เปิดคลิปเสียง สาวอ้างแม่สั่งให้ทำ เอาลูกคนอื่นมาหลอกแม่ผัว ไม่ยืนยันเสียงใคร แต่ แม่แหวน โฟนอินโต้ อ้างไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นเงิน ไม่ได้อยู่กับลูก

ภาพจาก โหนกระแส
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 รายการโหนกระแส ทางช่อง 3
นำเสนอประเด็นร้อนเกี่ยวกับ ฟิล์ม ชายหนุ่มวัย 19 ปี ที่ถูก แหวน
(นามสมมติ) ซึ่งเป็นภรรยา หลอกว่าตั้งครรภ์
โดยไปตีสนิทกับแม่ลูกอ่อนรายหนึ่ง เพื่อนำเด็กมาหลอกว่าเป็นลูกของตัวเอง
ซึ่งทางแม่เด็กไม่รู้เรื่อง
จากนั้นภรรยาสร้างเรื่องว่าเด็กป่วยเป็นมะเร็งและเนื้องอกในสมอง
เพื่อหลอกขอเงินค่ารักษาจากแม่ของฟิล์ม ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ
ความเสียหายสูงร่วม 7 - 8 แสนบาท
ยังมีการตั้งข้อสงสัยด้วยว่า แหวน ซึ่งเป็นเยาวชน ไม่น่าจะลงมือเองคนเดียวแต่น่าจะมีคนในครอบครัวรู้เห็นอีกต่อ แถมยังมีการเผยภาพแม่ของแหวน ที่นำเด็กไปอุ้ม ถ่ายรูปลงโซเชียลอีกด้วย
ภาพจาก โหนกระแส
ต่อมามีการเปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่างชายกับหญิง
ที่ไม่ขอยืนยันว่าเป็นเสียงของใคร พบว่า ฝ่ายชายพยายามคาดคั้นฝ่ายหญิง
ถามว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงหลอกตนมาโดยตลอดหรือไม่
ซึ่งฝ่ายหญิงก็ยอมรับแต่โดยดี และเมื่อฝ่ายชายเค้นถามว่าแม่ของฝ่ายหญิงให้มาหลอกแม่ของตนใช่ไหม ฝ่ายหญิงก็ยอมรับว่าใช่ พร้อมรับว่ามีการสร้างเรื่องโกหก ตั้งแต่เรื่องภาพอัลตราซาวด์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าตั้งครรภ์จริง
ฝ่ายหญิงยังอ้างว่า ตัวเองไม่ได้อยากนำเด็กมาเลี้ยง ไม่เคยขอลูกมาเลี้ยง แถมแม่เด็กยังมาขอยืมเงินตนไปจ่ายค่าโรงพยาบาลด้วย
แต่เมื่อฝ่ายชายจี้ประเด็นว่า เป็นเรื่องของฝ่ายหญิงที่เอาลูกคนอื่นมาหลอกตน ฝ่ายหญิงก็ตอบชัดว่า "แม่กูให้หลอกไง"
ภาพจาก โหนกระแส
แม่ของฝ่ายหญิง เล่าว่า ตนแยกทางกับพ่อของลูกมานานแล้ว ปัจจุบันลูกสาวอยู่กับพ่อ ไป ๆ มา ๆ แต่ไม่ได้อยู่กับแม่ ซึ่งฟิล์มบอกว่าเห็นแหวนอยู่กับแม่ แม่แหวนบอก อยู่กับแม่เดือนก่อน แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่
ภาพจาก โหนกระแส
แม่แหวนยังบอกอีกว่า
ตนไม่ทราบความเคลื่อนไหวของลูกในแต่ละวัน
ส่วนเรื่องที่ลูกสาวอ้างในคลิปเสียงว่า แม่นำเงินไปเล่นแชร์จนหมด
ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตนเลิกเล่นแชร์ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
และไม่มีประวัติโกงเงินใคร ส่วนเรื่องหนี้สินที่ตัวเองมี ก็เป็นการกู้ยืมมาหมุนเวียนในธุรกิจและใช้จ่ายส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการนำมารักษาหลานหรือสร้างสถานการณ์เพื่อหลอกลวง
ทั้งนี้ เมื่อถามแม่ของฝ่ายหญิงเรื่องเงินกว่า 7 แสนที่ฝ่ายชายเสียไป แม่ของฝ่ายหญิงตอบชั้ว่าเป็นเรื่องตัวใครตัวมัน เพราะตัวเองไม่ได้ก่อเหตุ ไม่รับรู้ และไม่เคยเห็นเงินจำนวนดังกล่าว จึงไม่สามารถหามาใช้คืนได้
พร้อมย้ำว่าหากตนได้เงินไปจริงก็พร้อมจะช่วยลูก
แต่เนื่องจากไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร
ตนจึงขอปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย





