สาววัย 20 ปี เป็นแผลที่นิ้วเท้าจนต้องตัดทิ้ง 2 นิ้ว เหตุเพราะพฤติกรรมการกินอย่างหนึ่ง ที่ทำให้แพทย์ถึงกับส่ายหัว พร้อมเตือนกลุ่มเสี่ยงสูง 5 กลุ่ม

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เว็บไซต์ Hk01 เผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้
แพทย์รายหนึ่งในมาเลเซีย
ได้เผยเรื่องราวเคสอุทาหรณ์จากคนไข้หญิงสาวรายหนึ่งซึ่งอายุเพียง 20 ปี
เธอมาเข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินกลางดึกด้วยอาการเป็นแผลที่นิ้วเท้าร่วมกับมีไข้
ในตอนแรกแพทย์เข้าใจว่าเป็นแผลที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป
แต่ผลปรากฏว่า เธอเป็นโรคร้ายแรงจนต้องตัดนิ้วทิ้ง
อันมีเหตุมาจากพฤติกรรมการกินของเธอที่แพทย์ต้องตกตะลึง
ดร.ฉิน จื้อเว่ย แพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน ได้เผยเรื่องราวนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก เผยว่า หญิงสาววัยประมาณช่วง 20 ปี รายหนึ่ง มาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน โดยแจ้งว่า แผลที่นิ้วเท้าอักเสบมา 4 วันแล้ว และมีไข้ด้วย หลังจากประเมินอาการภายนอกพบว่า เธอยังคงเดินได้ และพูดจาสื่อสารได้ชัดเจน แพทย์จึงเข้าใจว่า บาดแผลของเธอน่าจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป จึงเตรียมดำเนินการรักษาบาดแผลและฆ่าเชื้อในเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม ต่อมา แพทย์สังเกตพบว่า นิ้วเท้าของคนไข้หญิงรายนี้ไม่มีเลือด และขอบแผลเน่าเปื่อย เมื่อลองกดก็รู้สึกแปลก ๆ ผลการเอกซเรย์ยังเผยให้เห็นฟองอากาศ บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ ทั้งนี้ ผลการตรวจร่างกายเพิ่มเติมยังพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและระดับคีโตนสูงถึง 4.0 mmol/L
คนไข้หญิงรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคเบาหวานและมีการติดเชื้อในระดับรุนแรง เมื่อแจ้งทางแม่ของคนไข้ก็รู้สึกตกใจมาก โดยเฉพาะเมื่อลูกสาวเพิ่งจะอายุเพียง 20 ต้น ๆ ก่อนที่จะสอบถามประวัติจนทำให้ได้ทราบว่า เธอมีพฤติกรรมคือ ดื่มชานมทุกวัน วันละ 1-2 แก้ว พร้อมกับเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น ชานมไข่มุก โซดา และกาแฟหวาน ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคเบาหวาน คิดว่าตัวเองปกติดี
กลุ่มเสี่ยงสูง 5 กลุ่ม
ทั้งนี้ ดร.ฉิน เผยว่า มีกลุ่มเสี่ยงสูง 5 กลุ่ม ที่ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ อย่ารอจนกว่าจะติดเชื้อหรือต้องเข้าห้องไอซียู ได้แก่
1. ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลบ่อย ๆ
2. เหนื่อยง่าย
3. กระหายน้ำบ่อย
4. น้ำหนักลดลงอย่างฉับพลัน
5. มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
ขอบคุณข้อมูลจาก Hk01





