ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยสาเหตุฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง 28 ม.ค. 69 พบกลุ่มหมอกพิษจากการเผาทุ่งนา ครอบคลุม 1 ล้านไร่ พัดถล่ม กทม. เตือนเขตหนองจอก-มีนบุรี วิกฤตสีแดง


เมื่อช่วงเย็น วันที่ 27 มกราคม 2569 ปภ.จังหวัดนครนายก
ระดมกำลังขอความร่วมมือรถน้ำจากทุก อบต.ในจังหวัดนครนายก
และกู้ภัยร่วมกตัญญในพื้นที่ นำรถน้ำและกำลังพล
ช่วยกันสกัดไฟลามทุ่งที่กำลังลุกลามในพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี
จังหวัดนครนายก
ที่กำลังขยายตัวและมีบางส่วนเริ่มใกล้เข้าสู่บ้านเรือนประชาชน
นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ประชุมพร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ปภ.จังหวัดนครนายก นายอำเภอปากพลี ผู้กำกับสภ.ปากพลี พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายตำบล กู้ภัยในจังหวัดนครนายก และเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช วางแผนงานและกระจายการทำงานในการควบคุมเพลิง
นายชานน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่มีความเห็นแก่ตัวเผาที่นา พร้อมกำชับและฝากผู้กำกับ สภ.ปากพลี ให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาให้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าฉีดน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงโดยรอบ และทำแนวกันไฟที่อาจจะลุกลามไปยังพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เวรยาม ควบคุมดูแลสถานการณ์

ภาพจาก กรุงเทพมหานคร
โดย นายชัชชาติ กล่าวว่า คืนนี้อัตราการระบายอากาศไม่ดี ในวันที่ 28 มกราคม ตอนกลางวันจะดีขึ้น ซึ่งไม่ได้ประกาศให้ WFH เพราะคาดว่าคงไม่ได้มีการเผาอะไรมาก แต่บังเอิญเมื่อตอนบ่ายเกิดเหตุการณ์สำคัญ จึงต้องแจ้งให้ทราบเพื่อเตรียมตัว ปกติการควบคุมการเผาในจังหวัดใกล้เคียง กทม. ค่อนข้างดี แต่เมื่อช่วงบ่าย มีการเผาปริมาณใหญ่พร้อม ๆ กัน น่าจะประมาณ 13,000 ไร่
ด้าน นายพรพรหม กล่าวว่า ช่วงกลางวัน ค่าฝุ่นลด แต่ช่วงเย็นการระบายอากาศต่ำ และมีการเผา ลมที่พัดเข้า กทม.เป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้จุดที่มีการเผา ลุกลามไปในพื้นที่อื่น ควันมาถึงกทม. ครอบคลุมราว 1,700 ตารางกิโลเมตร หรือ 1 ล้านไร่ ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมา พื้นที่หนองจอก มีนบุรี ฝั่งตะวันออกของกทม. ฝุ่นละอองสะสมมาก อยู่ในระดับสีแดง

ภาพจาก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

ภาพจาก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
12 อันดับ ของค่าฝุ่นPM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร
1. เขตหนองจอก 80.8 มคก./ลบ.ม.
2. เขตมีนบุรี 77.3 มคก./ลบ.ม.
3. เขตคลองสามวา 76.5 มคก./ลบ.ม.
4. เขตคันนายาว 76.1 มคก./ลบ.ม.
5. เขตประเวศ 71.7 มคก./ลบ.ม.
6. เขตสายไหม 70.7 มคก./ลบ.ม.
7. เขตลาดกระบัง 69.2 มคก./ลบ.ม.
8. สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 68 มคก./ลบ.ม.
9. สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 66.9 มคก./ลบ.ม.
10. สวนหนองจอก เขตหนองจอก 66.5 มคก./ลบ.ม.
11. เขตบึงกุ่ม 65.9 มคก./ลบ.ม.
12. เขตสะพานสูง 63.6 มคก./ลบ.ม.
1. กรุงเทพเหนือ
54.4 - 70.7 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
2. กรุงเทพตะวันออก
54.4 - 80.8 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
3. กรุงเทพกลาง
42.6 - 57.1 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
4. กรุงเทพใต้
44 - 62.5 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
5. กรุงธนเหนือ
39.7 - 54.4 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
6. กรุงธนใต้
39.7 - 53.9 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ข้อแนะนำสุขภาพ :
คุณภาพอากาศระดับสีส้ม: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
▪️ประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร
ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา
▪️ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร
คุณภาพอากาศระดับสีแดง : มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ประชาชนทุกคน
- งดกิจกรรมกลางแจ้ง
- หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5
- หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

ภาพจาก กรุงเทพมหานคร





