เด็กหญิงในร้านเครื่องเขียน ใครเห็นคงนึกว่าช่วยงานแม่ ที่แท้นี่แหละเจ้าของร้าน ใช้เงินอั่งเปาซื้อร้าน แถมจ้างแม่เดือนละ 1.4 หมื่นมาช่วยงาน เถ้าแก่เนี้ยตัวจริง

ไม่ใช่เรื่องแปลกตาที่จะเห็นเด็ก ๆ มาช่วยงานที่ร้านของพ่อแม่
แต่ภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งที่มาทำงานในร้านเครื่องเขียนกับแม่ โดยว่าง ๆ
ก็นั่งทำการบ้านของตัวเองไปนั้น อาจทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเธอแค่มาช่วยงาน
แต่ความจริงตรงกันข้าม เมื่อแม่ต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกจ้างมาช่วยงาน
ขณะที่เถ้าแก่เนี้ยตัวจริงของร้านนี้กลับเป็นลูกสาววัย 12 ปี !
จากรายงานของเว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 หลี่เยว่ เด็กหญิงวัย 12 ปี จากมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ได้ผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยการนำเงินอั่งเปาที่ได้รับช่วงตรุษจีน มาซื้อกิจการร้านเครื่องเขียนแห่งหนึ่ง ที่บังเอิญพบเห็นระหว่างไปธนาคาร
โดยพบว่าเธอได้เงินอั่งเปามามากกว่า 44,000 หยวน (ราว 206,000 บาท) จึงตัดสินใจนำเงินมาลงทุนธุรกิจ เพราะเชื่อว่าการฝากเงินไว้ในธนาคารให้ดอกเบี้ยต่ำมาก เกินกว่าจะตามอัตราเงินเฟ้อได้ทัน
แม้ว่าแม่จะทักท้วงเรื่องความเสี่ยงที่จะขาดทุน แต่เด็กหญิงยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ และนำเงินอั่งเปาไปซื้อร้านเครื่องเขียนมาจริง ๆ
นับตั้งแต่นั้น หลี่เยว่ก็ต้องบริหารจัดการตัวเองทั้งเรื่องการเรียนและการวางแผนธุรกิจ จัดการกับซัพพลายเออร์ โดยในช่วงที่โรงเรียนหยุดเธอจะรับผิดชอบในเรื่องการจัดหาสินค้ามาตุนไว้ในสต็อก และเมื่อโรงเรียนเปิดในเดือนมีนาคม หลี่เยว่ก็จ้างแม่ให้มาจัดการงานต่าง ๆ ในร้านแทน ด้วยค่าตอบแทนเดือนละ 3,000 หยวน (ราว 14,000 บาท)
ทั้งคู่แบ่งหน้าที่กันเป็นอย่างดี หลี่เยว่ซึ่งเป็นเจ้าของร้านจะรับหน้าที่เจรจากับซัพพลายเออร์ ตั้งราคาสินค้า และปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ส่วนแม่ของเธอจะรับผิดชอบในส่วนการดำเนินการของแต่ละวัน
ในแต่ละเช้าหลี่เยว่จะเข้ามาที่ร้าน ตรวจสอบรายการสินค้า จากนั้นก็ไปโรงเรียน กระทั่งโรงเรียนเลิกเธอก็กลับมานั่งทำการบ้านที่ร้าน และอยู่ช่วยแม่จนถึงเวลา 20.30 น.
เธอยังเรียนรู้วิธีการนำ AI มาใช้เพื่อจัดการงานบัญชีและสร้างสมุดบัญชีขึ้นมาอีกด้วย
กระทั่งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รายได้ของร้านลดลงอย่างมาก หลี่เยว่จึงทำการตัดสินใจครั้งสำคัญ ในการปรับลงราคาสินค้าในร้านลง โดยจะขายของชิ้นเล็ก ๆ เพียง 1 หยวนเพื่อดึงดูดกลุ่มเด็กนักเรียน ส่วนสินค้าที่มีคุณภาพจะลดราคาลง 50% เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ปกครองที่ชื่นชอบสินค้าราคาถูก
"ถ้าเรากังวลมากเกินไปกับต้นทุนที่จมไปแล้ว สินค้าก็จะขายไม่ออก และเราจะเจอปัญหาสภาพคล่องได้" หลี่เยว่ อธิบายให้แม่ของเธอฟัง
กลยุทธ์ที่กล้าหาญของเด็กหญิงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว มีลูกค้ามากมายหลั่งไหลมาที่ร้าน ซึ่งแม้ว่าเธอจะยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนรายได้ทั้งหมดจากธุรกิจนี้ แต่มีรายงานว่าเธอได้เงินทุนคืนเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งนี้ แม่ของหลี่ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินของครอบครัว เผยว่า เธออาจจะให้ลูกสาวหยุดธุรกิจนี้ หากมันกระทบกับการเรียนของลูก

"ฉันอยากเป็นเถ้าแก่เนี้ยที่มีจริยธรรม ก่อนจะขาย ฉันได้ลองชิมสินค้าทุกอย่างแล้วเพื่อให้มั่นใจว่ามันดีต่อสุขภาพและอร่อย" หลี่เยว่ เผย
ทั้งนี้ แม่ของหลี่เยว่เชื่อว่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการเปิดร้าน จะให้ความรู้ทางการเงินที่มีค่าแก่ลูกสาว ซึ่งถือว่าเป็นการใช้เงินที่ดียิ่งกว่าการส่งลูกสาวไปเข้าอบรม ทั้ง ๆ ที่ลูกไม่มีความสนใจ การเปิดร้านก็เหมือนกับการเปิดโรงเรียนสอนธุรกิจให้ลูกสาว
เรื่องราวของหลี่เยว่กลายมาเป็นที่พูดถึงอย่างมากในหมู่ชาวเน็ตจีน โดยมีคนชื่นชมว่า "ความกล้าหาญ การลงมือทำ และเซนส์ทางธุรกิจของเด็กคนนี้โตเกินวัยไปแล้ว เธอต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนที่แสดงความกังวลว่าการเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุเท่านี้อาจไม่เหมาะสมนัก เพราะด้วยวัยแค่ 12 ปี เธอควรโฟกัสไปที่เรื่องการเรียน กับการหาประสบการณ์ในวัยเด็กมากกว่า





