสัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า ผู้คนมากมายคิดว่าเขาเป็นมหาเศรษฐี แต่นั่นเป็นเพราะคนเหล่านั้นสับสนระหว่างทรัพย์สินสุทธิของเขา กับเงินสดที่เขามีอยู่ในมือ
และถ้าจะพูดถึงเรื่องการเงินของเขาในตอนนี้ "จริง ๆ ตอนนี้ผมมีเงินติดลบอยู่ ผมกำลังกู้เงินอยู่"
ภาพจาก Instagram mrbeast
MrBeast ชี้ว่า ในทางเทคนิคแล้วหากนำเอามูลค่าหุ้นของบริษัทออกไป ผู้คนที่ชมเขาอยู่ตอนนี้หลายคนอาจจะมีเงินมากกว่าที่เขามีในบัญชีเสียอีก
ยูทูบเบอร์หนุ่มยังเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ถึงความแตกต่างระหว่างความมั่งคั่งบนเอกสาร กับเงินที่คุณสามารถใช้จ่ายได้จริง ๆ ว่า หุ้นของบริษัทไม่สามารถซื้อแมคโดนัลด์เป็นมื้อเเช้าได้ด้วยซ้ำ
ภาพจาก Instagram mrbeast
เขายอมรับว่าการที่เขามุ่งความสนใจไปที่งานและการเติบโต ส่งผลต่อวิธีการจัดการเรื่องเงินของตัวเอง เขาไม่ค่อยคิดถึงเงินในบัญชีบ่อยนัก แต่โฟกัสไปที่การทำคอนเทนต์และทำให้ธุรกิจเติบโตมากกว่า หลายครั้งที่เงินก้อนโตซึ่งเขาทำได้ ถูกนำกลับไปลงทุนเพื่อสร้างคอนเทนต์เพิ่มเติม
ภาพจาก Instagram mrbeast
อนึ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ MrBeast ออกมาเปิดปากเล่าถึงสภาพการเงินของตัวเอง ที่ดูคล้ายคนถังแตกแม้จะมีทรัพย์สินมากมาย โดยย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางปี 2568 เขาเคยบอกกับผู้คนบนโซเชียล ว่าต้องยืมเงินแม่มาเป็นค่าจัดงานแต่งงาน เนื่องจากเขาใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับธุรกิจแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก Times of India






