โหนกระแสเดือด แม่หนุ่มหลอกผู้หญิงด่าเหยื่อว่าโง่ที่หลงเชื่อ ด้าน หนุ่ม กรรชัย ไม่ทน สวนกลับเพื่อปกป้องผู้เสียหาย ด้านเจ้าตัวโฟนอินรับผิด
.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
วันที่ 30 มกราคม 2569 รายการโหนกระแส เปิดใจหญิงสาวผู้เสียหาย
ซึ่งถูกชายชื่อ แบงค์ หนุ่มหน้าตาดี สร้างโปรไฟล์หรูหลอกคบผ่านแอปฯ หาคู่
อ้างทำธุรกิจรถเช่า ซื้อขายรถหรู มีทรัพย์สินจำนวนมาก เงินเดือนสูงถึง
400,000 บาท
ก่อนสร้างเรื่องราวความน่าสงสารจนฝ่ายหญิงหลงเชื่อและสูญเงินเป็นจำนวนมาก
บางรายสูญเงินกว่า 36 ล้าน
คุณเอ (นามสมมติ ) ผู้เสียหายรายล่าสุด เผยพฤติกรรมหลังจากเริ่มรู้สึกสนิทใจด้วย ฝ่ายชายเริ่มอ้างว่ามีปัญหาคดีความ ถูกอดีตภรรยาฟ้องร้อง ทำให้ทรัพย์สินรถและคอนโดถูกอายัด ไม่สามารถใช้เงินได้ตามปกติ และขอให้เช่วยออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปก่อน ทั้งค่าเติมน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าใช้ชีวิตประจำวัน โดยรับปากว่าจะคืนเงินให้ในภายหลัง ระหว่างนั้นฝ่ายชายมีการนำเอกสาร หมายศาล และเรื่องคดีมาให้ดู ทำให้เกิดความสงสารและหลงเชื่อ แต่เมื่อทวงถามเรื่องคืนเงิน ฝ่ายชายกลับบ่ายเบี่ยง
จุดที่ทำให้คุณเอเริ่มเอะใจ คือการสืบค้นข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย จนพบว่าชายคนดังกล่าวเคยตกเป็นข่าว ถูกจับกุมในคดีหลอกผู้หญิงให้รักและหลอกเงินหลายราย และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ ทำให้ต่อมาเธอจึงตัเสินใจเข้าแจ้งความแล้ว
ต่อมา แม่ของแบงค์ โฟนอินเข้ามาในรายการ พุดคุยกับ หนุ่ม กรรชัย แต่ด้วยคำพูดของอีกฝ่ายที่ดูจะยิ่งกระทบกับผู้เสียหาย ทำให้กลายเป็นการโต้เถียงดุเดือดแบบไม่มีใครคาดคิดกลางรายการโหนกระแส
.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
แม่ของแบงค์ : ฉันรู้ ทำไมฉันจะไม่รู้
หนุ่ม กรรชัย : แม่รู้ว่าอะไรครับ
แม่ของแบงค์ : เดี๋ยวคุณกรรชัยฟังฉันก่อน ก่อนที่คุณจะคุยกับฉัน คุณลองเข้าไปดูในบัญชีแบงก์กรุงเทพฯ ของฉันดูก่อน ว่าใน 3–4 ปี หรือ 4–5 ปีที่ผ่านมา ฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่ คุณก็จะรู้เอง
หนุ่ม กรรชัย : มีเงินอยู่เท่าไหร่ครับแม่
แม่ของแบงค์ : ตอนนี้รู้สึกจะ 80 กว่าบาท
หนุ่ม กรรชัย : 80 กว่าล้าน หรือ 80 กว่าบาทนะครับ
แม่ของแบงค์ : โอ้โห ชีวิตฉันเนี่ยนะ จะ 80 แล้วนะ ฉันไม่เคยถือเงินล้านเลย
ฉันจะบอกให้เธอฟังว่า ชีวิตฉันไม่เคยถือเงินล้านเลย อย่าว่าแต่เงินล้านเลย
เงินแสนก็แทบจะไม่เคยสะดุด แล้วคุณกรรชัยฟังฉันนะ ไอ้หมอ (ผู้เสียหาย)
เนี่ยนะ ฟังให้ดี ฉันไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวหรอก
.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
หนุ่ม กรรชัย : หมอ ที่ว่าลูกชายคุณแม่ไปเอาเงินเข้ามา 36 ล้านใช่ไหม
แม่ของแบงค์ : มันไม่ใช่
หนุ่ม กรรชัย : ไม่ใช่เหรอ
