สรุปดราม่า อ.สกล โค้ชรถขนฝัน ถูกสั่งพ้นหมอนทองวิทยา เซ่นปมคลิปเสียงหลุด เจ้าตัวโต้กลับข้อครหา จับตาอนาคตทั้งสองฝ่ายหลังแยกทาง

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
กลายเป็นดราม่าที่สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลเยาวชนไทย หลังจากอาจารย์ สกล เกลี้ยงประเสริฐ หรือ โค้ชรถขนฝัน ประกาศแยกทางกับทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีสัญญาใจจะพัฒนาทีมระยะยาว แต่กลับต้องเดินทางมาสู่จุดแตกหัก โดยที่ไม่มีใครได้ทันเตรียมใจรับมือ
จุดเริ่มต้นความสำเร็จและสัญญาใจ 4 ปี กับโรงเรียนหมอนทองวิทยา
อาจารย์สกล เข้ามาคุมทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา พร้อมแนวคิด มุ่งสร้างโอกาสให้เด็กนักเรียนได้มีอนาคตในเส้นทางลูกหนัง โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า มีสัญญาใจกับผู้นำชุมชนว่าจะทำทีมเป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อสร้างระบบฟุตบอลนักเรียนให้เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมหมอนทองวิทยา สามารถสร้างชื่อเสียง และมีนักเตะเยาวชนหลายคนแจ้งเกิดในเวทีแข่งขันระดับประเทศ
อย่างไรก็ตาม ต่อมาอาจารย์สกลเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากฝ่ายบริหารให้ยุติบทบาท และขอให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน แม้เจ้าตัวจะขอเวลาอยู่ต่อจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 เนื่องจากนักเรียนกำลังจะสอบปลายภาค พร้อมยอมรับว่า รู้สึกตกใจกับการตัดสินใจดังกล่าว เพราะมองว่าไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงแต่อย่างใด

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ชมรมฟุตบอลศิษย์หมอนทอง เบรกดราม่า เตรียมแถลงร่วม
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายวิเชียร สมานมิตร รองประธานชมรมฟุตบอลศิษย์โรงเรียนหมอนทองวิทยา เปิดเผยว่า ทางชมรมได้รับทราบการให้สัมภาษณ์ของอาจารย์สกลแล้ว และได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อย โดยยืนยันว่า ทางชมรมยังไม่มีการกล่าวหาหรือพาดพิงอาจารย์ในประเด็นใด และมีแผนจะนัดแถลงข่าวร่วมกัน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และยุติปัญหาที่เกิดขึ้น
ขณะที่บรรยากาศในโรงเรียน มีการปิดพื้นที่และติดป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
อ.สกล เผยคลิปเสียงคือต้นเหตุถูกบีบออก ชี้ปัญหาของสังคมคือ โรคขี้อิจฉา
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือคลิปเสียงที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานภายใน ซึ่งอาจารย์สกลยอมรับว่า เป็นเสียงของตนจริง และมีคนแอบบันทึกไว้ ก่อนนำไปเผยแพร่
โดยในคลิปมีเนื้อหาพูดถึงการต่อสู้เพื่อเด็ก และความไม่เป็นธรรม พร้อมระบุว่า ไม่ต้องการให้ใคร "ทำนาบนหลังคน" หรือเอาเปรียบเด็กนักเรียน
อาจารย์สกลยังแสดงความเห็นว่า ปัญหาหนึ่งในสังคมคือ โรคขี้อิจฉา ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความแตกแยก

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
โต้ข้อกล่าวหาอมเงินและไล่เด็ก ยืนยันไม่เคยเอาเปรียบใคร
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการอมเงินจากการพาทีมไปแข่งขัน ซึ่งอาจารย์สกลปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่า เงินที่ได้รับมาส่วนใหญ่ถูกนำไปแจกจ่ายให้เด็กและทีมงาน โดยบางครั้งถึงขั้นต้องนำเงินบริจาคที่เป็นธนบัตรย่อยออกมาแบ่งให้เด็กนักฟุตบอลคนละประมาณ 1,000 บาท
ขณะเดียวกัน ฝ่ายชมรมฟุตบอลและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ยืนยันว่า ไม่ได้มีการไล่เด็กออกจากทีม และการตัดสินใจของนักเรียนขึ้นอยู่กับตัวเด็กและครอบครัว
ดราม่าลาม โค้ชอู๊ด อดีตสตาฟทีมชาติ โพสต์วิจารณ์
ความขัดแย้งครั้งนี้ยังลุกลามไปในวงการฟุตบอลไทย เมื่อ โค้ชอู๊ด สระราวุฒิ ตรีพันธ์ อดีตสตาฟโค้ชทีมชาติไทย ออกมาแชร์คลิปและโพสต์ข้อความวิจารณ์ อ.สกล ระบุว่า น่าเบื่อนะอาจารย์ ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ขอร้องเถอะอาจารย์ อย่าเอ่ยถึงใคร อย่าพาดพิงถึงใคร อาจารย์มีแนวทางของอาจารย์ก็ทำไป อย่าไปพาดพิงถึงคนอื่น ก็อย่างที่ผมบอก ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เรื่องจริงไหมครับ ทำตามแนวทางของตัวเองสิครับอาจารย์ แสงมีเดี๋ยวก็ดับนะครับ ผมไม่ได้หิวแสง แต่ผมฟังแล้วน่าเบื่อจากใจ
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
อนาคตทีมหมอนทอง และการตัดสินใจของ เต วรากร
ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า นักเตะดังของทีมหมอนทอง อย่าง เต วรากร ช่างเขียนดี อาจย้ายตามอาจารย์สกลไปยังทีมใหม่ แต่ล่าสุดมีการยืนยันจากครอบครัวว่า นักเตะรายนี้ตัดสินใจอยู่กับโรงเรียนหมอนทองวิทยาต่อไป โดยขอให้สังคมเคารพการตัดสินใจของตัวนักกีฬา
ขณะที่อาจารย์สกล ได้เตรียมเดินหน้าทำทีมฟุตบอลกับโรงเรียนแห่งใหม่ เพื่อสานต่อเส้นทางการเป็นโค้ช
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
คลิปสะเทือนใจ โค้ชรถขนฝันเก็บของจากไปเพียงลำพัง
ในวันสุดท้ายของ อ.สกล มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่ อ.สกล ต้องเก็บของออกจากพื้นที่ โดยเจ้าตัวยังอยู่ข้างสนามดูเด็ก ๆ ฝึกซ้อม แต่ในช่วงกลางคืนมีภาพที่สนามทำการปิดไฟตอนที่ อ.สกล ยังไม่ได้เดินทางออก ทำให้ต้องรีบเก็บข้าวของออกโดยเร็ว ไม่มีแม้คำอำลา ภาพดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในภาพที่สร้างแรงสะเทือนใจให้แฟนฟุตบอลจำนวนมาก และสะท้อนถึงการปิดฉากเส้นทางของ โค้ชรถขนฝัน กับโรงเรียนหมอนทองวิทยาที่จบลงไปอย่างไม่สวยงามหลังฝ่าฟันด้วยกันมาจนเกือบถึงจุดสูงสุดก็ตาม

ภาพจาก tiktok @ya130954
สุดท้ายนี้ ดราม่าระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน และยังคงเป็นประเด็นที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าท้ายที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างอดีตโค้ชผู้สร้างทีม กับต้นสังกัดและนักเตะในทีม ต่างฝ่ายจะไปในเส้นทางของตัวเองได้ไกลแค่ไหนเมื่อต้องแยกจากกันในครั้งนี้





