กรณีงบปรับปรุงโรงอาหารสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 วงเงิน 12 ล้านบาท กลับมาเป็นประเด็นถกเถียงอีกครั้ง จนรัฐมนตรีแรงงานสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อคลายข้อสงสัยของผู้ประกันตน

ภาพจาก เฟซบุ๊กรักชนก ศรีนอก
จากกระแสข่าวเกี่ยวกับการใช้งบประมาณบริหารของประกันสังคม จำนวน 12 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงอาหารของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงแรงงาน ทำให้เกิดคำถามในสังคมถึงความเหมาะสมของการใช้งบจากเงินสมทบของผู้ประกันตน
กระทรวงแรงงานและประกันสังคมชี้แจงข้อเท็จจริง

ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่า โครงการปรับปรุงโรงอาหารดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และได้ผ่านกระบวนการพิจารณา อนุมัติ และตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ทั้งในระดับคณะกรรมการประกันสังคม หน่วยงานด้านงบประมาณ และหน่วยงานตรวจสอบ รวมถึงการขออนุญาตใช้พื้นที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง
สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 รับผิดชอบพื้นที่เขตดินแดง พญาไท ราชเทวี และห้วยขวาง ดูแลผู้ประกันตนกว่า 597,960 คน นายจ้าง 12,905 ราย และสถานประกอบการกว่า 13,000 แห่ง โดยมีผู้มาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 300-400 คน รวมถึงเป็นพื้นที่ตั้งของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานอื่น ๆ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีโรงอาหารหรือสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ
การปรับปรุงพื้นที่โรงอาหารมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้ประกันตนและประชาชน โดยโรงอาหารถูกจัดให้เป็นสวัสดิการสาธารณะในลักษณะไม่แสวงหากำไร เปิดให้บริการในราคาย่อมเยา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายเช่นกัน
เสียงสะท้อนจากรักชนก ศรีนอก
อย่างไรก็ตาม รักชนก ศรีนอก ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงการใช้เงินของผู้ประกันตนในหลายโครงการที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า แม้การดำเนินการจะถูกต้องตามระเบียบราชการ แต่กลับสวนทางกับความรู้สึกของผู้ประกันตนที่ต้องถูกหักเงินจากค่าจ้างทุกเดือน โดยสะท้อนความอัดอั้นของผู้จ่ายเงินสมทบที่ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ภาพจาก เฟซบุ๊กรักชนก ศรีนอก

ภาพจาก เฟซบุ๊กรักชนก ศรีนอก
รัฐมนตรีแรงงานสั่งตรวจสอบด่วน

ภาพจาก เฟซบุ๊กรักชนก ศรีนอก
ล่าสุด วันที่ 22 มกราคม นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดและรายงานตรงถึงรัฐมนตรีภายใน 24 ชั่วโมง แม้จะเป็นโครงการในอดีต แต่ทุกขั้นตอนต้องสามารถตรวจสอบได้ และต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน
นางสาวตรีนุช ระบุว่า เงินกองทุนประกันสังคมทุกบาททุกสตางค์ คือเงินที่หักจากค่าจ้างแรงงาน เพื่อเป็นหลักประกันชีวิตตั้งแต่เกิด เจ็บป่วย ว่างงาน ไปจนถึงบำนาญชราภาพ การใช้เงินใด ๆ ต้องตั้งอยู่บนหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมขอบคุณภาคประชาสังคมที่ช่วยสะท้อนข้อมูลเพื่อให้เกิดการปรับปรุง ไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำซาก
กรณีงบโรงอาหารประกันสังคม 12 ล้านบาท อาจเป็นโครงการที่ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบในอดีต แต่กระแสคำถามที่เกิดขึ้นสะท้อนความต้องการของผู้ประกันตนต่อความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูล ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญที่สำนักงานประกันสังคมต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนให้สังคม

ภาพจาก เฟซบุ๊กรักชนก ศรีนอก

ภาพจาก เฟซบุ๊กรักชนก ศรีนอก





