กกต. ชลบุรี เขต 1 แจ้งความเอาผิดกลุ่มเฝ้าหีบข้อหาบุกรุก–ขัดขวางงานราชการ ด้านตัวแทนประชาชนโต้กลับ ท้าเปิด CCTV และให้เอาหลักฐานมาชนกัน
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1
จังหวัดชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลจำนวน 2 ราย
ภายหลังเกิดเหตุบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
ระหว่างกระบวนการรับมอบและยุบรวมหีบเลือกตั้ง
สืบเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้มีประกาศกำหนดให้สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี เป็นสถานที่รวมคะแนนการเลือกตั้ง รับมอบหีบเลือกตั้งภายหลังปิดการลงคะแนน และดำเนินการยุบรวมหีบเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคลร่วมกันบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหน้าที่รับหีบเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้ง เพื่อนำไปยุบรวมพร้อมวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ
1. นางสาวมนัสนนัทน์ กรเกษม (เจ๊ตอง)
2. นางสาวกนกวรรณ สร้อยสม (เฟิร์น)
ในความผิดฐานบุกรุกขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยกระบวนการทางกฎหมายจะเป็นไปตามขั้นตอนต่อไป
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
ตัวแทนเฝ้าหีบ ชลบุรี เขต 1 โต้ กกต. ท้าเปิดหลักฐาน
ขณะที่ตัวแทนประชาชน 6 คน แถลงโต้การชี้แจงของ กกต. กลาง ระบุว่า ที่ กกต. อ้างว่าหีบบัตรเลือกตั้งมีวงจรปิดและมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดี แต่พอเดินทางไปที่อำเภอ กลับไม่พบหีบบัตรเลือกตั้งตามที่กล่าวไว้ จึงติดตามไปที่สนามแบดมินตัน และพบว่าหีบบัตรเลือกตั้งอยู่บนรถจริง แต่ยังไม่ได้มีการปิดซีลใด ๆ ซึ่งสื่อมวลชนเป็นพยานในเรื่องนี้ได้ นอกจากนี้พบว่าที่หีบก็ไม่มีลายเซ็นกำกับตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น
หนึ่งในตัวแทน 6 คนยืนยันว่า ได้ถ่ายภาพใบขีดคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งไว้ในขณะนับคะแนน และพบว่าลายเซ็นรายละเอียดตรงกับเอกสารที่พบในกองขยะ ซึ่งถูกพบตั้งแต่ก่อนจะยกหีบบัตรลงจากรถ จึงเรียกร้องให้ "เอาหลักฐานมาชนกัน" โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดว่า มีใครนำเอกสารเข้าไปวางไว้ก่อนหรือไม่
ส่วนประเด็นการเปิดหีบบัตรในวันนั้น ไม่ได้มีเจตนาทำลาย แต่เป็นการสาธิตให้เห็นว่าหีบบัตรสามารถง้างเปิดได้ โดยที่ไม่ได้ถูกซีลมิดชิด และไม่มีใครเข้าไปแตะต้องเอกสารภายใน ทุกการกระทำถูกบันทึกด้วยกล้องไลฟ์ต่อหน้าประชาชน
ขอบคุณข้อมูลจาก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว, เรื่องเล่าเช้านี้





