หนุ่ม กรรชัย ฟาดหลังตำรวจชี้ ไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก เพราะยังไปไม่ถึง ลั่นภาพมันฟ้อง เตือนอย่าฟังแค่ลูกน้อง ย้ำเรื่องแยกคนป่วยกับคนเมา อย่าพูดว่าแยกไม่ได้ - ถอดบทเรียน
![หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก]()
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
![หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก]()
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
![หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก]()
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
จากนั้นได้ซักถามแต่คุยไม่รู้เรื่อง มีอาการเหม่อลอย จึงควบคุมตัวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือก่ออันตราย พร้อมตรวจค้นภายในรถและค้นตัวเพื่อติดตามหาญาติ
ต่อมาได้พาไปที่ สภ.บางปะหัน เวลา 04.44 น. ประเมินอาการอีกครั้งเห็นว่าเมามา จึงส่งโรงพยาบาลบางปะหัน เวลา 05.00 น. แพทย์รับตัวเกรงว่าจะคลุ้มคลั่ง จากนั้นสายตรวจอยู่เฝ้าต่อที่โรงพยาบาลบางปะหัน จนถึงเวลา 08.00 น. ก่อนจะมีการส่งต่อไปโรงพยาบาลพระนครศรียุธยา ในเวลา 10.00 น.
ทั้งนี้ กรณีใส่กุญแจมือเป็นไปตามระเบียบเพื่อป้องกันผู้ถูกควบคุมตัวกระโดดลงจากรถหรือทำร้ายตัวเอง เมื่อถึง สภ.บางปะหัน และโรงพยาบาล ได้ปลดกุญแจมือทันที ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและตามกฎหมาย
![หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก]()
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
![หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก หนุ่ม กรรชัย ฟาดตำรวจไม่เห็นสัญญาณมือคนป่วยสโตรก]()
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงประเด็นเรื่องการแยกระหว่างคนเมา กับคนป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ว่ามีความแตกต่างที่สามารถแยกได้อยู่แล้ว
โดย หนุ่ม กรรชัย เล่าย้อนว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์มอเตอร์ไซค์ขี่เฉี่ยวชน คนขี่ล้มหัวฟาดพื้น ลุกขึ้นมาเหมือนมีอาการทางสมอง สมองบวม แต่ตำรวจบอกว่าเมาจึงนำตัวขึ้นรถไป สุดท้ายก็เสียชีวิต
"เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดเด็ดขาดเลยว่าแยกไม่ได้ ! แล้วอย่ามาพูดว่าถอดบทเรียนด้วย ! เพราะถอดมาหลายครั้ง มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง"

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
จากกรณีช็อกสังคม ชายป่วยสโตรกในปั๊ม แต่กลับถูกตำรวจใส่กุญแจมือรวบไปโรงพักเพราะนึกว่าเมา แม้จะพยายามส่งสัญญาณมือขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ กว่าจะถึงมือแพทย์ก็อาการวิกฤต ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ อาการ 50/50 หากฟื้นขึ้นมาอาจไม่สามารถพูดได้ตามปกตินั้น

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ล่าสุด (5 มีนาคม 2569) รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 เผยว่า อาการของผู้ป่วยนั้นตอนนี้ไม่รู้สึกตัว แพทย์ระบุว่ามีเนื้อสมองบางส่วนเสียหาย ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ ต้องดูอาการใกล้ชิด อาการของผู้ป่วยเข้าขึ้นวิกฤต ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และบอกให้ญาติกับภรรยาทำใจแล้ว เนื่องจากเลือดออกในสมองค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ทำได้เพียงระบายเลือดออกจากสมองเท่านั้น