แม่ของแบงค์ : ก็ฉันบอกให้คุณเช็กบัญชีฉันได้ สภาพที่คุณเห็น ฉันไม่ใช่คนมีธุรกิจเป็นร้อยล้าน
หนุ่ม กรรชัย : แล้วแม่เคยไปฮ่องกงไหม
แม่ของแบงค์ : ไปเที่ยว เคยไปเที่ยว
หนุ่ม กรรชัย : แล้วแม่เป็นนักธุรกิจของฮ่องกงไหม
แม่ของแบงค์ : มะแหงกแกสิ ฉันไปเที่ยวแล้วฉันก็กลับ
หนุ่ม กรรชัย : ฉันอยากจะรู้นะว่าผู้หญิงคนที่ไปคอมเพลนเคยเห็นฉันไหม
หนุ่ม กรรชัย : : ไม่เคยเห็น
แม่ของแบงค์ : แล้วแกจะมาว่าอะไรฉันนักหนา ฉันอยากรู้นัก
หนุ่ม กรรชัย : เดี๋ยวก่อนนะแม่ เขาไม่ได้ว่าแม่ แต่เขาบอกว่าลูกชายของแม่ไปหลอกเขาบอกว่าแม่ไปต่างประเทศ แม่เป็นนักธุรกิจฮ่องกง แล้วบอกว่าเดี๋ยวแม่กลับมาจะเอาเงินมาคืน
แม่ของแบงค์ : แล้วไปเชื่อ ถามหน่อยเถอะ ใครโง่กว่าใคร
หนุ่ม กรรชัย : อ๋อ แสดงว่าผู้หญิงโง่ที่ไปเชื่อเขาสิ
แม่ของแบงค์ : ฉันจะเตือนเขาอยู่เรื่อย ๆ ว่าอย่าหลอกคนนะ
หนุ่ม กรรชัย : อ้าว
แม่ของแบงค์ : ฉันว่าไอ้คนที่โดนหลอกมันโง่ มันไม่เช็กให้ดี ๆ ก่อนที่มันจะโดน ถามสิ มันไปค้างบ้านเขากี่คืน กี่ครั้ง
หนุ่ม กรรชัย : แม่ เดี๋ยวก่อนนะ ผมถามตรง ๆ ตกลงลูกชายแม่ไปหลอกเขาจริงไหม
แม่ของแบงค์ : ฉันคิดว่าใช่นะ ฟังให้ดีนะคุณหนุ่ม ลูกฉันอายุ 10 กว่าขวบก็หลุดจากชีวิตฉันแล้ว ไม่เคยเข้ามาหาฉัน นาน ๆ เข้ามาที แล้วก็ออกไปทุกครั้งเขามาเอาเงินฉัน
หนุ่ม กรรชัย : ขโมยเงินแม่ด้วยใช่ไหม
แม่ของแบงค์ : ใช่ แต่เขาเป็นลูกฉัน ก็ต้องให้เขาถูกไหม
หนุ่ม กรรชัย : แล้วเรื่องคุณหมอ ตอนนั้นลูกแม่ไปเอาเงินเขามาจริงไหม
แม่ของแบงค์ : อันนี้ฉันไม่รู้นะ เขาอยู่กันมา 10 กว่าปี ไม่ใช่ 3 ปี เขาไปเมืองนอกกันตลอด เงินทองก็ต้องใช้เรื่อย ๆ เขาไปยุโรป ไม่ได้ไปแค่ฮ่องกง ฉันเห็นเขาใช้จ่ายกันตลอด
หนุ่ม กรรชัย : ลูกคุณแม่ทำงานอะไร
แม่ของแบงค์ : ตอนนี้เป็นพนักงานขับรถ
หนุ่ม กรรชัย : แล้วตอนนั้นล่ะ
แม่ของแบงค์ : ตอนนั้นไม่มีงานทำ ลูกฉัน ป.4 ยังไม่จบเลยแล้วผู้หญิงหน้าโง่ถึงให้เขาหลอกได้ยังไงก็ไม่รู้
หนุ่ม กรรชัย : แม่ คืออย่างนี้ คือ ลูกแม่เนี่ย เขาไปอ้างตัวเองว่าเป็นคนรวย
.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
หนุ่ม กรรชัย : แม่ ผมถามแม่อย่างนี้ตรง ๆ ได้ไหม กรณีที่เกิดขึ้น เรื่องของคุณหมอ คือลูกชายแม่ไปหลอกในการลงทุน ตำรวจมีหลักฐานทั้งหมดว่ามีการไปหลอกกันด้วยวิธีไหน ทำแบบไหน หลอกว่าเอาเงินไปลงทุนซื้อรถ สุดท้ายไม่ได้รถมาจริง ต่าง ๆ นานา เขาก็แจ้งความจับลูกคุณแม่ แม่คิดว่ากรณีแบบนี้ แม่มองว่าคุณหมอโง่เหรอ ที่โดนลูกแม่หลอก
แม่ของแบงค์ : ไม่ใช่โง่ แต่อย่าลืมนะ เงินทั้งหมดเนี่ย เธอร่วมกันใช้ เธออยู่กัน 10 กว่าปี ไม่ใช่ 3 ปีอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นพูด อยู่กันมา 10 กว่าปี แล้วคุณหนุ่มคิดว่า เราอยู่ด้วยกัน ใช้ไปใช้มา คุณคิดว่าจะทำยังไง ทุกวันนี้เงินเดือนลูกชายมันยังชนหน้าไม่ถึงหลัง มันยังมาดึงจากฉัน ฉันบอกฉันเอาที่ไหนให้ ตั้งแต่ไอ้แบงค์มันอยู่เรือนจำ น้องชายช่วยฉันทุกเดือน เดือนละ 4,000 ค่าเช่าบ้านฉันก็ 2,700 ค่าน้ำ ค่าไฟอีก ฉันเอาอะไรใช้
หนุ่ม กรรชัย : แม่ เอางี้ดีกว่า ผมถามแม่อีกนิดหนึ่ง สรุปแล้ว ผู้หญิงทุกคนที่โดนลูกแม่หลอก โง่หมดเหรอ
แม่ของแบงค์ : โง่ มันก็สมควรจะโง่แล้ว เพราะฉันไม่รู้จักทุกคนเลยฉันไม่เคยรู้เรื่องใคร แต่คุณหมอเนี่ยรู้
หนุ่ม กรรชัย : แม่ เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะ ฟังน้องเขาพูดหน่อย
ผู้เสียหาย : เขาหลอกว่าคุณแม่กลับจากฮ่องกงค่ะ แล้วแม่จะโอนเงินมา เอาเงินจากแม่มาใช้คืนหนูทั้งหมด ที่เขาให้หนูจ่ายไปก่อน
แม่ของแบงค์ : ฉันถามว่า ทำไมเราเชื่อคนง่ายดายอย่างนี้
ผู้เสียหาย : ก็โง่ค่ะคุณแม่ เลยเชื่อเขา
แม่ของแบงค์ : เออ ใช่ไหม
ผู้เสียหาย : ใช่ค่ะ
หนุ่ม กรรชัย : ไม่หรอกครับ บางทีน้องผู้หญิงมันโง่ เพราะไปเจอคนเหี้_ครับแม่
แม่ของแบงค์ : อ๋อ งั้นก็ไม่ว่า
หนุ่ม กรรชัย : แม่ต้องเข้าใจนิดนึงนะ ผมต้องขออภัย บางทีคนเหี้_มันก็มาหลอกคน แล้วมันก็มาบอกเหยื่อว่าโง่
แม่ของแบงค์ : แล้วฉันจะอยากให้ลูกฉันทำอย่างนั้นเหรอ ?
หนุ่ม กรรชัย : ผมก็ไม่รู้ ผมก็บอกแม่ตรง ๆ ตามที่แม่บอกว่าเหยื่อโง่
แม่ของแบงค์ : เพราะคุณเป็นพ่อของคนแล้ว จะสอนลูกไปหลอกคนอื่นเหรอ ฉันถาม
หนุ่ม กรรชัย : แล้วแม่สอนไหม
แม่ของแบงค์ : ชีวิตฉัน ฉันสาบานได้เลย ถ้าฉันสอนเมื่อไหร่ ขอให้ออกจากบ้านไปแล้วโดนรถทับตาย
หนุ่ม กรรชัย : แสดงว่าแม่ไม่ได้สอน แม่ยอมรับว่าไม่ได้สอน
แม่ของแบงค์ : คุณหนุ่มจะเอายังไง
หนุ่ม กรรชัย : เอาอะไรล่ะ ก็ถามแม่อยู่นี่ไง ตอนนี้เขาติดต่อแม่มาไหม
แม่ของแบงค์ : เขาอยู่กับฉันทุกคืนเลย เขาบอกฉันว่าให้คุณหนุ่มโทร. หาเขา เพราะเขารออยู่
หนุ่ม กรรชัย : ให้โทร. เหรอ โอเค ผมโทร. นะ
.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
เขาระบุว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่ผู้เสียหายซื้อให้ ได้มีการนำไปคืนให้แล้ว แต่เมื่อนำไปขายกลับได้เงินคืนเพียงประมาณ 50,000 บาท พร้อมยอมรับว่า ตนโกหกเรื่องแม่ไปฮ่องกงจริงทั้งหมด และเป็นการโกหกที่ทำให้เรื่องบานปลาย ตนยอมรับผิดในส่วนของการให้คำพูดและการสร้างเรื่องเท็จ พร้อมขอโทษผู้เสียหาย โดยยอมรับว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่สามารถชดใช้เงินที่เหลือได้ แต่หากมีโอกาสก็จะพยายามทยอยคืนให้ในอนาคต
นอกจากนี้ แบงค์ยังยอมรับว่า ผู้เสียหายพยายามติดต่อทวงถามเงินอยู่ตลอด แต่ตนเลือกไม่ตอบข้อความ แม้จะอ่านทุกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการมีปากเสียงหรือทะเลาะกัน พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีการหลอกลวงผู้หญิงรายอื่น และไม่มีความสัมพันธ์กับใครเพิ่มเติม
ท้ายที่สุด แบงค์กล่าวขอโทษอีกครั้ง และยอมรับว่า ความผิดทั้งหมดเกิดจากตัวเขาเอง รวมถึงขอให้สังคมเข้าใจว่า การกล่าวโทษเหยื่อว่าโง่นั้นไม่ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก