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
จากคำชี้แจงของ พ.ต.อ. เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ. อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผู้กำกับ สภ.บางปะหัน ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณตี 3 กว่า ๆ ของวันที่ 1 มีนาคม ได้รับแจ้งเหตุมีรถกระบะชนรถมอเตอร์ไซค์ภายในปั๊ม คนขับมีอาการคล้ายคนเมา สายตรวจจราจรไปถึงที่เกิดเหตุใน 8 นาที ทราบจากพนักงานปั๊มว่าคนขับน่าจะเมา พยายามถอยรถเข้า-ออก จึงขอกำลังเสริม พร้อมดึงกุญแจรถออก
จากนั้นได้ซักถามแต่คุยไม่รู้เรื่อง มีอาการเหม่อลอย จึงควบคุมตัวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือก่ออันตราย พร้อมตรวจค้นภายในรถและค้นตัวเพื่อติดตามหาญาติ
ต่อมาได้พาไปที่ สภ.บางปะหัน เวลา 04.44 น. ประเมินอาการอีกครั้งเห็นว่าเมามา จึงส่งโรงพยาบาลบางปะหัน เวลา 05.00 น. แพทย์รับตัวเกรงว่าจะคลุ้มคลั่ง จากนั้นสายตรวจอยู่เฝ้าต่อที่โรงพยาบาลบางปะหัน จนถึงเวลา 08.00 น. ก่อนจะมีการส่งต่อไปโรงพยาบาลพระนครศรียุธยา ในเวลา 10.00 น.
ทั้งนี้ กรณีใส่กุญแจมือเป็นไปตามระเบียบเพื่อป้องกันผู้ถูกควบคุมตัวกระโดดลงจากรถหรือทำร้ายตัวเอง เมื่อถึง สภ.บางปะหัน และโรงพยาบาล ได้ปลดกุญแจมือทันที ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและตามกฎหมาย

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ในส่วนเรื่องการส่งสัญญาณมือ พล.ต.ต. สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ชี้แจงว่า ทางตำรวจทุกนายได้รับการอบรมเรื่องสัญญาณมือมาตั้งแต่โรงเรียนนายสิบตำรวจ แต่ไม่แน่ใจว่าตอนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือไหม เนื่องจากช่วงที่มีการยกมือ สายตรวจยังไม่ถึงจุดเกิดเหตุ

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ หนุ่ม กรรชัย ได้กล่าวแย้งขึ้นว่า ไม่ใช่เลย มีตำรวจยืนอยู่ตอนที่ผู้ป่วยยกมือ แล้วตำรวจก็เดินหนีไปเลย ตนไม่ได้จะฟ้อง แต่อยากให้เห็นภาพว่าถ้าท่านจะเข้าใจผิดหรือฟังแค่ลูกน้องมา แล้วอาจจะทำให้ท่านเข้าใจผิด ขอยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะในคลิปมันฟ้องอยู่ว่ามีตำรวจอยู่จริง ๆ ถ้าท่านจะบอกว่าตำรวจยังไม่ถึงจุดเกิดตอนที่ส่งสัญญาณมือ มันไม่ใช่ ถ้าฟังแต่ลูกน้องท่านอาจจะเสียหาย เพราะท่านอาจจะยังไม่เห็นภาพ แต่ประชาชนเห็นภาพ
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงประเด็นเรื่องการแยกระหว่างคนเมา กับคนป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ว่ามีความแตกต่างที่สามารถแยกได้อยู่แล้ว
โดย หนุ่ม กรรชัย เล่าย้อนว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์มอเตอร์ไซค์ขี่เฉี่ยวชน คนขี่ล้มหัวฟาดพื้น ลุกขึ้นมาเหมือนมีอาการทางสมอง สมองบวม แต่ตำรวจบอกว่าเมาจึงนำตัวขึ้นรถไป สุดท้ายก็เสียชีวิต
"เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดเด็ดขาดเลยว่าแยกไม่ได้ ! แล้วอย่ามาพูดว่าถอดบทเรียนด้วย ! เพราะถอดมาหลายครั้ง มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง"
ขอบคุณข้อมูลจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์





